กลิ่นอายของควันธูปและน้ำตาลเคี่ยวลอยอบอวลปะปนไปกับเสียงหัวคึกคักของผู้คนในเทศกาลโคมลอยประจำปี งานรื่นเริงที่ควรจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น กลับกลายเป็นสนามอารมณ์อันตึงเครียดสำหรับริน ในเมื่อหน้าต่างสีฟ้าใสของระบบกำลังกะพริบถี่รัวด้วยแสงสีแดงฉาน—สีที่บ่งบอกถึงวิกฤตขั้นสูงสุด
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบค่าความเสถียรทางอารมณ์ของเป้าหมาย ‘เซน’ ดิ่งลงต่ำกว่า 15%]
[คำเตือนระดับ SSS: ตัวร้ายกำลังเข้าสู่ภาวะ ‘จิตวิญญาณแตกสลาย’ หากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ภายใน 10 นาที ขอบเขตพลังทำลายล้างจะแผ่ขยายรัศมี 3 กิโลเมตร!]
รินขบกรามแน่นจนรู้สึกได้ถึงรสฝาดของเลือดจางๆ ใน1ช่องปาก นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองไปท่ามกลางฝูงชนที่ยังคงเบียดเสียดกันอย่างไร้เดียงสา พวกเขาไม่รู้เลยว่าภายใต้หน้ากากกระดาษลายจิ้งจอกที่สวมอยู่ ณ ใจกลางลานพิธี คุณชายผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนนั้นกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความคลุ้มคลั่ง
“ให้ตายสิ… นายจะสร้างภาระให้ฉันเก่งเกินไปแล้วนะเซน” รินพึมพำกับตัวเอง พลางสาวเท้าฝ่ากระแสฝูงชนด้วยความรวดเร็วแต่ระมัดระวัง ข้อมูลตรรกะและเส้นทางหลบหนีถูกประมวลผลในหัวสมองอย่างเป็นระบบราวกับคอมพิวเตอร์
เบื้องหน้าเธอคือศาลากลางน้ำประดับโคมกระดาษนับพัน ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีครามเข้มยืนนิ่งสงบอยู่ตรงระเบียงไม้ ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับบิดเบี้ยว อากาศบริเวณนั้นสั่นไหวราวกับคลื่นความร้อนบนถนนคอนกรีตยามเที่ยง ความกดอากาศที่สูงผิดปกติทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาแถบนั้นเริ่มหายใจติดขัด บางคนล้มฟุบลงไปกองกับพื้นโดยไม่รู้สาเหตุ
เซนไม่ได้หันมามองตอนที่เธอก้าวขึ้นมาบนศาลา สองมือของเขากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยราวกับกำลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดบางอย่างที่กัดกินจิตวิญญาณจากภายใน
“ถอยไป… ริน” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่เสียงของเซนที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความโดดเดี่ยวที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน “ฉันเตือนเธอแล้ว… ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอควรเข้ามา”
“ถ้าฉันถอยแล้วใครจะคอยเช็ดก้นเรื่องพวกนี้ให้นายล่ะคะ?” รินเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดขาด เธอเดินเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจเสียงเตือนภัยอันน่าหนวกหูจากระบบที่ดังระรัวในหัว
รินหยุดยืนอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตากลมโตจ้องมองแผ่นหลังที่กำลังสั่นสะเทือนนั้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอมองเห็นรอยร้าวในระบบจิตใจของเขาผ่านหน้าต่างโปร่งแสง ข้อมูลโค้ดสีแดงฉานไหลวนราวกับพายุทอร์นาโด ชายหนุ่มคนนี้ถูกพันธนาการด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดและบทบาท ‘ตัวร้าย’ ที่โลกใบนี้ยัดเยียดให้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก
ไม่มีใครเคยถามเขาว่าอยากเป็นแบบนั้นไหม ไม่มีใครเคยยืนเคียงข้างในวันที่เขาต้องแบกรับความมืดมิดทั้งหมดเอาไว้คนเดียว
“มองอะไรเล่า…” เซนหันกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ เส้นโลหิตฝอยในดวงตาเด่นชัดจนน่ากลัว รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากซีดเผือด “อยากรู้นักหรือไงว่าข้างในนี้มันพัง ะเอียดขนาดไหน? เข้ามาดูสิ… เข้ามาสัมผัสความอัปลักษณ์ของฉันให้พอใจเลย!”
