ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 4

ห้องเรียนวิชาผนึก

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
กลิ่นอายของเกลือแร่และผงศิลาผนึกคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว พื้นห้องเรียนวิชาผนึกขั้นสูงถูกโรยด้วยผงเงินบริสุทธิ์เป็นวงแหวนซ้อนทับกันสามชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้พลังงานรั่วไหลออกจากวัตถุตัวอย่าง แต่อุปกรณ์ที่ศาสตราจารย์มورิสวางไว้บนแท่นศิลาตรงกลางห้องกลับทำให้อากาศรอบตัวเย็นยะเยือกจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "กฎเหล็กข้อแรกของการผนึก... คือการรู้จักอดกลั้นต่อเสียงกระซิบของสิ่งที่คุณพยายามจะกักขัง" เสียงแหบห้าวของศาสตราจารย์มอริสเอ่ยขึ้น ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองไปยังกล่องไม้สนโบราณ ซึ่งสั่นสะเทือนเบาๆ ราวกับมีบางสิ่งมีชีวิตกำลังพยายามตะกุยตะกายออกมาจากข้างใน เอเลียสยืนกอดอกอยู่แถวหลังสุดของห้อง ใบหน้าคมคายเรียบเฉยจนเกือบจะไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสสีนิลกลับกวาดมองวงจรเวทมนตร์บนพื้นอย่างพินิจพิเคราะห์ เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง—โครงสร้างเวทของศาสตราจารย์มอริสกำลังซ้อนทับกันผิดทิศทาง หากมีพลังงานภายนอกมากระทบเพียงนิดเดียว วงแหวนนี้จะพังทลายลงในพริบตา "วันนี้เราจะทำการทดสอบภาคปฏิบัติ" ศาสตราจารย์มอริสหยิบม้วนกระดาษหนังแกะขึ้นมาขยับแว่นตา "จับคู่ตามความเหมาะสม... เซเลสทีน กับ เอเลียส เชิญที่แท่นศิลาหมายเลขสาม" เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีในหมู่นักเรียนชั้นปีที่สอง หลายคนส่งสายตาสมเพชมายังเอเลียส ผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น "จุดบอด" ของห้องเรียนเวทมนตร์ เพราะแม้แต่คาถารักษาเบื้องต้นเขายังร่ายแทบไม่ผ่านด้วยซ้ำ มีเพียงเซเลสทีนที่เดินแยกตัวออกจากกลุ่มด้วยใบหน้านิ่งเรียบ เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างกายเขาโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววความกังวลลึกๆ ก็ตาม "ไหวไหมคะ นายดู... เครียดเกินไปนะ" เซเลสทีนกระซิบเสียงเบาขณะก้มลงจัดเตรียมแผ่นศิลาผนึกสำรองในมือ นิ้วเรียวของเธอบางเบาและสั่นเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "ผมไม่ได้เครียดครับ... อ้อ หมายถึง ฉันไม่ได้เครียดหรอก เซเลสทีน" เอเลียสแก้คำพูดเกือบไม่ทันเมื่อเผลอใช้น้ำเสียงคุ้นชิน เขาเหลือบมองเพื่อนร่วมทีมที่คอยช่วยเหลือเขามาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่หอคอยแห่งนี้ "แค่คิดว่าวงแหวนของมอริสมันดู... เปราะบางเกินกว่าจะรับแรงกระแทกจากข้างในกล่องนั่น" เซเลสทีนชะงัก เธอก้มลงมองพื้นวงเวทตามที่เขาบอก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อคำนวณกระแสมานาในใจ "จริงด้วย... ขั้วพลังงานสลับด้านกันนี่นา ถ้าเราไม่แก้ตอนนี้ล่ะก็..." *ตึง!* เสียงกระแทกจากด้านในกล่องไม้ดังสนั่นขัดจังหวะทันที แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนผงเงินบนพื้นกระจายตัวเป็นวงกว้าง วัตถุข้างในส่งเสียงคำรามต่ำๆ ลอดผ่านรอยแตกของไม้—ไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์อสูรทั่วไป แต่มันคือเสียงสะท้อนของ "ศัสตราเวท" ที่เต็มไปด้วยจิตสังหารและกระหายการนองเลือด ศาสตราจารย์มอริสหน้าถอดสี รีบพุ่งตัวเข้ามาเพื่อจะเสริมพลังป้องกัน แต่ช้าเกินไป! วงเวทชั้นนอกสุดระเบิดออกด้วยแสงสีแดงฉาน แรงอัดอากาศซัดร่างของนักเรียนแถวหน้ากระเด็นถอยหลังไปคนละทิศคนละทาง ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลนั้น เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และทรงอำนาจ ก็ดังขึ้นก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิดของเอเลียสโดยตรง—เป็นเสียงเดียวกับที่ผูกพันและพันธนาการวิญญาณของเขาไว้ *(เจ้ามนต์กระจอกพวกนี้... ช่างน่ารำคาญเสียจริง ปลดปล่อยข้าออกไปสิ... แล้วข้าจะบันดาลพลังที่จะบดขยี้ทุกสิ่งให้เจ้าเอง)* เอเลียสกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นนูน ดวงตาสีิลเปลี่ยนเป็นประกายสีทองวาบขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผาจากภายใน ความกระหายที่จะตอบสนองเสียงนั้นพุ่งพล่านขึ้นมาจนปลายนิ้วสั่นเทา—พลังของอาวุธต้องห้ามที่เขาซ่อนเร้นมาตลอดกำลังจะทะลักออกทางผิวหนัง! "เอเลียส! ตั้งสติไว้!" มือเย็นเฉียบของเซเลสทีนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขาแรงๆ แรงบีบนั้นดึงสติของเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความมืดมิด เธอยืนขวางอยู่เบื้องหน้าเขา ร่างบางสั่นเทาแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยว เธอยกมือขึ้นวาดกลางอากาศอย่างไร้ที่ติ ร่ายคาถาผนึกขั้นสูงที่เรียนรู้มาจากตำราโบราณด้วยความเร็วเหลือเชื่อ ละอองแสงสีฟ้าครามพวยพุ่งจากฝ่ามือของเธอเข้าประสานกับรอยร้าวของวงเวทที่กำลังจะพังทลาย เซเลสทีนกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ขณะที่เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ แรงกดดันจากวัตถุในกล่องพยายามต้านทานเธออย่างบ้าคลั่ง เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นเสียงในหัว เขาใช้มืออีกข้างทาบลงบนหลังมือของเซเลสทีนที่กำลังสั่นเทา ส่งผ่านพลังงานมานาที่สงบนิ่งและเยือกเย็นของตนเองเข้าไปช่วยพยุงโครงสร้างเวทของเธออย่างเงียบเชียบ โดยไม่ให้ศาสตราจารย์มอริสหรือใครสังเกตเห็นความผิดปกติ *ฟึ่บ!* แสงสีแดงหยุดชะงักลง วงเวทสีฟ้าครามกลับมาเปล่งประกายมั่นคงอีกครั้ง กล่องไม้สนโบราณสงบลงอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ห้องเรียนกลับสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของทุกคนในห้อง ศาสตราจารย์มอริสยืนมองเหตุการณ์ด้วยความตื่นตะลึง เหงื่อท่วมตัว เขาหันมามองเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่ยืนอยู่หน้าแท่นศิลาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "Fascinating..." ศาสตราจารย์พึมพำ "เธอสองคน... ประสานบทบาทการผนึกได้อย่างไร้ที่ติในเวลาเสี่ยงตายขนาดนั้นได้อย่างไร?" เซเลสทีนผ่อนลมหายใจยาวด้วยความโล่งอก เธอดึงมือกลับอย่างนุ่มนวลแล้วหันมามองเอเลียสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจกับสถานการณ์ที่คลี่คลาย เอเลียสกลับไม่ได้รู้สึกผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย เพราะในเสี้ยววินาทีที่เขาสัมผัสกับมานาของเซเลสทีนเมื่อครู่ เสียงกระซิบในหัวของเขาไม่ได้จางหายไป... แต่มันกลับหัวเราะเยาะเบาๆ และทิ้งประโยคสุดท้ายที่ทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบลงถึงขั้วหัวใจ *(เจ้าโง่... เด็กผู้หญิงคนนั้น ไม่ใช่แค่นักเรียนธรรมดา... และนางก็กำลังซ่อน "สิ่งนั้น" ไว้เช่นเดียวกับเจ้า)* ดวงตาสีนิลของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขารีบหันขวับไปมองเซเลสทีนที่กำลังก้มหน้าเก็บอุปกรณ์ ทว่าจังหวะนั้นเอง... แสงสว่างวาบสีม่วงเข้มก็ปรากฏขึ้นเหนือหน้าจอระบบสเตตัสที่ปรากฏขึ้นลอยเด่นในอากาศเบื้องหน้าเขาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างชัดเจน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนของ "ภาชนะแห่งบาป" องค์ที่สองในรัศมี 3 เมตร] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS เริ่มต้นขึ้นแล้ว: จงเปิดโปงความลับของคู่หู หรือถูกกลืนกินโดยพันธะแห่งคำสาป] แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%