แก้วทรงทิวลิปในมือรินรดาสั่นไหวเล็กน้อยตามจังหวะชีพจรที่เต้นเร้าในอก ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของแชมเปญราคาแพงที่รินล้นเกินครึ่งแก้ว แต่เป็นเพราะสายตาของโปรดิวเซอร์รุ่นลายครามผู้ทรงอิทธิพลคนนั้น ที่กำลังไล่มองตั้งแต่ปลายคางลงมาถึงเนินอกใต้ชุดเดรสเข้ารูปราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนเขียงรอวันชำแหละ
"บทโทรทัศน์ตอนล่าสุดของคุณมีปัญหาเยอะนะรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำเจือกลิ่นแอลกอฮอล์ดังชิดริมใบหู พร้อมกับฝ่ามือชื้นเหงื่อที่เอื้อมมาแตะข้อศอกเธออย่างถือวิสาสะ "โดยเฉพาะซีนอารมณ์ตอนท้าย... ถ้าคุณยอมมาคุยงานแบบ 'ตัวต่อตัว' กับผมที่คอนโดฯ คืนนี้ ผมอาจจะช่วยเกลาให้มันผ่านกองเซ็นเซอร์แบบม้วนเดียวจบเลยก็ได้ว่าไงล่ะ"
ความขยะแขยงพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนรสชาติฝาดเฝื่อนติดปลายลิ้น รินรดาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เธอไม่ใช่เด็กฝึกงานไร้เดียงสาที่จะยอมให้ใครมาคุกคามด้วยข้อเสนอต่ำทรามแบบนี้ แต่นี่คือปาร์ตี้ปิดกล้องโปรเจกต์ยักษ์ การฉีกหน้าคนใหญ่คนโตกลางวงล้อมแขกเหรื่อไฮโซอาจหมายถึงการดับอนาคตในวงการนี้ไปตลอดกาล
เธอกัดฟันเตรียมจะสะบัดแขนออกและตอกกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสัญชาตญาณดิบ แต่ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านนั้นจะลูบไล้ขึ้นมาถึงต้นแขน ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาโคลตัดเย็บเนี้ยบกริบก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางราวกับภูตผีที่ปรากฏตัวอย่างไร้ซุ่มเสียง
"ขอโทษนะครับ... พอดีภรรยาผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาแตะเนื้อต้องตัว"
เสียงทุ้มต่ำกังวานและเยียบเย็นดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางเสียงดนตรีคลอเบาๆ อคินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดูลึกล้ำและอันตราย รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนโปรดิวเซอร์หนวดเฟิ้มชักมือกลับแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น
"อะ... อ้าว คุณอคิน สถาปนิกคนดังนี่เอง" โปรดิวเซอร์คนนั้นหัวเราะกลบเกลื่อนความหน้าแตก แม้สีหน้าจะฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "ผมแค่วิจารณ์งานเขียนให้น้องเขาเฉยๆ น่า คุณจะถือสาอะไรกับเรื่องแค่นี้"
"งานเขียนจะดีหรือไม่ดี... ตัดสินกันที่กระดาษกับปลายปากกา ไม่ใช่ที่ความกว้างของเตียงนอนในคอนโดฯ ของคุณหรอกครับ" อคินเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก คำพูดราบเรียบแต่เชือดเฉือนบาดลึกจนคู่สนทนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "อีกอย่าง... รสนิยมของภรรยาผมค่อนข้างสูง เธอคงไม่ชายตามองผู้ชายที่ใช้เศษอำนาจมาข่มเหงคนอื่นหรอกครับ เสียเวลาเปล่า"
"นี่คุณ!"
