เสียงแจ้งเตือนระบบเซนเซอร์โครงสร้างดัง "ปี๊บ-ปี๊บ" แหลมสูงเสียดแทรกความเงียบงันภายในไซต์ก่อสร้างยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงรบกวนธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนระดับสีส้ม—**ตรวจพบการบุกรุก และแรงสั่นสะเทือนผิดปกติบริเวณเสาเข็มหลักโซน A**
อคินไม่แม้แต่จะเสียเวลาสบถ เขาคว้าหมวกนิรภัยสีขาวมาสวมอย่างลวกๆ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานชั่วคราวด้วยความเร็วที่เกือบจะเป็นการวิ่ง ทว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขบวนเช่นนี้ รินรดาซึ่งควรจะติดอยู่แถวโต๊ะทำงานกองเอกสาร กลับพุ่งตัวตามติดมาติดๆ ชนิดที่เรียกว่าไม่ยอมให้เขาคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
"หยุดเดินเร็วก่อนคุณอคิน! บอกแล้วไงว่าให้รอทีมรดน้ำดินตรวจสอบโครงสร้างก่อน—" เสียงหอบหายใจของหญิงสาวดังแข่งกับเสียงไซเรนเตือนภัย เธอคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตยีนของเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้สถาปนิกหนุ่มต้องชะงักฝีเท้าโดยปริยาย
อคินหันขวับ ดวงตาคมกริบใต้ปีกหมวกนิรภัยฉายแววหงุดหงิดระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด "นี่คุณจะบ้าหรือไง! โซน A กำลังมีปัญหาเรื่องการทรุดตัวจากแรงสั่นสะเทือนข้างเคียง คุณวิ่งตามผมมาทำไม อยากลองเป็นนางเอกละครบู๊ตกหลุมพรางนักหรือไงครับ?"
"ฉันไม่ใช่ตัวละครไร้สมองในบทที่คุณเขียนขึ้นมาเองในหัวนะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เม็ดเหงื่อจะผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายของเธอ "ฉันแค่มองเห็นตัวเลขมิเตอร์ความเครียดของดินบนจอมอนิเตอร์เมื่อกี้ มันพุ่งสูงผิดปกติจนน่ากลัว... และฉันก็ไม่อยากยืนรอให้พระเอกปากจัดแถวนี้โดนซากคอนกรีตทับตายคาไซต์ก่อนจะเคลียร์บทละครตอนจบหรอกนะ!"
คำพูดประชดประชันที่แฝงความห่วงใยแบบไม่ยอมลดละนั้นทำให้อคินเกือบจะหลุดยิ้มออกมา ถ้าเพียงแต่สถานการณ์รอบตัวจะไม่มืดสนิทและเต็มไปด้วยละอองฝุ่นจากการขุดเจาะที่เพิ่งหยุดลง
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." อคินพึมพำลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของเธอโดยอัตโนมัติ ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เถียงอะไรกลับมาอีก "ถ้าไม่อยากให้ผมตายคาไซต์ ก็หุบปากแล้ววิ่งตามผมมาให้ทันก็พอครับ"
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของสถาปนิกหนุ่มส่งผ่านผิวเนื้อท่ามกลางสายลมเย็นยะเยือกยามดึก รินรดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย เธอมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังทำหน้าที่ปกป้องเธอจากความวุ่นวายเบื้องหน้า สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่มันกลับมีความมั่นคงบางอย่างที่ทำให้เธอกล้าที่จะก้าวเดินตามไปอย่างไม่ลังเล
ทั้งคู่ลัดเลาะผ่านแนวเสาเข็มคอนกรีตขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านราวกับซากปรักหักพังของวิหารโบราณในแสงไฟสลัวจากสปอตไลท์สนาม กลิ่นดินชื้นและกลิ่นปูนซีเมนต์ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวหญิงสาวที่ลอยมาแตะจมูกอคินเป็นระยะ ทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งขรึมเสียสมาธิไปชั่วขณะ
*ตึกตัก... ตึกตัก...*
เสียงหัวใจไม่ได้ดังมาจากความเหนื่อยหอบของการวิ่ง แต่มันดังมาจากระยะห่างที่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะแนบชิด ระหว่างพวกเขาสองคนเวลานี้ ไม่มี "ขอบเขตของเพื่อนร่วมงาน" หรือ "เจ้านายกับผู้มาเยือน" อีกต่อไป มีเพียงความเปราะบางและความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีแข็งกร้าว
เมื่อมาถึงโซน A ภาพเบื้องหน้าคือรอยแยกขนาดเล็กบนพื้นดินปูนที่เพิ่งเทหล่อ ซึ่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของชั้นดินลึก แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่คงเป็นผลมาจากงานก่อสร้างอุโมงค์รถไฟใต้ดินที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสาเข็มรับน้ำหนักหลักของโครงการนี้
อคินปล่อยมือจากข้อมือเธออย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ก่อนจะคุกเข่าลงใช้ไฟฉายส่องสำรวจรอยเร้าและเช็กค่าระดับด้วยเลเซอร์พกพาอย่างคล่องแคล่ว ความเป็นมืออาชีพกลับเข้าครอบงำเขาทันที สีหน้าเคร่งเครียดจริงจังจนรินรดาไม่กล้าส่งเสียงรบกวน
"รอยแยกกว้างสามมิลลิเมตร... ทิศทางการทรุดตัวเอียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สามองศา" อคินพึมพำกับตัวเองขณะพิมพ์บันทึกข้อมูลลงในแท็บเล็ตมือถืออย่างรวดเร็ว "ถ้าปล่อยไว้แบบนี้จนถึงรุ่งสาง แรงดันน้ำใต้ดินจะทำให้ฐานรากเสียหายยกแผง"
"แล้วเราต้องทำยังไง?" รินรดาย่อตัวลงนั่งยองๆ ข้างๆ เขา ระยะห่างระหว่างไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ต้องสั่งอพทันทีไหม หรือต้องเทปูนซีเมนต์เร่งด่วน?"
"คุณถอยไปยืนตรงพื้นที่ปลอดภัยก่อนครับตรงนี้มัน—"
*ครืดดดด!*
เสียงลั่นของดินด้านข้างดังขึ้นขัดจังหวะ แรงสั่นสะเทือนระลอกใหม่พัดมาอย่างกะทันหัน ทำให้พื้นคอนกรีตบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ทรุดตัวลงไปเกือบสิบเซนติเมตรอย่างไร้สัญญาณเตือน!
"ระวัง!"
อคินไม่คิดชีวิต เขาพุ่งตัวเข้าควחוเอวบางของรินรดาก่อนจะกระโจนถอยหลังหลุดจากรัศมีรอยแยก แรงกระแทกทำให้ร่างทั้งสองร่างกลิ้งหลุดไปบนพื้นสนามหญ้าชั่วคราวด้านข้าง รินรดาอยู่ด้านบนโดยมีอคินใช้แขนแกร่งรองรับแผ่นหลังของเธอไว้เพื่อไม่ให้กระแทกกับก้อนหินและเศษวัสดุ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่แนบชิดกันจนหน้าอกแนบชิด
รินรดาเบิกตากว้าง เธอนอนทับอยู่บนร่างของสถาปนิกหนุ่ม ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน สายตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์สีส้มที่สาดส่องลงมาจากด้านบน เส้นผมสีเข้มของเธอระอยู่ข้างแก้มของเขา ขณะที่มือข้างหนึ่งของอคินยังคงโอบกระชับเอวเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ
"คุณ... คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เสียงของอคินแหบพร่ากว่าปกติ ดวงตาคมกريบไหววับด้วยความรู้สึกที่ซ่อนไว้มานาน—ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียใครสักคนไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งเป็นปมในวัยเด็กที่เขาไม่เคยบอกใคร
รินรดาส่ายหัวช้าๆ สมองของเธอกลายเป็นสีขาวโพลน บทละครที่เธอเคยเขียนมาเป็นร้อยตอน พล็อตเรื่องที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ก็เทียบไม่ได้กับความรู้สึกประหม่าที่กำลังตีรวนอยู่ในอกเวลานี้
"ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ... เอ้ย ไม่เป็นไรครับ..." เผลอหลุดปากพูดคำติดปากออกไปจนเกือบผิดฟอร์ม แต่อคินกลับไม่ได้สนใจคำพูดนั้น สายตาของเขากวาดมองสำรวจใบหน้าของเธอ ไล่จากหน้าผากมนลงมายังพวงแก้มใส ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย
"ปากเก่งนักนะ..." อคินกระซิบเสียงต่ำ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้าแหย่ ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "เก่งได้ทุกสถานการณ์เลยสินะครับ... ยัยนักเขียนบทตัวแสบ"
"ถ้าฉันไม่ปากเก่ง... คุณก็คงไม่ได้สติกลับมาสำรวจหน้างานแบบนี้หรอกค่ะ..." รินรดาเถียงกลับเสียงเบา ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดในความมืด แต่เธอกลับไม่ได้ขยับตัวหนີออกจากการกอดรัดนั้นเลย
อคินจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเย่อหยิ่งหรือความกวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นความลึกซึ้งที่เปิดเปลือยความรู้สึกข้างในออกมาจนหมดสิ้น นิ้วเรียวของเขาเผลอยกขึ้นเกลี่ปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนรินรดากลั้นหายใจ
ใบโน้มหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนแทบไม่มีที่ว่าง หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงรอบข้างราวกับถูก mute จนเงียบสนิท มีเพียงเสียงกระซิบของค่ำคืนและสายตาที่สื่อความหมายชัดเจนกว่าถ้อยคำใดๆ
ทว่า—
*กริ๊งงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของอคินดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว
อคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหัวเสียอย่างรุนแรง เขาจำใจละสายตาออกจากใบหน้าของหญิงสาว แล้วควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญ
ทว่าทันทีที่เห็นชื่อและข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มก็เปลี่ยนจากความเคลิบเคลิ้มเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่ออ่านข้อความจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางที่เพิ่งส่งตรงเข้ามา
**"ตรวจพบการพยายามเข้าถึงไฟล์ข้อมูลลับโครงสร้างหลักโซน A จาก IP Address ภายนอก... และบุคคลต้องสงสัยกำลังเดินเข้ามาใกล้จุดเกิดเหตุ"**
อคินหันขวับกลับไปมองทางเข้าไซต์ก่อสร้างด้านหน้าทันที ในเงาสลัวของแสงไฟเสาเข็ม ร่างสูงโปรดของใครบางคนกำลังก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่แม้จะอยู่ไกล แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร
รินรดาลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เธอสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของอคิน จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เกิดอะไรขึ้นคะ... ใครมา?"
อคินไม่ตอบ เขาดึงรินรดาลุกขึ้นยืนหลบหลังเสาคอนกรีตต้นใหญ่อย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังบุคคลที่สามที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของไซต์งาน... คนที่พวกเขาไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาตีสองแบบนี้!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับอคินและรินรดานะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 26
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!