"คุณกำลังเสียสติไปแล้วแน่ๆ รินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของอคินไม่ได้มีความนุ่มนวลแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาสีเข้มจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือสลับกับร่างบางที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอย่างไม่สะทกสะท้าน
"ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าสมองส่วนไหนของคุณที่ประมวลผลออกมาว่า ไฟล์งานพรีเซนต์โปรเจกต์มหาประการั่นสำคัญขนาดนี้ ถึงได้ระเหิดหายไปได้ในคืนก่อนวันส่งจริง!"
รินรดาย้อนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง เธอไม่ได้ตื่นตระหนกกับหายนะที่เกิดขึ้นตรงหน้า ตรงกันข้าม ความกดดันระดับวิกฤตกลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณนักสู้ในตัวเธอให้พุ่งพล่าน
นี่คือสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสีแดง
ไฟล์แบบร่างสถาปัตยกรรมสามมิติและโครงสร้างบทโทรทัศน์ที่พวกเขาช่วยกันขัดเกลามาตลอดสามสัปดาห์เต็ม เกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคจากการซิงค์ข้อมูลบนคลาวด์ที่ล่มกะทันหัน ข้อมูลทั้งหมดหายวับไปกับตา เหลือทิ้งไว้เพียงหน้าจอเปล่าๆ และกำหนดเวลาส่งมอบงานในอีกเจ็ดชั่วโมงข้างหน้าตอนแปดโมงเช้า
อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ จนมันยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง สลัดภาพสถาปนิกผู้เนี๊ยบกริบเจ้าระเบียบไปเสียสนิท "ถ้าคุณไม่เถียงผมตั้งแต่ตอนที่เราวางโครงเรื่องเมื่อวานนี้ เราคงไม่ต้องมานั่งกู้ไฟล์บ้าๆ นี่ตอนตีสองครึ่งหรอกครับ"
"อ้าว! กลายเป็นความผิดฉันซะงั้น?" รินรดาดีดตัวออกจากขอบโต๊ะ ก้าวเข้าไปประชิดชายหนุ่มด้วยความโมโห ปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจอกโด่งเป็นสันของอีกฝ่าย "ถ้าไม่มีฉันคอยตบโครงเรื่องให้มันสมเหตุสมผล งานของคุณก็เป็นแค่แท่งคอนกรีตสวยๆ ที่ไม่มีจิตวิญญาณนั่นแหละ คุณอคิน!"
บรรยากาศในห้องทำงานสถาปัตยกรรมที่เงียบสงบในยามวิกาล บัดนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่ร้อนระอุ เคมีระหว่างความเจ้าระเบียบหัวรั้นกับความปากเก่งไม่ยอมคนพุ่งสูงเสียดฟ้า ทว่าท่ามกลางความตึงเครียดนั้น กลับไม่มีใครยอมถอยหลังให้ใครเลยแม้แต่ก้าวเดียว
อคินก้มมองหญิงสาวที่ยืนประจันหน้าเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ความโกรธขัดใจผสมปนเปอยู่กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขามักจะเป็นเสมอเวลาหล่อนทำท่าทางฮึดฮัดแบบนี้ รินรดาในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มดูไม่เป็นมืออาชีพเอาเสียเลยในสายตาคนเจ้าระเบียบอย่างเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความท้าทายคู่นั้น... มันตรึงสายตาเขาไว้ได้อย่างน่าประหลาด
"เลิกเถียงแล้วมานี่ครับ" สุดท้าย อคินก็เป็นฝ่ายยอมแพ้ต่อเวลา เขาถอนหายใจยาวเหยียด คว้าข้อมือเล็กๆ นั่นแล้วดึงให้เดินตามมานั่งลงที่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลัก
"นี่คุณจะทำอะไร อย่ามาลากนะ..." รินรดาขมวดคิ้วมุ่นแต่ก็ยอมหย่อนตัวลงนั่งตามแรงดึง