"ถ้าไม่อยากให้ผมรื้อประวัติการทำงานของคุณมาคุยกันกลางวงล้อมนักข่าวตรงนั้น... เชิญไปหาเครื่องดื่มดื่มแก้เขินทางนู้นเถอะครับ" อคินพยักเพยิดไปยังมุมห้องด้วยท่าทีสุภาพแต่ดุดันในคราวเดียวกัน แรงกดดันมหาศาลทำให้โปรดิวเซอร์หนวดเฟิ้มหน้าเสีย ยอมถอยกรูดออกไปอย่างเสียหน้า
ความเงียบชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ตรงนั้น รินรดายืนนิ่งค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มด้านข้างด้วยความรู้สึกที่ตีรันกันมั่วซุม ทั้งตกใจ โล่งอก และหมั่นไส้ในความเผด็จการที่โผล่มาถูกจังหวะพอดี
"ใครเป็นภรรยาคุณไม่ทราบ?" รินรดาเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงติดจะห้วนจัดเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก เธอยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบกลบเกลื่อนร่องรอยความอ่อนแอ "ปากดีแบบนี้... อยากหาเรื่องวิวาทกลางงานศพตัวเองหรือไง"
อคินหันมามองเธอ แววตาคมกริบทอดลงมาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก เขาถอดสูทตัวนอกออกแล้วพาดไว้บนแขน ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อคลายความอึดอัด "ถ้าผมไม่ปากดี... ป่านนี้คุณคงยืนน้ำตาตกในให้ตาแก่ตัณหากลับนั่นลากตัวไปห้องพักแขกแล้วมั้งครับ"
"ฉันเอาตัวรอดเองได้!"
"รอดด้วยการยืนแข็งทื่อเป็นท่อนไม้แล้วปล่อยให้เขาแทะโลมน่ะเหรอครับ?" อคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดที่ซ่อนไว้ไม่มิด "คุณเก่งแต่กับผมเท่านั้นแหละรินรดา พอเจอหมาป่าเขี้ยวลากดินเข้าจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ถูกทุกที"
"นี่คุณอคิน!" รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธตีตื้นขึ้นมากลบความกลัวเมื่อครู่จนหมดสิ้น "ฉันจะจัดการยังไงมันก็เรื่องของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉันไม่ทราบ หะ? หรือว่าแอบสะกดรอยตามฉันมาเพราะคิดถึงฉันจนนอนไม่หลับล่ะ?"
คำพูดประชดประชันนั้นทำให้อคินชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนที่รั้นขึ้นสีแดงด้วยความโมโห เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับเสาตกแต่งห้อง บรรยากาศรอบตัวแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงใหญ่ก้มตัวลงมา กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาหัวใจเผลอกระตุกวูบ
"ใช่... ผมสะกดรอยตามคุณมา" อคินสารภาพหน้าตาเฉยโดยไม่มีทีiท่ากระดากอายแม้แต่น้อย "เพราะถ้าผมไม่มา... คืนนี้คุณคงร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ข้างถังขยะหลังโรงแรมไปแล้ว"
"ไอ้...!"
รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่หน้าคนหน้ามึน แต่จังหวะนั้นเอง ไฟรอบห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงกะทันหัน เสียงดนตรีแจ๊สหยุดชะงักลงแทนที่ด้วยเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิตที่เริ่มสับสนกับความมืดมิดที่เข้ามาเยือน
ในความสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวสาดส่องเข้ามาจากกระจกบานใหญ่ อคินใช้มือข้างหนึ่งรวบเอวบางของเธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้ถูกเบียดชนจากฝูงชนที่เริ่มตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาก้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนระอุรดรินอยู่เหนือริมฝีปากเธอท่ามกลางความโกลาหล
รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับความอบอุ่นจากฝ่ามือที่โอบกระชับอยู่ที่เอว ทำให้เธอขยับตัวไปไหนไม่ได้ หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงรอบข้าง
"อย่าดิ้น..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของอคินดังอยู่ชิดริมฝีปาก "มีคนกำลังมองเราอยู่..."
รินรดาชะงัก เธอกวาดสายตาผ่านไหล่กว้างของเขาไปยังมุมมืดของระเบียง และที่ตรงนั้น... ท่ามกลางเงาสลัวของผ้าม่านสีเข้ม ดวงตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมายังพวกเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการร้ายบางอย่างที่ถูกซ่อนเร้นไว้
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โครโนสทริกเกอร์" มาโดยตลอดครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 20
งานเลี้ยงที่ไม่มีใครเชิญ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!