กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงโบราณที่อัดแน่นมานานนับศตวรรษตีเข้าจมูกจนแสบขื่น ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของเอเลียสให้หลุดจากความตกตะลึง กลับไม่ใช่กลิ่นอับชื้นนั้น หากแต่เป็นเงาร่างเบื้องหน้าที่ทอดทับลงมาบนแผ่นศิลา
ดวงตาสีดำสนิทไร้แววชีวิตของร่างที่ยืนอยู่หลังบานประตูบานยักษ์คู่นั้น... จ้องตรงมายังเซเลสทีนราวกับกำลังมองทะลุผ่านวิญญาณ
"นั่น... ไม่ใช่ท่านผู้อำนวยการ" เอเลียสกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า ขณะที่มือข้างหนึ่งเอื้อมไปแตะด้ามจับของศัสตราเวทไร้เสียงที่เหน็บอยู่ข้างเอว อาวุธต้องห้ามเริ่มสั่นระริก ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาในโสตประสาท เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังก้องอยู่ในหัวใจ "เซเลสทีน ถอยหลังค่ะ... นั่นคือภาพสะท้อน หรือไม่ก็หุ่นเชิดเวทมนตร์ที่ถูกปลุกขึ้นด้วยพลังงานบางอย่าง"
เซเลสทีนยืนนิ่งรากับถูกตรึงไว้กับพื้น ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอกำชายเสื้อคลุมแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ความทรงจำสีเลือดและคราบน้ำตาจากโศกนาฏกรรมในอดีตไหลย้อนกลับมาท่วมท้น เธออ้าปากพยายามจะเปล่งเสียงเรียกชื่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ทว่าลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่
เงาร่างนั้นขยับ...
มันไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมอย่างดุร้ายตามสัญชาตญาณของสัตว์ป่า แต่ก้าวเท้าเดินช้าๆ ออกมาจากความมืดมิดของห้องโถงด้านใน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินก้องกังวาน สร้างจังหวะการเต้นของหัวใจที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ทันทีที่แสงจากคบเพลิงเวทมนตร์สาดส่องกระทบใบหน้าของร่างนั้น ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏชัดเจน ผิวหนังซีดเซียวราวกับศพไร้โลหิต แต่กลับมีอักขระเวทสีดำเคลื่อนไหวอยู่ใต้ชั้นผิวหนังราวกับกลุ่มแมลงมีพิษกำลังไต่อยู่ภายใน
"ยินดีต้อนรับ... สู่หัวใจแห่งความจริง, เด็กน้อย" เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบแห้งและซ้อนทับกันหลายชั้น ราวกับเสียงก้องจากก้นบึ้งของเหวลึก "เจ้าดั้นด้นมาไกลถึงเพียงนี้ เพื่อมาดูจุดจบของสิ่งที่พวกเจ้าเรียกว่า 'ความรู้' งั้นหรือ"
เอเลียสไม่รอช้า เขาก้าวขึ้นไปยืนขวางหน้าเซเลสทีนเอาไว้ ไหวพริบอันเฉียบคมทำงานอย่างรวดเร็ว สายตาสอดส่องกวาดมองไปรอบห้องแล็บลับที่เพิ่งเปิดออก ภาพเบื้องหลังร่างของผู้อำนวยการปลอมทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
ห้องแล็บขนาดมหึมาปรากฏแก่สายตา มันไม่ได้เป็นเพียงห้องทดลองเวทมนตร์ธรรมดา แต่เป็นศูนย์กลางของเครือข่ายวงจรเวทขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างทั้งหมดของโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้ ตรงกลางห้องมีแท่นหินออบซิเดียนสีดำสนิท บนนั้นมี "ตำราพันธสัญญาโลหิต" เล่มมหึมาลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ ปล่อยไอเวทสีม่วงเข้มแผ่ขยายออกไปปกคลุมร่างของนักเรียนและอาจารย์ทั่วทั้งสถาบันผ่านเส้นใยเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น
"นี่มัน... โครงการกลืนกินวิญญาณ" เอเลียสพึมพำ ดวงตาเป็นประกายด้วยความตระหนักรู้ "โรงเรียนไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้เวทมนตร์แก่พวกเราตั้งแต่แรก... แต่ที่นี่คือ 'ฟาร์มเพาะ ์' พลังงานเวทมนตร์ขนาดใหญ่ ผู้อำนวยการไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุในอดีต แต่เขาคือคนที่เซ่นสังเวยตัวเอง—หรือถูกทำให้กลายเป็นแบตเตอรี่หลักของระบบนี้!"
