ก้อนกระดาษร่างแบบจำนวนมหาศาลถูกขยำและโยนลงถังขยะจนพูนล้น มันคือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าสถาปนิกผู้โด่งดังและเจ้าระเบียบอย่างอคินกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่แก้ไม่ตก ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะลากเส้นตรงบนกระดาษไขอย่างมั่นใจในยามปกติ ตอนนี้กลับกำลังเคาะโต๊ะทำงานเสียงดังเป็นจังหวะกระวนกระวาย ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ส่องกระทบใบหน้าคมสันซึ่งฉายแวบความเคร่งเครียดอย่างชัดเจน
"ถ้าคุณยังนั่งขยำกระดาษแบบนั้นต่อไป ถังขยะห้องคุณคงต้องจ้างคนมาขนออกรอบดึกแน่ๆ ครับคุณอคนิณ"
เสียงหวานใสแต่ติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขายابสบายๆ กำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตู เธอกวาดสายตามองซากอารยธรรมงานออกแบบที่กระจัดกระจายเต็มพื้นด้วยแววตาทันคน ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้โดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต
อคินตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองผู้บุกรุกยามวิกาล ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจพรวดใหญ่
"นี่มันพื้นที่ส่วนตัวของผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาเดินตรวจตราเล่นในห้องทำงานคนอื่นดึกดื่นแบบนี้ครับคุณนักเขียนบท" น้ำเสียงห้วนจัดเจือความหงุดหงิดถูกส่งออกไปตามความเคยชิน ทว่ามันไม่ได้ทำให้รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวลดลงเลยแม้แต่น้อย
"ก็แค่ว้าวุ่นใจแทนตัวร้ายในชีวิตจริงมั้งครับ" รินรดาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เธอก้มลงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งที่รอดพ้นจากเงื้อมมือถังขยะขึ้นมาพิจารณา "โครงสร้างบ้านหลังนี้... ถูกรื้อแก้ใหม่เป็นรอบที่สี่แล้วนะอคิน คุณกำลังพยายามซ่อนอะไรไว้ใต้คานคอนกรีตพวกนี้กันแน่"
ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มองแค่ตัวเลขและสัดส่วนเรขาคณิต เธอมองทะลุผ่านลายเส้นตารางเหล่านั้นไปยังเจตนาที่ซ่อนอยู่
อคินชะงักไปชั่วขณะ สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วครู่ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลายเป็นฉากหลังของบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดและชวนให้อึดอัด
"คุณไม่เข้าใจหรอก..." อคินเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมหลุบลงมองโต๊ะทำงาน "สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามหรือการใช้สอย แต่มันคือการสร้าง 'เซฟโซน' ที่มั่นคงพอจะไม่พังทลายลงมาเมื่อโลกข้างนอกมันเฮงซวย... และบ้านหลังนี้ ผมออกแบบให้มันรองรับน้ำหนักของความรู้สึกที่พังไปแล้วไม่ได้"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำให้นัยน์ตาของรินรดาไหววับ เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้เห็นรอยร้าวในกำแพงน้ำแข็งที่อคินสร้างขึ้นมาตลอดชีวิต
"แล้วทำไม..." เสียงของรินรดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เธอวางกระดาษแผ่นนั้นลง แล้วก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบไม่มีระยะห่าง "ทำไมคุณถึงพยายามออกแบบให้มันเปิดโล่งรับแสงรอบด้านขนาดนั้นล่ะ ทั้งที่ลึกๆ แล้วคุณกลัวความเปราะบางยิ่งกว่าอะไร"
อคินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกัน ความซึนเดระและความปากจัดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง
"เพราะ... ผมไม่อยากให้ใครต้องติดอยู่ข้างในความมืดแบบเดียวกับผมอีก" อคินกระซิบ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เขาเองก็ไม่คาดคิด
รินรดากลั้นหายใจ หัวใจในอกเต้นรัวแรงผิดจังหวะ เธอยื่นมือออกไปหวจะสัมผัสหลังมือหนาที่กำหมัดแน่นอยู่บนโต๊ะ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและบอกเขาว่าไม่ต้องแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนผิวสัมผัสของเขา
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันและอารมณ์ที่กำลังพุ่งสูงถึงขีดสุด ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาในห้องทำงาน
"พี่อคินคะ! แย่แล้วค่ะ ดีไซน์ใหม่ที่เราต้องส่งให้ลูกค้ารอบเช้า ถูกปล่อยหลุดออกไปในโลกโซเชียลแล้วค่ะ!"
รินรดาและอคินผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน อคินลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ขณะที่รินรดาหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาตื่นตระหนก ปมปัญหาใหม่ซัดเข้ามาปะทะหน้าทันทีโดยไม่ทันให้ตั้งตัว และสัญชาตญาณดิบของสถาปนิกปากจัดก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในวินาทีนั้นเอง
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและให้กำลังใจกันมาโดยตลอดนะครับ - โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 8
ข้ามเส้นแบ่งเขต
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!