เสียงกราวของหยาดฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกบานใหญ่ของห้องประชุมชั้นสี่สิบ ไม่ได้น่ารำคาญเท่ากับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
"คุณจะดึงดันเซ็นสัญญาบ้าๆ นี่ไปทำไม ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าพวกมันจ้องจะรื้อตึกนี้ทิ้งตั้งแต่โครงสร้างยังไม่แห้งสนิทด้วยซ้ำ"
รินรดาตวัดสายตาคมกริบมองร่างสูงที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แฟนเอกสารในมือเธอถูกโยนลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดอั้นมาตลอดทั้งวัน เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างประณีตหลุดลุ่ยลงมาคลอเคลียกรอบหน้าขาวเนียน แต่เจ้าตัวไม่มีแก่ใจจะปัดมันออก
อคินเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงฉายแววเรียบนิ่งจนน่าหมั่นไส้
"ถ้าผมไม่เซ็น แล้วคุณคิดว่าไอ้พวกทุนนิยมหน้าเงินนั่นจะยอมถอยเหรอลานตา" สถาปนิกหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเจือความเย้ยหยันไว้ในที "ตึกเก่าหลังนี้มันเป็นมากกว่าอิฐกับปูนสำหรับผม... แต่สำหรับพวกมัน มันเป็นแค่ตัวเลขในงบดุลบัญชี"
"แล้วคุณคิดว่าการเอาหัวชนฝาอยู่คนเดียวมันจะช่วยอะไรได้!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือบางตบลงบนขอบโต๊ะดังปัง ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนน้อยใจ "ฉันเป็นนักเขียนบทนะอคิน ฉันรู้ว่าตอนจบของตัวละครที่ดื้อรั้นแบบคุณมันลงเอยยังไง... ไม่ตายก็เจ็บปวดจนแทบกระอักเลือด!"
อคินแค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างคุกคามจนรินรดาต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบเบื้องหลัง
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ อคินโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นระริก
"ถ้าผมเป็นตัวละครในบทของคุณ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พาให้ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง "คุณคิดว่าฉากจบระหว่างเรา มันควรจะเป็นแบบไหนล่ะครับ"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝนจางๆ จากเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยของเขา กำลังรubกวนสติสัมปชัญญะของเธออย่างร้ายกาจ หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามดึงสติแล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ตัวละครที่โง่เง่าและไม่ยอมฟังใคร... ไม่มีทางมีตอนจบที่ดีหรอกค่ะ"
"งั้นเหรอครับ" อคินเหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่กลับซ่อนความเปราะบางบางอย่างไว้จนรินรดาใจกระตุก "แต่สำหรับผม... ตราบใดที่คุณยังยืนอยู่ตรงนี้ ตึกนี้จะไม่มีวันพังลงมาเด็ดขาด"
คำพูดนั้น... หนักแน่นจริงจัง และทรงพลังเสียจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"คุณพูดบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย" เธอบ่ายเบี่ยงสายตาหนี พยายามดันแผงอกกว้างให้ออกห่าง แต้อคินกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน เขากลับคว้าข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างเบามือ แล้วยกขึ้นรวบไว้เหนือศีรษะของเธอ ปิดกั้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด
ยามนี้ รอบกายมีเพียงเสียงฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอก และแสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามา
"ผมไม่ได้บ้า" อคินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมเข้มมองสำรวจใบพักตร์เนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย "ริน... ผมไม่อาจปกป้องอดีตที่พังทลายของครอบครัวผมได้ แต่ปัจจุบันนี้... ผมจะปกป้องที่นี่ ปกป้องความฝันของเรา และ... ปกป้องคุณ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่ง ทำเอารินรดานิ่งง้างไปชั่วขณะ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว ผู้ชายปากจัด เจ้าระเบียบ และใจแข็งคนนี้ กำลังเปิดเผยด้านที่อ่อนแอที่สุดให้เธอเห็น
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมเสียงที่สั่นเครือของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้..." เสียงของเธอนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยมองเขาเป็นศัตรู บัดนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย "ฉันก็จะเขียนตอนจบใหม่ให้เรา... ตอนจบที่เราจะยืนหยัดอยู่บนตึกหลังนี้ด้วยกัน จนกว่ารุ่งอรุณจะมาถึง"
อคินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดจะระบายขึ้นบนใบหน้าคมสัน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนหน้าผากชนเข้ากับหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา
"สัญญาครับ"
ปลายนิ้วอุ่นของสถาปนิกหนุ่มเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างทะนุถนอม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในความเงียบงันของค่ำคืนที่สายฝนโปรยปราย มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อประทับคำมั่นสัญญาครั้งสุดท้าย...
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แก้เก้อ
อคินจำใจต้องผละตัวออกจากร่างบางอย่างเสียดาย เขาก้าวเดินไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาดูหน้าจอด้วยใบหน้าบึ้งตึง ทว่าทันทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มก็เปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเดินเข้าไปใกล้ "เกิดอะไรขึ้นเหรออคิน ใครโทรมาดึกดื่นแบบนี้"
อคินหันกลับมามองเธอ ชายหนุ่มเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบฉายแวววิตกกังวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
"ไม่ใช่โทรศัพท์... แต่เป็นระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยของอาคาร" อคินหันจอแท็บเล็ตให้เธอดูลานตา ข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นใต้ดิน
**"ตรวจพบการบุกรุก และแรงสั่นสะเทือนผิดปกติบริเวณเสาเข็มหลักโซน A"**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุฝนและปมดราม่ามาด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 25
สัญญาใจในคืนฝนตก
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!