เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 4

สมรภูมิที่ชื่อว่าไซต์งาน

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ถ้าคุณจะรื้อผนังส่วนนี้ทิ้งเพื่อแลกกับมุมมองกล้องงี่เง่าแค่สามวินาทีในบทละครเฮงซวยของคุณ รบกวนไปสร้างตึกกระดาษทิชชูของตัวเองเถอะครับคุณนักเขียน อย่ามาทำลายงานออกแบบที่ผมใช้เวลาคำนวณโครงสร้างมาเป็นเดือนเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเยียบเย็นดังขึ้นก้องไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของชั้นแปด อคินยืนกอดอกแน่น ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแล็คสีเข้มดูโดดเด่นท่ามกลางฝุ่นปูนและเหล็กเส้น แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจ้องมองร่างบางที่ยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงข้ามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รินรดาตวัดสายตากลับทันที เธอยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ใบหน้าหวานที่แต่งแต้มด้วยความหงุดหงิดเชิดขึ้นเล็กน้อย เส้นผมที่รวบไว้ลวกๆ มีปอยตกลงมาเคลีกรอบหน้า ยิ่งขับเน้นให้ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววพยศเดเด่นชัด "ตึกกระดาษทิชชูเหรอคะ... อ้อ, ขอโทษทีครับ พอดีฉันไม่ได้เรียนจบมาเพื่อสร้างอนุสาวรีย์สนองนี드ตัวเองให้คนเดินผ่านไปมาแล้วบอกว่าสวยอย่างเดียว แต่มันใช้งานจริงไม่ได้!" เธอย้อนกลับเสียงใสแต่เจือด้วยความเผ็ดร้อน "ฉากสำคัญตอนที่พระเอกต้องกระโดดทะลุกระจกออกมาเพื่อช่วยนางเอก ถ้าผนังตรงนี้มันทึบตันและมีเสาบ้าๆ นี่ขวางอยู่ พระเอกของคุณคงต้องวิ่งอ้อมไปเข้าประตูหน้าบ้านแทนสินะคะ ถึงจะดูสมเหตุสมผลตามหลักสถาปัตยกรรมกู้อีจานของคุณ!" คำว่า 'กู้อีจาน' ถูกเน้นเสียงด้วยจังหวะจะโคนจนอคินต้องขยับกรามแน่น สันจักษุของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่โล่งกว้าง มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างตึกสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จและเสียงก่อสร้างแว่วมาจากชั้นล่าง นี่คือสมรภูมิที่ชื่อว่า 'ไซต์งาน' สถานที่ซึ่งไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน อคินก้าวเท้าเข้าประชิดรินรดาช้าๆ ความสูงของเขาทำให้อีกฝ่ายต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขายืนหยุดอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นสะอาดปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนลอยเข้าจมูก แต่นั่นไม่ได้ทำให้อารมณ์คุกรุ่นของสถาปนิกหนุ่มลดลงเลยแม้แต่น้อย "คุณกำลังเอาตรรกะของละครน้ำเน่ามารื้อถอนความปลอดภัยของอาคารนะครับ รินรดา" อคินโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "ถ้าตรงนี้ทุบตามใจคุณ แรงเฉือนของคานหลักจะหายไปครึ่งหนึ่ง และถ้าแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ คนที่จะตายไม่ใช่พระเอกในบทละครปัญญาอ่อนของคุณหรอกครับ แต่คือคนดูที่นั่งดูอยู่หน้าจอ หรือไม่ก็ตัวคุณเองที่ยืนเถียงผมอยู่ตรงนี้" รินรดาชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาปัดป่านข้างแก้มเธอ ความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้สมองที่กำลังแล่นพล่านด้วยพล็อตละครสะดุดกะทันหัน แต่มีหรือที่คนอย่างรินรดาจะยอมจำนน เธอยื่นมือเรียวขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาออกห่างอย่างไม่เกรงกลัว แม้เนื้อผ้าจะแนบชิดจนรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่มั่นคงภายใต้เสื้อเชิ้ตนั้น "อย่ามาขู่ฉันด้วยหลักวิศวกรรมค่ะคุณอคิน" เธอเชิดหน้าสู้ สายตาคมกวาดมองสบตากับเขาตรงๆ "ถ้าคุณฉลาดพอก็ควรจะหาทางออกแบบโครงสร้างใหม่ให้มันรองรับบทของฉันได้สิคะ ไม่ใช่มานั่งกอดอกทำหน้ายักษ์แล้วบอกว่าไม่ได้ๆ ทุกอย่างมันมีทางแก้ ถ้าคุณเปิดสมองกว้างกว่ากรอบสี่เหลี่ยมที่คุณขีดขึ้นมาเอง!" อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมปลาบมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "เปิดสมองเหรอครับ? งั้นผมคงต้องขอบันทึกไว้เป็นกรณีศึกษาเลยว่า นักเขียนบทโทรทัศน์สมัยนี้นอกจากจะเพ้อเจ้อเก่งแล้ว ยังมีความมั่นใจสูงเกินกว่าความรู้ที่มีเสียอีก" "นี่คุณ!" รินรดาเลือดขึ้นหน้า มือเรียวชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด "ปากแบบนี้สินะคะ ถึงได้ไม่มีใครทนอยู่... อ๊ะ!" คำพูดที่เหลือถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ อคินก็คว้าข้อมือเธอไว้แล้วดึงเข้าหาตัวด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างบางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งอย่างจัง มืออีกข้างของเขาเอื้อมไปโอบกระชับเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้เธอล้มลงบนพื้นปูนขรุขระ โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กแนบอยู่กับอกเสื้อของเขา สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อแน่นตึงและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วกว่าปกติ อคินก้มมองเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาบัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบเฉย แต่มันกลับกักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างเบ็ดเสร็จ "อย่าพูดในสิ่งที่คุณไม่รู้... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มนวลจนรู้สึกวูบวาบไปหมด สติของรินรดาเตลิดไปไกล เธออ้าปากจะเถียงแต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เคมีประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางฝุ่นละอองของไซต์งาน บดบังความขัดแย้งเมื่อคร่าไปจนหมดสิ้น ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุจนแทบละลาย และอคินกำลังจะก้มใบหน้าลงมาปิดกั้นช่องว่างระหว่างกัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดหนีไฟ "คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ ทางเทศบาลส่งคนมาตรวจสอบเรื่องแบบแปลนด่วน!" อคินชะงัก ดวงตาคมละจากใบหน้าหวานของหญิงสาวอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก เขากวาดสายตามองรินรดาที่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรือความเขินก็ไม่แน่ใจ) ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมแขนออกอย่างเสียดาย รินรดารีบผลלตัวให้ออกห่าง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความพิรุธ อคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นสถาปนิกผู้เยือกเย็นดังเดิม ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง ทว่า... บุคคลที่ก้าวพ้นขอบประตูขึ้นมาบนชั้นแปดไม่ได้มีแค่คนงานก่อสร้างตามที่คาดการณ์ไว้ ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบเฉียบ พร้อมรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเสาปูนเปลือย "สวัสดีครับคุณสถาปนิก และ... ริน" เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักทาย พร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้ "ผมได้ข่าวว่าไซต์งานนี้มีปัญหาเรื่องแบบแปลน เลยแวะมาดู... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหมครับ?" อคินหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากแว่นสายตา ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึงเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดสับเปลี่ยนอารมณ์ไปกับสมรภูมิเดือดในวันนี้ แล้วพบกันตอนหน้าครับ - โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%