ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 21

คำเตือนจากความมืด

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว บันทึกประวัติศาสตร์ของหอคอยดาราจะถูกเผาให้ราบเป็นจุลโดยฝีมือฉันเองค่ะ... คุณเดอ ลูมิแยร์" เสียงหัวเราะแหบพร่าคล้ายกระดาษทรายถูกับโลหะดังขึ้น ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องสมุดต้องห้ามชั้นใต้ดิน กลิ่นอับของกระดาษโบราณและกลิ่นฉุนของกำมะถันจางๆ ลอยคละคลุ้งในอากาศ เอเลียส วอน เครสต์ หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสในความมืด เขารู้ดีว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาตื่นตระหนกกับคำขู่ ความเงียบงันรอบตัวไม่ได้แปลว่าปลอดภัย แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าอาณาเขตเวทมนตร์ถูกบิดเบือนไปหมดแล้ว เซเลสทีน เดอ ลูมิแยร์ ก้าวเข้ามาขนาบข้างเขาอย่างเงียบเชียบ ปลายเท้าของเธอแทบไม่แตะพื้น สะเก็ดแสงสีครามจางๆ ไหลเวียนอยู่รอบปลายนิ้วเรียว แสดงถึงการเตรียมพร้อมร่ายเวทมนตร์บทหนัก แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงเรียบเฉยและเย็นชาตามวิสัยของอดีตท็อปนักเรียนผู้เคยร่วงหล่นจากบัลลังก์ แต่เหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมก็ฟ้องชัดว่าสถานการณ์ตรงหน้าตึงเครียดเพียงใด "คิดว่าการใช้บันทึกโบราณมาขู่ จะทำให้พวกเราถอยหลังกลับไปได้จริงๆ หรือคะ..." เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นิ่งสนิท แต่มั่นคง เขาสอดมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อสัมผัสกับด้ามจับของศัสตราเวทไร้เสียงที่นอนนิ่งอยู่ มันไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนเช่นเคย แต่กลับสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น คล้ายกับสัตว์นักล่าที่กำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้ามุมอับ ในความมืดเบื้องหน้า เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นจากเขตอาคมลวงตา ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายดาราจักรที่บิดเบี้ยว ใบหน้าถูกซีกหนึ่งบังด้วยหน้ากากโลหะรูปทรงกรงนก ดวงตาข้างที่มองเห็นเปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน "เอเลียส... เด็กหนุ่มผู้ไร้พลังเวทแต่กลับครอบครอง ‘สิ่งนั้น’ ไว้ในมือ ช่างน่าขันสิ้นดีที่สภาสูงส่งเด็กฝึกหัดไร้ค่ามาเป็นแพะรับบาปในเกมนี้" น้ำเสียงของชายสวมหน้ากากเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขายกมือขึ้น ปรากฏลูกไฟสีดำทมิฬลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ "เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เจ้าถืออยู่มันกำลังกัดกินวิญญาณของเจ้าไปทีละน้อย" "เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ..." เซเลสทีนก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเธอแผ่รังสีเวทมนตร์ระดับสูงที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "เพราะต่อให้เขาจะถูกกัดกินด้วยอะไรก็ตาม คนที่จะจัดการเขาก็คือฉัน... ไม่ใช่เศษสวะจากเงาที่กล้าแม้แต่จะเหยียบย่างเข้ามาในเขตหวงห้ามแห่งนี้" คำพูดของเซเลสทีนเฉียบคมราวกับใบมีด นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนประกายความเจ็บปวดในอดีตที่เธอเคยพ่ายแพ้ต่อระบบเวทมนตร์อันบิดเบี้ยวของสถาบัน แต่ครั้งนี้... เธอกลับไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง ด้านหลังของเธอคือเอเลียส ผู้ชายที่อ่านทางโลกใบนี้ทะลุปรุโปร่ง และเป็นคนเดียวที่ดึงเธอกลับมาจากหลุมพรางแห่งความสิ้นหวัง "ระวังตัวด้วยนะคะ เซเลสทีน" เอเลียสกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจน ทฤษฎีเวทบทที่สิบสองที่เขาคำนวณไว้ในหัวเริ่มทำงาน เขาไม่ได้ใช้มานา แต่เขาใช้ 'ความเข้าใจในโครงสร้างของเวท' เข้าแทรกแซงจุดอ่อนของอาคมป้องกันที่ชายสวมหน้ากากกางไว้ "หึ อวดดี!" ชายสวมหน้ากากคำรามลั่น สะบัดมือส่งลูกไฟสีดำพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงราวกับดาวตก ประกายไฟสีทมิฬแผดเผาชั้นหนังสือโบราณจนมอดไหม้เป็นจุลในพริบตา กลิ่นกระดาษไหม้คละคลุ้งไปทั่วห้อง เซเลสทีนไม่รอช้า เธอร่ายบทเวท ‘ม่านแสงดารา’ ออกมาในเสี้ยววินาที กำแพงแสงสีครามรูปทรงเรขาคณิตผุดขึ้นรับแรงกระแทก แรงปะทะทำให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าร้าวลั่น เศษฝุ่นตกลงมาจากเพดานราวกับหิมะโปรยปราย แรงกดดันมหาศาลทำให้ลมหายใจสะดุด ทว่า เอเลียสกลับไม่ได้มองไปที่ลูกไฟนั้น สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังมุมมืดอีกด้านหนึ่งของห้องสมุด... จุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีร่องรอยของมานาหลงเหลืออยู่ *คลิック* เสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นแผ่วเบาใต้พื้นศิลา เอเลียสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที ชายสวมหน้ากากคนนี้ไม่ใช่ "ผู้บุกรุก" คนแรก... แต่เป็นเพียง "เหยื่อล่อ" ที่ถูกส่งมาเพื่อดึงความสนใจของพวกเขาให้ออกห่างจากเป้าหมายที่แท้จริง "เซเลสทีน! ถอยออกมาค่ะ! นั่นไม่ใช่การต่อสู้เพื่อชิงบันทึก!" เอเลียสตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของหญิงสาวแล้วดึงเธอกลับมาด้านหลังอย่างแรง ทว่า ทุกอย่างสายเกินไป พื้นหินเบื้องล่างของห้องสมุดยุบตัวลงพร้อมกัน รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นราวกับปากของอสูรกายที่อ้าออกกลืนกินทุกสิ่ง อักษรเวทโบราณนับร้อยตัวส่อง Nะสว่างวาบขึ้นรอบตัวพวกเขา พร้อมกับเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากศัสตราเวทในกระเป๋าเสื้อของเอเลียส—เสียงที่ไม่ได้ดังด้วยคำเตือน... แต่เป็นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากเจ้าของร่างเงาที่หลับใหลมาเนิ่นนาน และในวินาทีที่พื้นดินใต้ร่างกำลังจะพังทลายลงสู่ความมืดมิดไร้ก้นบึ้ง ประตูเหล็กบานใหญ่ที่ควรจะถูกปิดตายทางด้านหลัง ก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกด้วยเรียวแรงอันคุ้นเคย พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในแสงสลัว... บุคคลที่ควรจะนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องพยาบาลของสถาบันเมื่อคืนนี้ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%