ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 9

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
"ถ้าเอกสารอนุมัติงบประมาณของหอสมุดโบราณถูกประทับตรารับรองโดยกองวินัยภายในเที่ยงนี้พวกเราทุกคนในห้องใต้ดินนี้คงกลายเป็นแค่นิทานหลอกเด็กที่ถูกลืมเลือนไปแล้วล่ะค่ะ เซเลสทีน" ปลายนิ้วเรียวยาวของเอเลียสเคาะเบาๆ ลงบนขอบโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณและละอองเวทมนตร์จางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องเก็บของลับใต้หอคอยทิศเหนือ แสงไฟจากตะเกียงเวทสีนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาที่ฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เซเลสทีนเงยหน้าขึ้นจากกองตำราเวทมนตร์เล่มหนาเตอะ ดวงตาสีไพลินคู่สวยฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด เธอกำปลายกระโปรงเครื่องแบบนักเรียนแน่นจนยับยู่ยี่ "แต่นั่นหมายความว่าเราต้องเดินผ่านห้องโถงกลางในช่วงที่สภานักเรียนกำลังกวาดล้างตรวจค้นกรณีพิเศษนะคะ เอเลียส... คุณก็รู้ว่าแบรดลีย์ไม่ได้มาเล่นๆ เขาจ้องจะเล่นงานคุณตั้งแต่เรื่องบันทึกอาวุธต้องห้ามในคราวก่อนแล้ว" เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันลึกซึ้งที่สะท้อนผ่านแววตา เอเลียสแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่มักทำให้ความตึงเครียดรอบตัวคลี่คลายลงได้เสมอ แม้ว่าในห้วงลึกของจิตใจ ศัสตราเวทไร้เสียงจะส่งเสียงกระซิบเตือนภัยด้วยคลื่นความถี่ต่ำที่ทำให้แก้วหูของเขาสั่นสะเทือน *‘เด็กสาวผู้นั้นหวังดีต่อเจ้า... แต่ความกลัวกำลังนำพาความพินาศมาสู่ย่างก้าวของพวกเรา’* เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นในหัว เอเลียสเพิกเฉยต่อมัน เขาดึงสติกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้วเอ่ยตอบสหายร่วมชะตากรรมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "ความกลัวคือเครื่องมือที่ดีที่สุดของสภานักเรียนค่ะ เซเลสทีน และพวกเขากำลังใช้มันควบคุมทุกคนให้ก้มหัวให้ แต่สำหรับเรา... ความกลัวคือช่องโหว่" เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือขวาหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิทขึ้นมาพลิกเปิดดูหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวAตัวอักษรเวทมนตร์คำนวณยั้วเยี้ย ซึ่งเป็นผลงานการวิเคราะห์โครงสร้างตาข่ายเวทของเซเลสทีนเอง เธอเป็นอัจฉริยะด้านทฤษฎีเวทขั้นสูงที่แม้แต่ศาสตราจารย์ยังต้องยอมรับ เพียงแต่ความล้มเหลวในอดีตทำให้เธอเลือกที่จะปิดกั้นตัวเองจากแสงสว่าง "คุณหมายความว่า..." เซเลสทีนขมวดคิ้วมุ่น สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประมวลผลตามคำใบ้ "การเบี่ยงเบนความสนใจของสนามพลัง?" "ถูกต้องค่ะ" เอเลียสเดินเข้าไปใกล้ รักษาระยะห่างที่พอเหมาะเพื่อให้เกียรติสหายสาว "ถ้าเราทำให้ระบบตรวจจับเวทมนตร์ของสภานักเรียนเข้าใจว่าจุดกำเนิดพลังงานระดับ S อยู่ที่ป่าต้องห้ามทางทิศตะวันตกในเวลาเที่ยงตรงพอดี พวกมันจะยกกำลังพลทั้งหมดออกจากการตรวจค้นภายในตึกอำนวยการ และนั่นคือหน้าต่างเวลาสิบนาทีที่เราจะเดินผ่านประตูหน้าได้อย่างสง่างามโดยไม่มีใครชายตามอง" เซเลสทีนสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น "แต่นั่นต้องใช้ศิลาเวทสะท้อนแสงดาราถึงสามก้อนเพื่อสร้างภาพลวงตาขนาดนั้น... และเราไม่มีสิทธิ์เบิกมันจากคลังแสง" เอเลียสหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาสีรัตติกาลเป็นประกายระยิบระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ใครบอกว่าเราต้องเบิกคะ? ในเมื่อหอพักของรองประธานสภานักเรียนมีตู้เก็บของส่วนตัวที่ไม่เคยปิดล็อกระบบป้องกันสำรองเลยสักครั้ง" แผนการถูกร้อยเรียงขึ้นอย่างรวดเร็วภายใต้บรรยากาศที่บีบคั้น เอเลียสและเซเลสทีนก้าวออกจากห้องใต้ดินลี้ลับ สู่โถงทางเดินหินอ่อนของสถาบันเวทมนตร์อันทรงเกียรติ ทว่าบรรยากาศในวันนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว เหล่านักเรียนต่างพากันหลบชิดริมผนังเมื่อกองกำลังสภานักเรียนในชุดคลุมสีเงินปักตราสัญลักษณ์ดาบไขว้เดินตรวจตราอย่างเข้มงวด หัวใจของเซเลสทีนเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอก้าวเดินตามหลังเอเลียสที่มีท่าทีสุขุมราวกับกำลังเดินเล่นในสวนดอกไม้ แม้ว่าไรผมของเธอจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ "นิ่งไว้ค่ะ เซเลสทีน" เอเลียสกระซิบแผ่วเบาโดยไม่หันกลับมามอง "มองตรงไปข้างหน้า... ทำตัวให้กลมกลืนกับอากาศธาตุ" เบื้องหน้าของพวกเขาคือจุดตรวจค้นหลักที่นำโดย 'แบรดลีย์' ประธานสภานักเรียนผู้มีสายตาดุจเหยี่ยวและขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมหรูหรากำลังยืนกอดอกจ้องมองนักเรียนทุกคนที่เดินผ่านด้วยแววตาสרבจับผิด "หยุดตรงนั้น!" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นตัดผ่านความเงียบ เอเลียสหยุดเดินอย่างนิ่มนวล เซเลสทีนสะดุ้งสุดตัวโดยไม่ตั้งใจ มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับชายเสื้อคลุมของเอเลียสไว้แน่นโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยในสมอง แบรดลีย์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นอายเวทมนตร์ธาตุไฟอันรุนแรงแผ่ออกมาจากตัวของประธานหนุ่มจนอากาศรอบข้างร้อนระอุ เขากวาดสายตามองเอเลียสตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "อ้าว... เด็กไร้พรสวรรค์ผู้โชคดีจากหอคอยทิศเหนือ" แบรดลีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ดูเหมือนช่วงนี้เธอจะเดินเฉิดฉายไปทั่วสถาบันบ่อยเกินไปนะ เอเลียส วอน เครสต์ และที่สำคัญ..." สายตาดุจเหยี่ยวเบนไปยังหญิงสาวด้านหลัง "ดูเหมือนเธอจะลากเอาอดีตดาวเด่นที่ตกอับมาเป็นเครื่องประดับข้างกายด้วยสินะ" เซเลสทีนหน้าซีดเผือด เธอก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบสายตาคุกคามนั้น ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับความล้มเหลวในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัวจนหายใจไม่ออก เอเลียสขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังร่างของเซเลสทีนไว้ครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้าอย่างมั่นคง "พวกเราแค่มารับเอกสารเบิกอุปกรณ์การเรียนตามคำสั่งของศาสตราจารย์ลามبرต์ค่ะ ท่านประธานแบรดลีย์ มีกฎข้อไหนของสภาที่ห้ามไม่ให้นักเรียนเดินผ่านโถงกลางในช่วงเวลานี้ด้วยหรือคะ?" แบรดลีย์หรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ เขายื่นมือหนาออกมาข้างหน้า นิ้วเรียวยาวมีรอยประทับเวทสีแดงก่ำปรากฏขึ้น "ไม่มีกฎห้าม... แต่ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยทุกชิ้นที่ผ่านจุดนี้ จงเปิดกระเป๋าของเธอเดี๋ยวนี้ เอเลียส" ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตึงเครียด เซเลสทีนแทบจะหยุดหายใจเมื่อเห็นปลายนิ้วของแบรดลีย์กำลังจะแตะโดนช่องลับใต้กระเป๋าที่ซ่อนศิลาเวทสะท้อนแสงไว้ ทว่า ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย— *ตูมมมม!* เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวมาจากทิศตะวันตกของสถาบัน ตามด้วยกลุ่มควันสีม่วงหนาทึบที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แรงสั่นสะเทือนทำให้โถงหินอ่อนสั่นไหวเล็กน้อย เสียงกรีดร้องและเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังระդับไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ "เกิดอะไรขึ้น!" แบรดลีย์ชักสีหน้าด้วยความตกใจ ละสายตาจากเอเลียสทันที พลังเวทธาตุไฟถูกเรียกขึ้นมาที่มือเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน "ท่านประธานครับ! รายงานด่วนจากแนวป่าต้องห้าม มีความผิดปกติของพลังงานระดับ SSS กำลังพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ศาลาอาคมกลางป่ากำลังจะล่มสลายครับ!" สมาชิกสภานักเรียนนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนรายงานเสียงดังลั่น แบรดลีย์หันขวับกลับมามองเอเลียสด้วยแววตาลังเลระคนเกรี้ยวกราด ทว่าสถานการณ์เฉพาะหน้าบังคับให้เขาต้องตัดสินใจ "โชคดีของแกนะ... วอน เครสต์!" ประธานหนุ่มสะบัดชายผ้าคลุมหันหลังกลับตะโกนสั่งการลูกน้องเสียงดัง "ทุกคนตามฉันไป! ไปปิดกั้นพื้นที่ป่าต้องห้ามเดี๋ยวนี้!" กองกำลังสภานักเรียนทั้งหมดวิ่งกรูออกจากโถงกลางไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้พื้นที่โล่งกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ท่ามกลางควันจางๆ และเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเซเลสทีน เซเลสทีนทรุดตัวลงพิงกำแพงหินด้วยความโล่งอก เธอมองหน้าเอเลียสด้วยความทึ่งและหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน "คุณ... คุณทำแบบนั้นได้อย่างไร? หรือว่าการระเบิดนั่น..." เอเลียสย่อตัวลงยิ้มบางๆ ให้เธอ พร้อมกับยื่นมือไปฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นยืน "ฉันบอกแล้วค่ะ... ว่าความกลัวคือช่องโหว่ และบางครั้ง... ไฟที่พวกมันกลัวที่สุด ก็เป็นไฟที่เราจุดขึ้นเองเพื่อส่องทาง" เซเลสทีนรับมือเขาไว้อย่างสั่นเทา ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอกนั้นเอง ประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับคลังอาวุธใต้ดิน ซึ่งควรจะถูกปิดตายและไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ กลับส่งเสียง 'คลิก' ดังสนั่นก้องกังวาน *กริ๊ก... ครืดดดด—* รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้าพวกเขา พร้อมกับละอองเวทสีโลหิตที่ไหลทะลักออกมาจากความว่างเปล่า กลิ่นอายโบราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านจนขนหัวลุก และก่อนที่ทั้งสองจะได้ตั้งตัว เงาร่างสูงใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่ถูกบันทึกไว้ว่าเป็น "ตำนานที่สูญหาย" ก็ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาจากความมืดมิด พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานที่จ้องตรงมายังเอเลียสด้วยความกระหายเลือด! — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — แอสทริดธาตุมนต์
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%