กลิ่นคาวสนิมเหล็กและละอองฝุ่นเวทมนตร์ที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นศิลาเบื้องล่าง คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเราไม่ได้กำลังติดอยู่ในความฝันอันบิดเบี้ยว
*คำเตือน: เส้นทางถอยร่นทั้งหมดถูกตัดขาด คุณได้เข้าสู่เขตแดนอาคมปิดตายของ "ผู้ชำระแค้นแห่งหอคอยคราส" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว*
ตัวอักษรสีเลือดจางๆ ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศเมื่อครู่เพิ่งจะเลือนหายไป แต่ความเย็นเยียบของมันยังคงเกาะกุมอยู่ที่ต้นคอของดิฉัน เอเลียสใช้มือข้างหนึ่งปัดเศษปูนที่ร่วงกวาดลงมาจากเพดานโค้งของห้องโถงใต้ดิน ขณะที่ดวงตาสสีนิลคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเร็วและแม่นยำ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวไปบนพื้นหินเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"อาคมกักขังนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อกันเราออกไปหรอกค่ะ เซเลสทีน" เสียงทุ้มต่ำของเอเลียสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อขัง 'บางสิ่ง' ไว้ข้างในนี้... และบังคับให้เราต้องเผชิญหน้ากับมันโดยไม่มีทางเลือกต่างหาก"
เซเลสทีนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำกระชับไม้เท้าเวทมนตร์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอพยักหน้ารับช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปยังแท่นหินสีดำสนิทที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง ซึ่งมีดาบโบราณเล่มหนึ่งปักอยู่ตรงใจกลาง—ดาบที่ส่งเสียงร้องคร่ำครวญเบาๆ ออกมาเป็นระยะ ราวกับดวงวิญญาณที่กำลังถูกทรมานในขุมนรก
ที่นี่คือชั้นใต้ดินลึกที่สุดของหอคอยร้าง สถานที่ที่ถูกลบชื่อออกจากบันทึกประวัติศาสตร์ของสถาบันเวทมนตร์มานานนับร้อยปี และตอนนี้ เส้นทางเดียวที่จะพาพวกเราออกไปได้ คือการไขปริศนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคมดาบเล่มนั้น
"คุณไหวไหมคะ?" ดิฉันถามพร้อมกับเหลือบมองเอเลียส แม้สีหน้าของเขาจะยังคงความสุขุมเยือกเย็นตามแบบฉบับ แต่หยาดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามขมับและกล้ามเนื้อสันกรามที่ขบเข้าหากันอย่างแน่นหนา ก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าภาระทางจิตใจที่เขากำลังแบกรับอยู่นั้นหนักหนาเพียงใด
เอเลียสไม่ได้ตอบคำถามทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มจางๆ ที่มุมปากให้ "ถ้าฉันบอกว่าไม่ไหว คุณจะยอมให้เราหันหลังกลับตอนนี้เลยไหมล่ะคะ เซเลสทีน?"
"คุณก็รู้ว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตอาคมนี้แล้วค่ะ" ดิฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มจางๆ เช่นกัน ความตึงเครียดในบรรยากาศผ่อนคลายลงเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด เป็นความคุ้นเคยและความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นผ่านการผ่านความเป็นความตายด้วยกันมาหลายต่อหลายครั้ง
พวกเขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นหินนั้นทีละก้าว ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ เสียงกระซิบประหลาดจากดาบโบราณก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มันไม่ใช่เสียงคำรามกึกก้องแบบเวทมนตร์ทำลายล้างทั่วไป แต่มันเป็นเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น ความเศร้าโศก และความทรงจำอันเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บไว้
*‘ทำไม... ทำไมถึงทิ้งฉันไว้ที่นี่...’*
เสียงนั้นดังขึ้นในหัวของเอเลียสโดยตรง ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนวูบหนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อคลื่นกระแสความทรงจำที่ไม่ได้เป็นของตัวเองทะลักเข้ามาในห้วงความคิดราวกับเขื่อนแตก ภาพของสนามรบที่ถูกย้อมด้วยสีเลือด ท้องฟ้าสีเทหะที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่าน และภาพของชายสวมชุดคลุมสีดำผู้หนึ่ง—เจ้านายคนก่อนของดาบเล่มนี้—กำลังทรุดตัวลงสิ้นใจบนพื้นดินที่แห้งผาก
เอเลียสเซถอยหลังไปครึ่งก้าว มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับแน่น ลมหายใจเริ่มติดขัด
"เอเลียส!" ดิฉันพุ่งเข้าไปประคองแขนของเขาไว้ทันที ความร้อนจากตัวเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า "เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณเห็นอะไร?"
"อดีต..." เอเลียสกัดฟันแน่น ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่ดาบเล่มนั้นราวกับต้องมนต์สะกด "ดาบเล่มนี้... มันไม่ได้แค่บันทึกเวทมนตร์ แต่มันบันทึก 'ความเกลียดชัง' ของเจ้านายคนก่อนเอาไว้ทั้งหมด เจ้านายคนก่อนของมันไม่ได้ตายเพราะสนามรบ... แต่เขาถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดในสถาบันแห่งนี้"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเอเลียส พื้นศิลาใต้แท่นหินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวสีแดงฉานแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณราวกับใยแมงมุม ละอองเวทมนตร์สีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ก่อตัวเป็นเงาร่างของอัศวินโบราณสวมเกราะเหล็กขึ้นล้อมรอบพวกเขาทั้งสองคนไว้ตรงกลาง
บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนแทบหายใจไม่ออก เสียงหัวเราะแหברי้วดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงใต้ดิน
*ก๊อง... ก๊อง...*
เสียงระฆังแห่งความตายดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน และก่อนที่เอเลียสจะทันได้เอ่ยเตือนอะไร แสงสว่างวาบสีเลือดก็สาดส่องลงมาจากเพดาน พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่พวกเขานึกไม่ถึงที่สุด—อาจารย์ใหญ่แห่งหอคอยเวทมนตร์ ผู้ซึ่งควรจะอยู่ที่หอคอยใหญ่ในเวลานี้ กลับยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
"ทำได้ดีมาก เด็กน้อย..." เสียงของอาจารย์ใหญ่ก้องกังวาน ไม่หลงเหลือความใจดีที่เคยแสดงให้เห็นในห้องประชุมแม้แต่น้อย "ในที่สุด แกก็พาอาบิส... ดาบประจำตัวของฉัน กลับมาหาเจ้าของที่แท้จริงเสียที"
หัวใจของดิฉันกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นภายใต้หอคอยแห่งนี้กำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้เอง...
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 25
เสียงแห่งศาสตรา
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!