เขายื่นมือออกมาราวกับจะคว้าคอเสื้อเธอ แต่รินกลับเร็วกว่า เธอไม่ถอยหนี แถมยังก้าวเข้าไปประชิดตัว พุ่งมือออกไปคว้าข้อมือที่เย็นเฉียบราวก้อนน้ำแข็งนั้นไว้แน่น แรงปะทะจากพลังงานส่วนเกินทำให้ผิวหนังของเธอรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกไฟลวก แต่เธอกัดฟันอดทน ไม่ยอมปล่อยมือ
“เจ็บไหมคะ…” น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเยือกเย็นและตรรกะที่เคยใช้ประเมินสถานการณ์ถูกแทนที่ด้วยความเวทนาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เซนชะงักไป ดวงตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่สะดุดกึกราวกับฟันเฟืองที่ถูกขัดด้วยเศษเหล็ก “เธอ… พูดอะไรของเธอ”
“ฉันถามว่าเจ็บมากไหม… ที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวโดยที่ไม่มีใครมองเห็นตัวตนจริงๆ ของนายเลยสักคน” รินเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาของเธอไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความจริงใจที่สะท้อนอยู่ในนั้น “นายไม่ใช่ตัวร้ายในบทละครที่ต้องทำลายทุกอย่างตามใจชอบหรอกนะเซน นายก็แค่… เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เหนื่อยล้าเต็มทีแล้วต่างหาก”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางกำแพงน้ำแข็งที่เซนสร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองนับสิบปี ลมหายใจของเขาขาดห้วง ร่างกายที่เคยสั่นเทาด้วยความโกรธกลับนิ่งค้าง ความมืดมิดที่แผ่ออกมารอบตัวเริ่มจางลงทีละน้อย ค่าความเสถียรบนหน้าจอระบบกระโดดขึ้นจาก 15% เป็น 18% อย่างเชื่องช้า
แต่ทว่า… ในวินาทีที่สถานการณ์ทำท่าว่าจะคลี่คลาย เสียงระฆังเตือนภัยรอบเมืองก็ดังสนั่นหวั่นไหว
*ก๊องงงงง! ก๊องงงงง!*
ท้องนภายามค่ำคืนที่ควรจะประดับด้วยแสงดาวกลับถูกย้อมด้วยกลุ่มควันสีดำสนิท พลุไฟในงานเทศกาลระเบิดออกกลายเป็นฝนสะเก็ดไฟสีเลือด กลิ่นอายพลังงานปริศนาที่ทรงพลังยิ่งกว่าแผ่พุ่งมาจากทิศทางของประตูเมืองหลวง แรงกดดันมหาศาลทำให้โคมลอยนับพันดวงบนท้องฟ้าดับวูบลงพร้อมกันในพริบตา
เซนสะบัดหน้าขวับมองไปยังขอบฟ้า ไอร้อนระอุและความชั่วร้ายที่คุ้นเคยพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส ร่างกายของเขากระตุกอย่างรุนแรงอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความคลุ้มคลั่งจากภายใน… แต่มันคือการตอบสนองต่อ “บางสิ่ง” ที่กำลังรอคอยเขาอยู่ข้างนอกนั้น
หน้าต่างระบบดีดเด้งขึ้นมาบังทัศนียภาพเบื้องหน้าของรินจนมิด แสงสีแดงเข้มกะพริบถี่เร็วจົນน่าเวียนหัว พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
[ประกาศจากระบบส่วนกลาง: ตรวจพบการแทรกแซงจาก ‘ผู้ดูแลระบบเงา’]
[เป้าหมาย ‘เซน’ ถูกบังคับให้เข้าสู่โหมดปลุกสัญชาตญาณบอสใหญ่ล่วงหน้า 72 ชั่วโมง]
[คำเตือนขั้นวิกฤต: บุคคลปริศนาที่กำลังก้าวเข้ามาในพื้นที่งานเทศกาล คือผู้กุมรหัสทำลายล้างโลกใบนี้… และเป้าหมายแรกของมัน คือการสังหารคุณชายเซนเพื่อรีเซ็ตระบบทั้งหมด!]
รินหน้าซีดเผือด เธอหันขวับกลับไปมองทางทางเดินหินอ่อนเบื้องล่างศาลากลางน้ำ ท่ามกลางหมอกควันและเงาร่างของผู้คนที่กำลังแตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด รองเท้าหนังราคาแพงคู่หนึ่งกำลังก้าวขึ้นบันทีทีละก้าวอย่างเชื่องช้า เสียงฝเท้ากระทบพื้นไม้ดัง ก๊อป… ก๊อป… ก๊อป… ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย
เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปกปิดใบหน้าภายใต้ฮู้ดกว้างหยุดยืนอยู่ที่เชิงบันไดขั้นสุดท้าย ปลายนิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นออกมาจากชายเสื้อ เผยให้เห็นแสงเรืองรองของอักขระประหลาดที่หมุนวนอยู่บนฝ่ามือ
น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่าทุกท่านจะยังคงประทับใจและร่วมลุ้นไปกับบททดสอบหัวใจครั้งใหม่ของรินในตอนหน้าด้วยกันนะคะ
ระบบซ่อมแซมหัวใจฉบับคุณชายเย็นชา•ตอนที่ 8
คำเตือนจากระบบระดับ SSS
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบซ่อมแซมหัวใจฉบับคุณชายเย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!