ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 3

พันธะแห่งความเงียบ

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้ทฤษฎีการสะท้อนเวทบทนั้นกับศาสตราที่ไร้เสียง... เราคงไม่ต้องเสียเวลาคุยกันต่อให้เมื่อยปากหรอกค่ะ เอเลียส" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบของเซเลสทีนดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของห้องสมุดลับใต้ดิน กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงจันทร์สาดส่อง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันที่สัมผัสได้จริง หญิงสาวในชุดคลุมนักเรียนสีเข้มขยับแว่นกรอบเงินเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงระคนทึ่ง เอเลียส วอน เครสต์ ไม่ได้หลบสายตานั้น เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังคำนวณหมากกระดานสำคัญ "ทฤษฎีของคุณมันล้าสมัยไปแล้ว เซเลสทีน..." เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม "การสะท้อนเวทแบบดั้งเดิมใช้ได้ผลกับคาถาที่มีการไหลเวียนของมานาก็จริง แต่กับ 'สิ่งนั้น' ที่อยู่ในหัวของฉัน มันไม่มีมานา... มันมีแค่ความว่างเปล่าที่ส่งเสียงกรีดร้อง" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบงันลงทันที เซเลสทีนชะงักไปเล็กน้อย เธอย่อมรู้ดีว่าเอเลียสหมายถึงอะไร 'ศัสตราเวทไร้เสียง' อาวุธโบราณที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในหอคอยแห่งนี้มาหลายร้อยปี ศาสตราที่ไม่มีใครเคยควบคุมได้ ศาสตราที่ไร้ซึ่งพลังเวทในแบบที่ตำราทุกเล่มบนโลกใบนี้รู้จัก แต่มันกลับเลือกเด็กหนุ่มผู้ไร้พรสورتทางเวทมนตร์อย่างเอเลียสเป็นนาย หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาบางหลบลงเพื่อซ่อนความรู้สึกสับสนในใจ เธอเคยเป็นถึงอดีตท็อปนักเรียนผู้เคยมีอนาคตสดใส ก่อนที่ความล้มเหลวครั้งใหญ่จะพัดพาเธอให้กลายเป็นคนเก็บตัวจมอยู่กับกองตำราโบราณ เธอกลัวความผิดพลาด เธอกลัวการมีความหวัง... แต่ดวงตาที่นิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยประกายความท้าทายของเอเลียสในตอนนี้ กลับกำลังสั่นคลอนกำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก "คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดีเลยนะคะ เอเลียส" เซเลสทีนเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เต็มใจนัก "รู้ตัวไหมคะว่าคุณกำลังพาตัวเองเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขาดรอมร่อ" "การเดินบนเส้นด้ายมันน่าตื่นเต้นกว่าการยืนอยู่บนพื้นดินที่มั่นคงตั้งเยอะ... ว่าไหมล่ะครับ? อ้อ ขอโทษทีติดปากไปหน่อย... ว่าไหมล่ะคะ?" เอเลียสยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้หยอกล้อคู่สนทนาคนเก่ง เซเลสทีนค้อนให้ทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะดึงสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มหนาที่เต็มไปด้วยสูตรคำนวณเวทมนตร์ขั้นสูงมาวางไว้ตรงกลางโต๊ะ แสงจากตะเกียบเวทมนตร์กะพริบไหววับสะท้อนลงบนหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรยึกยือและแผนผังโครงสร้างของหอคอย "ถ้าเราจะร่วมมือกันศึกษาศาสตรานี้จริงๆ ตามที่คุณเสนอ... ฉันมีเงื่อนไข" เซเลสทีนปรับน้ำเสียงให้จริงจังขึ้น สายตากวาดมองใบหน้าของเด็กหนุ่มเพื่อประเมินความจริงใจ "หนึ่ง ห้ามปิดบังข้อมูลใดๆ ที่คุณได้ยินจากเสียงในหัวนั้นเด็ดขาด สอง ทุกการทดลองต้องผ่านการคำนวณความเสี่ยงจากฉันก่อน และสาม..." เธอยื่นมือเรียวบางออกไปข้างหน้า ฝ่ามือแบออกเบื้องหน้าเด็กหนุ่ม "เราต้องไว้ใจกันและกัน... ในฐานะคู่หู" เอเลียสพินิจมองมือคู่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าจางหายไป แทนที่ด้วยแววตาสุขุมและจริงจัง เขายื่นมือออกไปกุมมือของเธอไว้แน่นสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงส่งผ่านจากฝ่ามือของทั้งสองคน เป็นสัญญาระหว่างคนสองคนที่แบกรับความลับและบาดแผลเอาไว้ด้วยกัน "ตกลงครับ... เอ๊ย ตกลงค่ะ" เอเลียสหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อเผลอหลุดปากใช้น้ำเสียงเดิมอีกครั้ง จนเซเลสทีนต้องตีมือเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "ตั้งใจหน่อยสิคะ! นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ" เซเลสทีนเอ็ดเบาๆ แต่ใบหูของเธอกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัว ทั้งสองเริ่มก้มหน้าก้มตาศึกษาตำราโบราณและบันทึกเวทมนตร์ร่วมกัน เอเลียสใช้ความสามารถในการวิเคราะห์สถานการณ์และสัญชาตญาณอันเฉียบคมในการเชื่อมโยงเบาะแส ส่วนเซเลสทีนใช้ความเชี่ยวชาญด้านทฤษฎีเวทขั้นสูงในการถอดรหัสอักษรรูนโบราณที่สลักอยู่บนตัวศาสตรา บรรยากาศในห้องสมุดเต็มไปด้วยความเงียบสงบที่มีเสียงกระดาษพลิกดังเป็นระยะ และเสียงกระซิบปรึกษากันอย่างออกรส เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่ง... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนโลหะกังวานใสแต่เยือกเย็นดังขึ้นในโสตประสาทของเอเลียสโดยปราศจากที่มา มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่มันดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตวิญญาณของเขาโดยตรง **[ระบบประเมินพันธะ: สำเร็จ]** **[เงื่อนไขลับ 'เสียงแห่งผู้ไร้ชื่อ' ถูกปลดล็อก]** **[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของสิ่งแปลกปลอมในเขตหวงห้ามชั้นที่ 7 บัดนี้... เจ้าแห่งศัสตราโบราณลืมตาตื่นขึ้นแล้ว]** เอเลียสชะงักกึก ปากกาขนนกในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นเสียงดังสนั่น เซเลสทีนเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของคู่หูซีดเผือดลงอย่างกะทันหัน ดวงตาของเด็กหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างด้านหลังเผยให้เห็นร่างเงาดำมหึมาที่กำลังขยับตัวอยู่บนยอดหอคอยสูงเสียดฟ้า... ร่างที่ควรจะหลับใหลไปชั่วนิรันดร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งความลับนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%