"นายกำลังเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งที่ไม่เข้าใจเลยสักนิด, เอเลียส"
น้ำเสียงของเซเลสทีนเจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวบางของเธอกำคัมภีร์ปกหนังสีเข้มแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเบื้องหน้า—สวนพฤกษศาสตร์เวทมนตร์ยามวิกาล ที่ซึ่งกฎเกณฑ์ของธรรมชาติถูกบิดเบือนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม
เอเลียส วอน เครสต์ ไม่ได้หันกลับมาทันที เขายังคงก้มตัวลงสำรวจร่องรอยดินที่ถูกเผาไหม้เป็นวงกลมสมบูรณ์ ไอร้อนระอุยังคงคุกกรุ่นส่งกลิ่นฉุนคล้ายกำมะถันและกลิ่นดอกไม้เน่าเฟะลอยอวลในอากาศ ไร้ซึ่งพรสวรรค์ทางเวทมนตร์ในกระแสเลือดไม่ได้หมายความว่าเขาจะไร้ซึ่งสัญชาตญาณ ในทางตรงกันข้าม ความว่างเปล่าทางมานาในตัวกลับทำให้เขาสัมผัสความผิดปกติของโครงสร้างเวทที่บิดเบี้ยวได้ชัดเจนยิ่งกว่าใคร
"ถ้าฉันมัวแต่กลัวความไม่เข้าใจ เราคงไม่มีทางรู้ว่าใครกำลังพยายามเปลี่ยนสวนพฤกษศาสตร์ให้กลายเป็นสุสานทดลองแบบนี้หรอกนะคะ, เซเลสทีน" เอเลียสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววครุ่นคิดขณะใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษเถ้าถ่านสีดำขึ้นมาพินิจ
เบื้องหลังของพวกเขาทั้งคู่คือเรือนกระจกหลังใหญ่ที่ควรจะเต็มไปด้วยพรรณไม้เรืองแสงตระการตา แต่บัดนี้ กิ่งก้านของต้นไม้โบราณกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท รากแก้วขนาดมหึมาเลื้อยคดเคี้ยวออกมาจากใต้ดินราวกับงูพิษที่กำลังตื่นจากการจำศีล พวกมันบิดเร้าและส่งเสียงกรอบแกรบราวกับกระดูกที่กำลังเสียดสีกัน ท่ามกลางความเงียบงันของยามค่ำคืน เสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในห้วงความคิดของเอเลียสก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ—มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นเสียงสะท้อนจากอาวุธต้องห้ามที่ถูกผนึกไว้ในจิตวิญญาณของเขา เสียงที่กระตุ้นเร้าให้เขาปลดปล่อยความมืดมิดออกมารabซะ
เซเลสทีนก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมสีเทาเข้มของเธอไหวตามแรงลม เธอปรายตามองเศษซากพืชที่ตายซากด้วยความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด "ทฤษฎีเวทขั้นสูงบทไหนก็อธิบายปรากฏการณ์นี้ไม่ได้ มานาในโซนนี้ไม่ได้รั่วไหล แต่มันถูก *ดูดกลืน*... เหมือนมีบางสิ่งกำลังหลับใหลอยู่ใต้รากไม้เหล่านั้น และมันกำลังตื่นขึ้นโดยใช้พลังชีวิตของต้นไม้เป็นเครื่องเซ่นไหว้"
"ถูกต้องค่ะ" เอเลียสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่มือออกช้า ๆ "และสิ่งนั้นไม่ใช่ฝีมือของนักเรียนฝึกหัดแน่นอน วงเวทย์ที่ใช้สะกดพลังนี้มีความซับซ้อนระดับศาสตราจารย์อาวุโส... หรืออาจจะลึกซึ้งกว่านั้น"
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ รากไม้สีดำที่เคยบิดเร้าไปมาหยุดชะงักลงพร้อมเพรียงกัน ราวกับพวกมันกำลังแสดงความเคารพต่อผู้มาเยือนที่ทรงอำนาจกว่า เงาสูงโปร่งร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดมิดหลังม่านหมอกไอเวท สีหน้าของบุคคลปริศนาถูกซùmไว้ใต้ฮู้ดกว้าง แต่รัศมีมานาที่แผ่ออกมากลับกดทับจนอณูอากาศรอบตัวหนักอึ้ง
เซเลสทีนชักไม้กายสิทธิ์ออกจากซองข้างเอวในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างนั้น "ใครกัน!" เธอเค้นเสียงถาม ร่างกายเตรียมพร้อมร่ายเวทป้องกันขั้นสูงสุดทันที
ร่างนั้นไม่ตอบคำถาม แต่ยกมือขึ้นช้า ๆ ปลายนิ้วเรียวยาวดีดนิ้วเบา ๆ ครั้งหนึ่ง—
*เปรี๊ยะ!*
ม่านพลังสีทองโปร่งใสปรากฏขึ้นปิดกั้นเส้นทางถอยของพวกเขาทั้งสองคนทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังลอดออกมาจากเงาฮู้ด
"ระวังตัวด้วยนะคะ, เอเลียส..." เซเลสทีนกระซิบเสียงเครียด ขณะที่หน้าจอโปร่งแสงสีแดงฉานไร้ที่มาก็พุ่งพรวดขึ้นตรงหน้าเอเลียส พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในโสตประสาท
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะอันตรายระดับ SSS — 'ผู้บงการเงาแห่งสวนต้องห้าม' ปรากฏตัว]
[เงื่อนไขพิเศษปลดล็อก: เผชิญหน้ากับผู้ใช้ศาสตราโบราณแห่งความมืด]
[คำเตือน: โอกาสรอดชีวิต 3.4% — ทางเลือกเดียวของคุณคือการปลดผนึกเสียงที่อยู่ในใจ...]
ดวงตาของเอเลียสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเงาร่างนั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และดวงตาสองสีที่จ้องมองตรงมายังเขา ราวกับกำลังรอคอยการกลับมาของสหายเก่า... หรือเหยื่ออันโอชะ
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 5
เงาที่คืบคลาน
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!