"กู้ข้อมูลครับ ถ้าเรายังมัวแต่เถียงกันเรื่องว่าใครผิด โปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านนี่ได้กลายเป็นเศษกระดาษจริงๆ แน่" อคินเอ่ยเสียงเข้ม นิ้วเรียวยาวเริ่มขยับรัวบนแป้นพิมพ์ด้วยความรวดเร็ว สมาธิทั้งหมดถูกดึงกลับมาที่หน้าจอ ทว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่โชยมาจากเรือนผมของคนที่นั่งเบียดอยู่ข้างกัน กลับรบกวนสมาธิเขาอย่างจัง
รินรดายอมสงบปากสงบคำลงเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้วิกฤตแค่ไหน สมองอันฉับไวของนักเขียนบทเริ่มทำงาน เธอเอื้อมมือไปหยิบกระดาษร่างสตोरीบอร์ดที่จดด้วยลายมือยับยู่ยี่ขึ้นมาวิเคราะห์ทันที
"โอเค... ถ้าไฟล์สามมิติตัวหลักกู้คืนไม่ทัน เรายังมีโมเดลจำลองเวอร์ชันก่อนหน้าในฮาร์ดไดรฟ์สำรองใช่ไหม?" เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคู่สวยมองตรงไปที่หน้าจอ
อคินเหลือบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่สะท้อนกับแสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในยามที่เธอตั้งใจทำงาน รัศมีบางอย่างที่น่าดึงดูดใจมักจะเปล่งประกายออกมาเสมอ "มีครับ แต่อยู่ที่ห้องทำงานอีกตึกหนึ่ง และตอนนี้ฝนข้างนอกก็กำลังตกหนักด้วย"
"เรื่องแค่นั้นจิ๊บจ๊อยน่า" รินรดาหันมาสบตาเขา แววตาซุกซนแกมท้าทายปรากฏขึ้นชั่วขณะ "คุณกลัวเปียกหรือกลัวไม่ได้นอนล่ะ สถาปนิกปากจัด"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบคืน "ปากเก่งแบบนี้ ระวังจะไม่ได้เดินกลับมาที่นี่ด้วยขาตัวเองนะครับ รินรดา"
สถาปนิกหนุ่มคว้าเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวมาคลุมไหล่ให้หญิงสาวอย่างไม่ทันตั้งตัว สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่แตะโดนหัวไหล่ทำเอารินรดานิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่อคินจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วคว้ากุญแจรถ
ทั้งสองคนก้าวออกจากห้องทำงานฝ่าความมืดและสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนักหน่วงในยามตีสาม มุ่งหน้าไปยังตึกปฏิบัติการอีกฝั่งเพื่อตามหาแบบร่างที่หายไป โดยไม่รู้เลยว่า อุปสรรคที่พวกเขากำลังเผชิญร่วมกันในคืนนี้ กำลังจะพังทลายกำแพงในใจที่ต่างฝ่ายต่างสร้างขึ้นมาอย่างช้าๆ
แต่ทว่า... ในจังหวะที่อคินไขกุญแจเปิดประตูห้องเก็บไฟล์สำรองสำเร็จ และกำลังจะก้าวเข้าไปข้างพร้อมกับรินรดา เสียงฝีเท้าปริศนาของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดสนิทด้านหลัง
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทั้งๆ ที่พวกเขารู้ดีว่า ในตึกนี้เวลานี้ ไม่ควรมีใครอยู่อีกนอกจากพวกเขา
อคินชะงักมือที่กำลังดันประตู เขาดึงร่างของรินรดาให้เข้ามาหลบอยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสคมกริบจ้องเขม็งไปยังความมืดมิดเบื้องหน้า ขณะที่รินรดากำชายเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้แน่น ลมหายใจสะดุดกักค้างด้วยความระทึก
"ใคร..." อคินเอ่ยถามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอของหญิงสาวที่ยืนแนบชิดอยู่เบื้องหลังในพื้นที่แคบๆ
ก่อนที่ประตูอีกบานที่อยู่สุดทางเดินจะค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด... ก้าวออกมาจากเงามืด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงผ่านตัวละครไปด้วยกันนะครับ - โครโนสทริกเกอร์
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 7
แบบร่างที่หายไป
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!