ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 6

ความลับใต้พรม

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเธอยังไม่หยุดสั่น ฉันจะให้เธอเป็นคนอ่านรหัสนี้เองนะ เซเลสทีน" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ท่ามกลางความมืดสลัวภายในห้องสมุดต้องห้ามที่ปิดตายมานานนับทศวรรษ แสงจากผลึกเวทมนตร์เพียงเม็ดเดียวที่เขากำมือไว้ส่งแสงสีนวลตาพาดผ่านใบหน้าของเซเลสทีน ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเก่าคร่ำของผู้อำนวยการโรงเรียน หญิงสาวที่เคยได้รับฉายาว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสถาบันสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่สั่นเทาของเธอค่อยๆ วางลงบนแผ่นกระดาษหนังที่ทำจากผิวของอสูรโบราณ ลวดลายบนนั้นไม่ใช่ตัวอักษรที่มนุษย์ทั่วไปจะอ่านออก แต่เป็นเส้นสายของอักขระเวทที่เชื่อมโยงกันดุจใยแมงมุม หากมองด้วยตาเปล่า มันก็แค่รอยขีดเขียนที่ไร้ความหมาย แต่สำหรับเซเลสทีน... มันคือคำสาปที่กำลังตะโกนก้องอยู่ในหัว "มันไม่ได้แค่เขียนด้วยเวทมนตร์ขั้นสูง เอเลียส..." เธอพึมพำ เสียงแหบพร่า "แต่มันถูกลงอาคมป้องกันการอ่านไว้ด้วย ถ้าเราแปลความหมายพลาดแม้แต่ประโยคเดียว... เลือดของเราจะถูกสูบจนหมดตัวทันที" เอเลียสขยับตัวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้บรรยากาศดูหนักอึ้งขึ้นไปอีก เขาไม่ได้ตอบในทันที แต่กวาดสายตามองเอกสารที่วางระเกะระกะอยู่เต็มโต๊ะ นี่คือ ‘ความลับใต้พรม’ ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เพราะใต้แผ่นกระดาษเหล่านั้นมีรอยขีดข่วนที่เกิดจากกรงเล็บ... หรืออะไรบางอย่างที่พยายามจะตะกายออกมาจากมิติที่ซ้อนทับกันอยู่ "เธอเคยบอกฉันว่า ทฤษฎีเวทคือความจริงที่ถูกจัดระเบียบให้งดงาม" เอเลียสโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอจนเซเลสทีนสะดุ้งเล็กน้อย "แต่สิ่งที่ผู้อำนวยการเก็บซ่อนไว้... ดูเหมือนจะเป็นความจริงที่ถูกทำให้เน่าเฟะ เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่ารากฐานของโรงเรียนนี้ตั้งอยู่บนซากศพของอะไร" เซเลสทีนกัดริมฝีปากแน่น เธอกัดฟันสู้กับแรงกดดันทางจิตที่พยายามบีบคั้นประสาทสัมผัส เธอหลับตาลง ดึงเอาเศษเสี้ยวความทรงจำเกี่ยวกับอักขระต้องห้ามที่เคยอ่านผ่านตาในห้องสมุดชั้นในสุดออกมาใช้ มือของเธอเริ่มขยับวาดลวดลายกลางอากาศ นิ้วเรียวงามกรีดผ่านม่านพลังเวทอย่างแผ่วเบาเพื่อคลายปมรหัส *ตึก... ตึก...* เสียงหัวใจของคนทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะที่แตกต่าง เอเลียสยืนกอดอกแน่น นัยน์ตาสีเข้มของเขาสังเกตความผิดปกติของหอคอยรอบข้าง เขารู้สึกได้ถึง ‘เสียง’ ที่ดังกังวานอยู่ในจิตวิญญาณ—ไม่ใช่เสียงจากศัสตราเวทของเขา แต่มันเป็นเสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องจักรกลเวทมนตร์ที่เริ่มตื่นขึ้นจากการหลับใหล "เจอแล้ว..." เซเลสทีนอุทานเบาๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดขณะที่อักษรตัวสุดท้ายถูกคลี่คลาย เอกสารหนังเล่มหนาที่เคยวางนิ่งสนิทเริ่มสั่นไหวราวกับมีชีวิต มันแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนหยาดน้ำค้างแข็งเกาะตามขอบโต๊ะ เธอกวาดสายตาอ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ด้วยภาษามนุษย์สามัญ *‘หอคอยนี้ไม่ใช่สถานศึกษา แต่เป็นกรงขัง’* *‘ผู้ใดที่ครอบครองศัสตราเวทไร้เสียง คือผู้กุญแจที่ต้องถูกสังเวยเมื่อดวงจันทร์สีเลือดพาดผ่านยอดหอคอยคราถัดไป’* มือของเซเลสทีนสั่นอย่างรุนแรงกว่าเดิมจนเกือบทำเอกสารร่วง เธอหันไปมองเอเลียสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาของเด็กหนุ่มกลับไม่ใช่ความตระหนก... เขากลับดูสงบอย่างน่าประหลาด ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าปลายทางของเรื่องนี้คือโศกนาฏกรรม "ฉันไม่ได้เป็นเพียงกุญแจหรอก เซเลสทีน" เอเลียสเอื้อมมือไปแตะกระดาษแผ่นนั้น แรงสั่นสะเทือนมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาจนผลึกเวทในมือแตกละเอียดเป็นผงสีทอง "ฉันคือคนที่มาเพื่อพังมันต่างหาก" ทันใดนั้น บรรยากาศในห้องก็แปรเปลี่ยน ความมืดมิดที่เคยกดทับถูกแทนที่ด้วยรอยร้าวบนอากาศกลางห้อง เงาร่างสีดำมืดมิดค่อยๆ แทรกตัวออกมาจากรอยแยกนั้น ดวงตาสีเพลิงคู่หนึ่งจ้องเขม็งมาที่พวกเขา มันไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอาจารย์ใหญ่ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เซเลสทีนต้องหยุดหายใจ คือสิ่งที่อาจารย์ใหญ่ถืออยู่ในมือ... มันคือดาบเล่มเดียวกับที่เอเลียสพกติดตัวอยู่เสมอ ทว่ามันกลับมีไอสังหารที่เข้มข้นและไร้ความปรานีมากกว่า "เจ้าเด็กโง่..." เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดังก้องทั่วห้องราวกับมาจากนรกขุมที่ลึกที่สุด "เจ้าคิดว่าตัวตนของเจ้าเป็นของเจ้าเองอย่างนั้นหรือ? ลืมไปแล้วหรือว่าจิตวิญญาณที่อยู่ในศัสตรานั่น... คือใครกันแน่?" เอเลียสชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยฉลาดล้ำลึกเริ่มวูบไหวเมื่อเขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ขยับตัวอยู่ภายในจิตสำนึกของเขาเอง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยเริ่มเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่เสียงเตือนภัย แต่มันคือเสียงหัวเราะที่ดูโหดร้ายและเปี่ยมไปด้วยความแค้น เซเลสทีนถอยหลังไปจนชนกับชั้นหนังสือ เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในกระจกเก่าหลังห้อง... เงาของเอเลียสไม่ได้สะท้อนเป็นตัวเขา แต่เป็นภาพของบุรุษผู้หนึ่งที่ดูคุ้นตาเสียจนเธออยากจะกรีดร้องออกมา "เอเลียส... ถอยออกมา!" เซเลสทีนตะโกนสุดเสียง แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างของเอเลียสถูกดึงเข้าสู่มิติที่บิดเบี้ยวทันทีที่ศัสตราเวทในมือของอาจารย์ใหญ่ตวัดลงมากลางอากาศ ทุกอย่างรอบตัวพังทลายลงเหมือนภาพฝันที่แตกสลาย และในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดมิด เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เอเลียสไม่เคยเห็นมาก่อนก็ดังขึ้นในหัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง *[ระบบแจ้งเตือนระดับ SSS: ตรวจพบภาชนะรองรับจิตวิญญาณดั้งเดิม... เริ่มต้นกระบวนการควบรวมร่าง!] [คำเตือน: หากท่านไม่สังหาร 'ผู้กุมความลับ' ในอีก 10 วินาที ท่านจะสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล!]* เอเลียสเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้เป็นสีเดิมอีกต่อไป... แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%