“ถ้าเธอไม่หยุดร่ายเวทนั่นทับซ้อนกัน ความว่างเปล่าในใจนั่นแหละที่จะกลืนกินเธอเอง ไม่ใช่พลังงานเวทที่ผิดพลาดหรอกนะ”
เสียงเรียบเรื่อยของเอเลียส วอน เครสต์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในหอสมุดลับใต้ดินชั้นที่เจ็ด ของเหลวสีครามเข้มในโถแก้วตรงหน้าเซเลสทีนสั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นที่บิดเบี้ยวสะท้อนเงาใบหน้าที่ซีดเผือดของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภูมิใจของตระกูลเดอ ลูมิแยร์
เซเลสทีนชะงัก นิ้วเรียวยาวที่กำลังวาดอักขระเวทกลางอากาศค้างเติ่ง ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความมั่นใจบัดนี้กลับวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมกรรโชก เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ก่อนจะสะบัดมือพังทลายโครงสร้างเวทที่สร้างขึ้นอย่างยากลำบากทิ้งไปในพริบตา
“นายไม่เข้าใจหรอก เอเลียส” เธอเค้นเสียงออกมา ลมหายใจขาดห้วง “ความผิดพลาดในวันนั้น... มันไม่ใช่แค่ตัวเลขในสมุดบันทึกเวท แต่มันคือชีวิตของคนที่เชื่อใจฉัน ถ้าฉันไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่วินาทีนี้ ฉันก็ไม่คู่ควรที่จะก้าวเท้าออกจากเงามืดของหอคอยนี้อีก”
เอเลียสถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าไปใกล้จนดูคุกคาม หากแต่เดินไปหยิบตำราเล่มเก่าแก่ที่หน้าปกหลุดลุ่ยมาวางลงตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนรอยแยกของหนังสือราวกับกำลังสัมผัสบาดแผลที่มองไม่เห็น
“เธอจำได้ไหมว่าศัสตราเวทของฉันทำงานอย่างไร?” เขาถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “มันไม่ได้ไร้เสียงเพราะมันไร้ตัวตน แต่มันไร้เสียงเพราะมันเลือกที่จะเงียบในเวลาที่ควรฟัง... เซเลสทีน เธอพยายามจะเขียนทฤษฎีเวทบทใหม่เพื่อแก้ไขอดีตที่ผ่านไปแล้ว แต่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าอดีตไม่ใช่สมการที่เธอจะแก้ด้วยการเพิ่มตัวแปรเข้าไปได้”
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหินเย็นเฉียบ เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือ ไหล่บางสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอื้นแผ่วเบาที่พยายามกลั้นไว้ดังก้องอยู่ในโถงหอสมุด ความล้มเหลวในเหตุการณ์ ‘ลูมิแยร์วิปลาส’ เมื่อปีก่อนยังคงฝังรากลึกเหมือนหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจทุกครั้งที่เธอยามหลับตา
เอเลียสทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาไม่กอดเธอ ไม่ปลอบประโลมด้วยคำหวาน แต่เขากลับวางมือลงบนไหล่ของเธออย่างมั่นคง ความร้อนจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนัง มันเป็นสัมผัสที่หนักแน่นและหนักอึ้งพอที่จะดึงเธอกลับมาจากห้วงความคิดที่มืดมิด
“ฟังนะ” เอเลียสกระซิบ น้ำเสียงของเขาทรงพลังดุจเวทมนตร์ที่ถูกสะกดไว้ “ความสมบูรณ์แบบคือกับดักที่สวยงามที่สุดที่โรงเรียนนี้มอบให้เรา เซเลสทีน ความผิดพลาดของเธอไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นรอยร้าวที่ทำให้แสงสว่างลอดผ่านเข้ามาได้ ถ้าเธอต้องการจะซ่อมแซมจิตใจตัวเอง... ก็จงหยุดซ่อมแซมทฤษฎีเวทที่พังไปแล้ว และเริ่มยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบนั้นเดี๋ยวนี้”
เซเลสทีนเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความสับสน “แต่นั่นหมายความว่า... ฉันต้องยอมรับว่าฉันไม่ใช่คนเก่งที่สุดอีกต่อไป?”
“ไม่ใช่” เอเลียสแย้มยิ้ม มุมปากของเขาจุดประกายความฉลาดหลักแหลมที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ “แต่นั่นหมายความว่า เธอจะได้เป็น ‘คนคนเดียว’ ที่เข้าใจว่าเวทมนตร์ไม่ใช่เรื่องของการควบคุม แต่เป็นเรื่องของการมีชีวิตอยู่ร่วมกับความไม่แน่นอนต่างหาก”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป ความกดอากาศที่เคยบีบคั้นเริ่มผ่อนคลายลง เสียงสั่นสะเทือนจากอาวุธต้องห้ามที่เขาสะพายไว้ข้างหลังเริ่มเงียบสงบลงอย่างประหลาด ราวกับมันกำลังเคารพต่อการตัดสินใจครั้งสำคัญของหญิงสาวตรงหน้า
เซเลสทีนหลับตาลง เธอค่อยๆ รวบรวมสมาธิ ไม่ใช่เพื่อร่ายเวทที่ซับซ้อน แต่เพื่อปลดปล่อยพลังงานที่อัดอั้นไว้ภายใน อักขระสีทองอร่ามเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเธอ แต่มันไม่ได้ดูดุดันหรือบ้าคลั่งเหมือนครั้งก่อน มันนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนแสงแดดแรกที่ตกกระทบหิมะ
ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายไปในทางที่ดี จู่ๆ รอยร้าวบนผนังหอสมุดก็เริ่มเรืองแสงสีเลือด อักขระเวทโบราณที่เอเลียสเคยเตือนไว้ว่าห้ามแตะต้องกลับสั่นระริกราวกับมีบางสิ่งกำลังพยายามพังทลายเข้ามาจาก ‘อีกฝั่ง’ ของกำแพงมิติ
“เอเลียส...” เสียงของเซเลสทีนสั่นเครือเมื่อเธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนั้น “นั่นไม่ใช่เวทที่ฉันร่าย... แต่มันกำลังตอบสนองต่อ ‘เสียง’ ของใครบางคนที่อยู่หลังกำแพงนั่น”
ฉับพลันนั้นเอง เสียงกระซิบที่เย็นเยียบจนถึงกระดูกสันหลังก็ดังขึ้นในจิตสำนึกของทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ในหอสมุด แต่ดังมาจากทุกทิศทางทั่วทั้งโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้
*“ในที่สุด... ก็มีคนกล้าปลุกข้าให้ตื่นจากการหลับใหลเสียที”*
ประตูบานยักษ์ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีค่อยๆ แง้มออกด้วยตัวมันเอง พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างที่คุ้นตาซึ่งควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับโศกนาฏกรรมในอดีตของเซเลสทีน... ผู้อำนวยการโรงเรียนผู้ล่วงลับที่บัดนี้ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาด้วยดวงตาสีดำสนิทไร้แววชีวิต!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเอเลียสและเซเลสทีนมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 22
การซ่อมแซมจิตใจ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!