ปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของร่างเงาปริศนาห่างจากผิวแก้มของเอเลียสเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น เซเลสทีนส่งเสียงกรีดร้องลอดไรฟัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนเส้นเลือดฝอยแทบแตก เธอกำไม้เท้าในมือแน่นจนข้อต่อขาวโพลน ทว่าร่างกายกลับหนักอึ้งดุจถูกตรึงไว้ด้วยอาคมระดับตำนานที่แม้แต่ทฤษฎีเวทขั้นสูงก็ไม่อาจหาทางแก้ทางได้
"เอเลียส!" เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของหญิงสาวหลุดรอดออกมาได้เพียงเท่านั้น
ทว่าเอเลียสกลับไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาสสีนิลคู่คมกริบไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่เงาทมิฬคาดคิด ภายในห้วงความคิดของเขา เสียงกระซิบจากศัสตราเวทไร้เสียงในจิตวิญญาณดังระรัว มันไม่ใช่เสียงคำรามแห่งการทำลายล้าง แต่มันคือจังหวะการเต้นของชีพจรที่สอดประสานกับกลไกเวทมนตร์รอบตัวอย่างแม่นยำราวกับเฟืองนาฬิกาจักรกล
"ช้าก่อน..." เอเลียสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสั่นเครือ แม้ความกดดันมหาศาลจะบีบอัดจนกระดูกซี่โครงของเขาแทบร้าว
ร่างเงาชะงักมือที่กำลังจะคว้าจับวิญญาณ ดวงตาสีแดงฉานที่ไร้เบ้าตาจ้องมองเด็กหนุ่มผู้ไร้พรสวรรค์ด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ในฐานะผู้ดูแลบททดสอบชั้นที่เจ็ดสิบเจ็ดแห่งหอคอยโบราณ มันไม่เคยพบมนุษย์คนใดที่สามารถรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้คงที่ได้ภายใต้รัศมีมรณะเช่นนี้
"เจ้าไม่กลัวความตายหรือ, เด็กน้อย?" เสียงแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
"ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติค่ะ... แต่สิ่งที่ข้าไม่ชอบที่สุด คือการแพ้ให้แก่กติกาที่ถูกบิดเบือนต่างหาก" เอเลียสยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่ทำให้เซเลสทีนที่มองอยู่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แทนที่จะร่ายเวทมนตร์ป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ เอเลียสกลับสะบัดข้อมือปลดปล่อยพลังเวทธาตุที่สะสมไว้ในวงแหวนเวทจิ๋วที่เขาแอบสลักไว้บนพื้นศิลาตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าห้องทดสอบ วงแหวนเวทเหล่านั้นไม่ได้มีอานุภาพโจมตีรุนแรง แต่มันคือ 'กับดักทางทฤษฎี' ที่ถูกคำนวณมาอย่างสมบูรณ์แบบตามหลักการไหลเวียนของมานาโบราณ
แคว้ง!
เสียงสะท้อนกังวานคล้ายกระจกแตกละเอียดดังขึ้น อากาศรอบตัวสั่นสะเทือน ร่างเงาปริศนาพลันชะงักงอนเมื่อโครงสร้างมานาที่ใช้หล่อเลี้ยงร่างของมันถูกตัดขาดจากฐานข้อมูลของหอคอยในพริบตา เอเลียสใช้ประโยชน์จากช่องว่างเสี้ยววินาทีนั้น พุ่งตัวเข้าประชิดพร้อมกับกดฝ่ามือลงบนจุดอับของวงแหวนควบคุมหลักที่ซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชา
"ระบบเวทมนตร์ไม่ได้ทำงานด้วยปาฏิหาริย์หรอกนะคะ... มันทำงานด้วยเหตุและผล" เอเลียสกระซิบเสียงเบาขณะที่ดวงตาเปล่งประกายด้วยแสงสีฟ้าจางๆ จากการคำนวณสูตรมานาขั้นสูงที่เขาถ่ายทอดมาจากบันทึกของเซเลสทีน ผสมผสานกับสัญชาตญาณเฉียบคมของตนเอง
เปรี้ยง!