เซเลสทีนสูดหายใจเข้าลึก, ความตกใจในคราแรกถูกแทนที่ด้วยความโกรธเกรี้ยวและดวงตาที่ลุกโชนด้วยปัญญาอันล้ำลึก เธอก้าวออกมาจากด้านหลังของเอเลียส สะบัดมือขวาเบาๆ ก่อเกิดเป็นวงแหวนเวทสีครามซ้อนทับกันสามชั้นเพื่อสะ้างเกราะป้องกัน
"ท่านอาจารย์..." เซเลสทีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้เสียงจะยังคงสั่นเครือเล็กน้อย "ท่านใช้พวกเราเป็นเครื่องมือในการรวบรวมพลังเวทบริสุทธิ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนโครงการต้องห้ามนี้สินะคะ... โครงการที่แม้แต่สภาเวทมนตร์สูงสุดยังสั่งให้ทำลายทิ้ง!"
เงาร่างของผู้อำนวยการยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ "ความรู้ย่อมต้องแลกมาด้วยราคาที่เหมาะสม, เซเลสทีน... และเจ้าเองก็เป็นหนึ่งในผลผลิตที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ข้าเคยสร้างขึ้นมา น่าเสียดายที่เจ้าดันฉลาดเกินไปจนรู้มากเกินความจำเป็น"
สิ้นคำพูด ร่างของผู้อำนวยการก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า เงาดำทมิฬแผ่ขยายออกเป็นกรงเล็บแหลมคมพุ่งตรงมายังจุดตายของทั้งคู่
"หลบไปค่ะ!" เอเลียสตะโกนพร้อมกับดึงตัวเซเลสทีนหลบไปด้านข้างอย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการโจมตีเมื่อครู่กรีดแทรกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหิว ศัสตราเวทไร้เสียงในมือของเอเลียสส่งเสียงร้องคำรามลั่น มันไม่ได้ปลดปล่อยเปลวไฟหรือสายฟ้าอันรุนแรง แต่ปลดปล่อย 'คลื่นความถี่พิเศษ' ที่ทำลายล้างการเชื่อมต่อของวงจรเวทมนตร์โดยตรง
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีขาวโพลนพุ่งกระจายเมื่อคมมีดไร้เสียงปะทะเข้ากับอักขระเวทสีดำที่แขนของร่างจำลอง เอเลียสอาศัยจังหวะนี้ส่งสัญญาณมือให้เซเลสทีนที่รู้ใจ เธอย่อตัวลงต่ำ รวบรวมมานาทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะซัดคาถาบทหนักที่สุดที่เธอเคยเรียนรู้ พุ่งตรงไปยังวงจรเวทหลักที่เชื่อมกับตำราพันธสัญญา
แสงสีครามสว่างวาบจนแสบตา แรงระเบิดจากการปะทะของมานาสองขั้วสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหอคอยลับ เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากผนังหินราวกับวิญญาณนับร้อยกำลังถูกฉีกกระชาก
ทว่า... ท่ามกลางควันและฝุ่นละอองที่ตลบอบอวล ตำราพันธสัญญาโลหิตกลางห้องกลับไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย กลับกัน อักขระสีดำบนหน้ากระดาษเริ่มพลิกเปิดออกด้วยตัวเองด้วยความเร็วที่น่ากลัว และเสียงแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ต้องห้ามในจิตใจของเอเลียสก็ดังขึ้นซ้ำๆ จนแทบระเบิด
*[คำเตือน: ตรวจพบการปลุกบอสลับระดับ SSS - "บรรพบุรุษแห่งพันธสัญญาโลหิต" สมบูรณ์ 100%]*
*[เงื่อนไขการทำลายล้างล้มเหลว: พื้นที่ทั้งหมดกำลังจะถูกผนึกถาวรภายใน 60 วินาที]*
เอเลียสเบิกตากว้างเมื่อมองเห็นเงาร่างที่สาม... ร่างที่แท้จริงซึ่งก้าวออกมาจากหน้ากระดาษของตำราเล่มนั้น มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปีกสีดำสนิทและสวมหน้ากากอนธการ ดวงตานับร้อยคู่บนปีกคู่นั้นหันมาจ้องมองตรงมาที่พวกเขาพร้อมกัน
"เราช้าไป..." เซเลสทีนพึมพำ ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อตระหนักว่ากับดักถูกปิดตายแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 23
ห้องแล็บลับ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!