เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 24

พายุกำลังจะมา

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เอกสารสัญญาร่วมทุนมูลค่าแปดหลักถูกพับทบครึ่งอย่างแรงจนสันกระดาษคมกริบเกือบจะบาดปลายนิ้วของอคิน สถาปนิกหนุ่มเจ้าของบริษัทสถาปัตยกรรมแถวหน้าขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องประชุมใหญ่ที่เงียบสนิท บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าเปิดแอร์ติดลบ ทว่าความเดือดดาลภายในกลับพวยพุ่งราวกับลาวาใต้เปลือกโลก "คุณจะบอกว่าหุ้นส่วนฝั่งนั้นถอนทุนกะทันหันอย่างนั้นเหรอครับ ธนากร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน มันเรียบสนิทแต่น่ากลัวจนเลขาหนุ่มอย่างธนากรต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ครับคุณอคิน... ทางกลุ่มทุนเจ้านั้นแจ้งมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วอ้างเรื่องสภาพคล่อง แต่ข่าววงในที่ผมได้ยินมา พวกเขามีปัญหากับทิศทางการบริหารโครงการที่เรากำลังทำร่วมกันอยู่ครับ พวกเขาต้องการเปลี่ยนแบบโครงสร้างตึกหลักให้ลดต้นทุนลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งถ้าเราทำ... มันจะทำลายมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดที่คุณตั้งใจไว้" ธนากรรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นชาและไร้ซึ่งความตลกขบขันโดยสิ้นเชิง มือหนาขยี้เอกสารในมือจนยับยู่ยี่ก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังทึบสะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งถึงขีดสุด งานออกแบบชิ้นนี้ไม่ใช่แค่โปรเจกต์เชิงพาณิชย์ แต่มันคือวิญญาณครึ่งหนึ่งของเขา มันคืออนุสรณ์ที่เขาตั้งใจสร้างเพื่อลบคำสบประมาทในวัยเด็ก และเป็น "เซฟโซน" ทางความรู้สึกที่เขาเทหยาดเหงื่อแรงกายลงไปทุกหยด แต่วันนี้... หุ้นส่วนหน้าเลือดพวกนั้นกลับพยายามจะทำลายมันเพื่อผลกำไรระยะสั้น ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกะทันหันโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์サイズสีฟ้าอ่อนกับกางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ รินรดากวาดสายตาปราดเดียวก็ประเมินสถานการณ์บนโต๊ะออกทันที สัญชาตญาณนักเขียนบทละครของเธอยอดเยี่ยมเสมอ เธอมองเห็นความเครียดที่ขมวดปมอยู่ระหว่างคิ้วของสถาปนิกหนุ่ม และเธอรู้ดีว่าเวลาแบบนี้ อคินอันตรายต่อหัวใจของตัวเองมากแค่ไหน "หน้าตาคุณเหมือนคนกำลังจะไปฆ่าใครสักคนเลยนะครับ คุณสถาปนิก" รินรดาเปิดฉากด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อเบรกบรรยากาศมาคุ เธอยกแก้วกาแฟเย็นในมือขึ้นจิบนิดหนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน "หรือว่ากาแฟไม่อร่อย หรือมีใครไปเหยียบตาปลาคุณเข้าอีก" อคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบนั้นไร้ประกายความขี้เล่นที่มักจะมีเวลาปะทะคารมกับเธอ เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและความโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย "ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีบทละครจะเขียน รบกวนช่วยออกไปจากห้องนี้ก่อนครับ รินรดา" เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความผลักไสที่ชัดเจน รินรดาไม่ถอย เธอกลับสาวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว วางแก้วกาแฟลงบนขอบโต๊ะทำงานของเขา เสียงแก้วกระทบกระจกเบาๆ แต่ดึงความสนใจให้อคินต้องเงยหน้าขึ้นมองเธอตรงๆ "ฉันไม่ใช่ลูกน้องคุณนะอคิน ที่คุณจะมาไล่แล้วฉันจะต้องเดินคอตกออกไปเหมือนหมาหงอย" เธอกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "แล้วอีกอย่าง ในฐานะที่ฉันนั่งทำงานอยู่ในตึกนี้ และใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับโปรเจกต์บ้าๆ ของคุณมาหลายเดือน ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่า... อะไรกำลังจะพังลงมาทับหัวเราบ้าง" อคินแค่นเสียงหัวเราะหยันตัวเอง เขาผลุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินรดาต้องเงยหน้ามอง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ "พังเหรอครับ? คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าอะไรกำลังจะพัง?" อคินโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาดุดันคู่นั้นสั่นระริกด้วยความอัดอั้น "โปรเจกต์ที่ผมสร้างมากับมือ หุ้นส่วนถอนทุนเพราะผมไม่ยอมก้มหัวให้พวกมันลดสเปกตึก! ตึกที่ผมสัญญาว่าจะให้มันปลอดภัยที่สุด! ตอนนี้... เงินทุนสำรองของบริษัทกำลังจะหมดไปกับการอุ้มโครงสร้างนี้ไว้ และถ้าหาคนทุนใหม่มาแทนไม่ได้ภายในสิ้นเดือนนี้... บริษัทนี้ ทุนทั้งหมดของผม... และตึกหลังนี้ จะกลายเป็นแค่เศษซากความล้มเหลว!" ประโยคยาวเหยียดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นทำRรินรดาชะงักไปชั่วขณะ เธอนิ่งอึ้ง ไม่ใช่เพราะกลัวท่าทีเกรี้ยวกราดของเขา แต่เพราะความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความปากร้ายและเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ต่างหาก เขากำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่ากว้างคู่นั้น โดยไม่เคยปริปากบ่นให้ใครฟังเลยสักครั้ง มือเรียวที่กอดอกอยู่ค่อยๆ คลายลง ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ฉายชัดผ่านแววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด รินรดายื่นมือออกไปโดยไม่ทันคิด ชายปลายนิ้วเรียวแตะลงบนท่อนแขนแกร่งที่เกร็งแน่นอยู่ใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม สัมผัสอุ่นจากเธอทำให้อคินสะดุ้งเล็กน้อย เขาชะงักและก้มลงมองมือเธอก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา "ทำไม... ถึงไม่ยอมบอกล่ะครับ" เสียงของรินรดาอ่อนลงอย่างยวบยาบ ความดื้อรั้นหายเกลี้ยง เหลือเพียงความนุ่มนวลที่จงใจส่งผ่านไปให้อีกฝ่าย "คุณคิดว่าการแบกทุกอย่างไว้คนเดียวแล้วทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่น มันจะทำให้ปัญหาหายไปเองหรือไงอคิน" อคินเม้มริมฝีปากแน่น กล้ามเนื้อสันกรามคลายตัวลงช้าๆ เมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของเธอลูบไล้เบาๆ บนท่อนแขนเพื่อปลอบประโลม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวรินรดาผสมผสานกับกลิ่นกาแฟ ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดระหว่างเขากับเธอ มันทำลายเกราะป้องกันอันแข็ง "ผมไม่อยากให้ใครมามองว่าผมอ่อนแอ..." อคินกระซิบเสียงแผ่วเบา เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่น้ำเสียงเย่อหยิ่งและคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเจือความเปราะบางอย่างถึงที่สุด "โดยเฉพาะคุณ..." รินรดาหัวใจกระตุกวูบ จังหวะการเต้นของอกข้างซ้ายรัวเร็วจนน่าตกใจ คำพูดและสายตาคู่นั้นของอคินกำลังละลายกำแพงที่เธอก่อไว้พังทลายลงในพริบตา ความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าความเป็นเพื่อนร่วมตึกกำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในอก เธอยขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นจริงจัง "ฟังฉันนะอคิน..." รินรดาเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น "คุณไม่ใช่ตัวคนเดียว... และฉันก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะยืนดูคุณล่มจมไปกับตึกบ้าๆ นี่หรอกนะ มีปัญหาอะไร เราต้องช่วยกันแก้ส..." *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความใกล้ชิดที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุดอย่างไม่รู้กาลเทศะ ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกกว้างโดยธนากรที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาสีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสม "คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มร้องลั่นห้องโดยไม่ทันสังเกตระยะห่างระหว่างเจ้านายกับหญิงสาว "มีแขกไม่ได้รับเชิญคนหนึ่งบุกเข้ามาที่ชั้นล่างแล้วครับ เขาบอกว่าเป็นตัวแทนกลุ่มทุนใหม่... และ... และเขาต้องการพบคุณเดี๋ยวนี้ครับ!" อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะหันไปเอ็ดเลขาหนุ่ม แต่ทว่า... เมื่อธนากรเอ่ยชื่อแขกผู้มาเยือนคนนั้นออกมา อคินก็ถึงกับนิ่งงิ่ง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน "เขาบอกว่าเขาชื่อ... *ภาคิน*... พี่ชายต่างมารดาของคุณครับคุณอคิน" รินรดาหันขวับกลับไปมองประตูทันที สัญชาตญาณนักเขียนบทละครกรีดร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว *พายุลูกใหญ่ไม่ได้กำลังจะมา... แต่มันมาถึงหน้าประตูแล้ว!* --- ติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 25: "เกมอำนาจใต้เงาตึก" นะครับ *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนโครโนสทริกเกอร์มาโดยตลอดนะครับ*
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%