คลื่นกระแทกจากการรีเซ็ตระบบบททดสอบแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ร่างเงาทมิฬส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดเมื่อกฎเกณฑ์ที่มันใช้กด
ขี่ผู้เข้าสอบมานานนับร้อยปีถูกพลิกผันด้วยสมการทางคณิตศาสตร์เวทมนตร์อันเรียบง่ายแต่ไร้ช่องโหว่ มิติรอบตัวเริ่มหมุนวนกลับตาลปัตร แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นแทนที่ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว
เซเลสทีนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นศิลา หอบหายใจถี่กระชั้น เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย เธอเงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโล่งอก ตื่นตะลึง และทึ่งในความกล้าหาญบ้าบิ่นของคู่หูหนุ่ม เอเลียสยืนหยัดนิ่งสงท่ามกลางเศษละอองแสงเวทที่โปรยปรางลงมาดุจหิมะ ร่างกายของเขายังคงตั้งตรง แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไปถนัดตา
"นะ...นี่เจ้า..." เซเลสทีนเปล่งเสียงออกมาได้อย่างยากลำบาก "เจ้าทำลายเขตอาคมระดับปรมาจารย์ด้วยการดีดนิ้วครั้งเดียวเนี่ยนะ?"
"ไม่ใช่การทำลายค่ะ เซเลสทีน" เอเลียสหันกลับมาส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนร่วมทาง น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มนวลและสุขุมเช่นเคย "แค่ชี้ให้มันเห็นว่าสมการที่มันใช้ตั้งโจทย์... มีข้อผิดพลาดในบรรทัดที่สามสิบสองต่างหากล่ะคะ"
ก่อนที่เซเลสทีนจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เสียงประกาศก้องกังวานของหอคอยก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทุกชั้น ราวกับระบบกำลังประมวลผลข้อผิดพลาดครั้งประวัติศาสตร์นี้
[ตรวจพบการผ่านบททดสอบด้วยวิธีนอกเหนือจากตำรา... สิ้นสุดกระบวนการประเมิน]
[สถานะผู้ทดสอบ: เอเลียส วอน เครสต์ และ เซเลสทีน เดอ ลูมิแยร์ ผ่านเข้าสู่ชั้นที่เจ็ดสิบแปด]
[คำเตือนพิเศษจากระบบ: ปลดล็อคเงื่อนไขลับ 'ผู้กلุมกฎแห่งศัสตราเวท' - กำลังซิงโครไนซ์ข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลหลักของหอคอย...]
เซเลสทีนสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ อากาศเบื้องหน้าก็ปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีแดงฉานขึ้นมานับสิบแผ่น ตัวอักษรสีเลือดวิ่งพล่านด้วยความเร็วสูงจนอ่านแทบไม่ทัน บรรยากาศภายในห้องโถงที่ควรจะสงบลงหลังผ่านบททดสอบ กลับเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม เสียงโลหะกระทบกันดังมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาสีนิลคู่คมกริบหันขวับไปมองยังทางเดินมืดทึบที่ทอดยาวไปสู่ใจกลางหอคอย ชั้นที่เจ็ดสิบแปดนี้ไม่มีบันไดขึ้นต่อ มีเพียงประตูเหล็กบานยักษ์ที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งบัดนี้... กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราว
และแล้ว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ไร้ซึ่งชีวิตชีภากely ก็ดังขึ้น... ก้าว... สองก้าว... สามก้าว... พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างหนึ่งที่ก้าวออกมาจากความมืด เงาร่างนั้นสวมชุดเกราะเหล็กสีดำสนิทที่อาบไล้ด้วยไอเวทสีม่วงเข้ม ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลียสและเซเลสทีนแทบหยุดเต้น คือดาบในมือของมัน... มันคืออาวุธเล่มเดียวกันกับที่อยู่ในนิมิตต้องห้ามของเอเลียส!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 20
ชัยชนะที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!