"ถ้าคุณยังใช้ไม้บรรทัดวัดความรู้สึกของตัวละครด้วยตรรกะพัง ๆ แบบนี้ บทละครเรื่องนี้ก็คงจบลงที่ความหายนะ... และบอกไว้ก่อนนะครับว่าผมไม่ได้หมายถึงเรตติ้ง"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังลอดผ่านความมืดของห้องโถงโล่งกว้างที่ยังเป็นเพียงโครงสร้างปูนเปลือย แสงไฟนีออนดวงเดียวจากเสาต้นใกล้ที่สุดสาดส่องลงมาสะท้อนแผ่นหลังกว้างของอคิน สถาปนิกหนุ่มผู้กำลังยืนกอดอกมองแปลนพิมพ์เขียวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เส้นเลือดข้างขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าสะสมตลอดสิบสองชั่วโมงเต็มในไซต์งาน
รินรดาที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมถุงพลาสติกบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและกระป๋องเบียร์สองกระป๋องชะงักกึก เธอยืนพิงเสาปูน ปรายตามองคนปากจัดที่ต่อให้เหนื่อยจนแทบขาดใจก็ยังไม่วายหาเรื่องเหน็บแนมเธอได้ทุกวินาที
"ตรรกะพัง ๆ ของฉันมันทำเงินได้มากกว่าค่าตัวโปรเจกต์นี้ของคุณทั้งโปรเจกต์เสียอีกนะ คุณอคิน" รินรดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความคมกริบ เธอโยนถุงกระดาษลงบนโต๊ะไม้กระดานอัดชั่วคราวเสียงดังปึ็ก "แล้วก็เลิกทำหน้าเหมือนฉันไปเหยียบเท้าคุณในงานแต่งงานสักที นี่มันตีสองครึ่งแล้ว ถ้าคุณยังไม่อยากตายคาโครงสร้างคอนกรีตนี่ ก็หุบปากแล้วกินอะอะไรรองท้องซะ"
อคินหันขวับมามอง หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสภาพของหญิงสาวตรงหน้า เส้นผมที่เคยรวบไว้อย่างเป็นระเบียบตอนนี้หลุดลุ่ยเคลีกรอบหน้า ปลายเสื้อเชิ้ตสีขาวมีคราบฝุ่นปูนเปื้อนเป็นวงจาง ๆ แต่ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความดื้อรั้นที่ไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
ผู้หญิงคนนี้แปลกประหลาด... ในขณะที่คนอื่นพากันถอยหนีเมื่อเจอความจู้จี้เจ้าระเบียบของเขา รินรดากลับเลือกที่จะเดินเข้ามาปะทะ ชนทุกมุม คมทุกคำ และบางครั้ง... ก็ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดรอยร้าวประหลาดขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนามพับได้ด้วยความอ่อนล้าที่ซัดเข้าใส่ราวกับคลื่นลูกใหญ่ เขายกมือขึ้นนวดคลึงระหว่างคิ้ว ปิดเปลือกตาลงชั่วครู่เพื่อไล่ความพร่ามัวจากการจ้องหน้าจานคอมพิวเตอร์ติดต่อกันหลายชั่วโมง
"คุณนี่มัน..." อคินเปรยขึ้นด้วยเสียงที่แหบพร่าลงกว่าปกติ ปราศจากความคมคายเฉือดเฉือนอย่างเคยหลงเหลืออยู่ "ดื้อด้านเป็นบ้าเลยรินรดา กลับไปนอนที่คอนโดดี ๆ ไม่ชอบ หรือชอบบรรยากาศดินกลิ่นปูนมากกว่าบ้านตัวเอง?"
รินรดาชะงักมือที่กำลังฉีกซองตะเกียบ เธอเหลือบมองผู้ชายที่นั่งคอตกอยู่เบื้องหน้า กำแพงความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอดเวลานี้ดูบางเบาลงจนน่าใจหาย ความเงียบงันเริ่มโรยตัวเข้ามาแทนที่เสียงปะทะคารม มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอและเสียงเครื่องจักรไกล ๆ ที่เล็ดลอดเข้ามาจากถนนใหญ่
หญิงสาวถอนหายใจเบา ๆ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเฉพาะกิจ แล้วเลื่อนชามบะหมี่ร้อน ๆ ไปตรงหน้าเขา
"ฉันแค่อยไม่อยากให้พระเอกในจินตนาการของฉันตายคาไซต์งานก่อนที่ละครจะออนแอร์หรอกนะ... กินซะ เส้นมันจะอืดหมดแล้ว" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปราศจากหนามแหลมคมที่คอยทิ่มแทงกันเป็นประจำ
อคินลืมตาขึ้นมอง ช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคู่สวยที่มองตรงมาอย่างไม่มีการหลบเลี่ยง ระยะห่างระหว่างกันในห้องกว้างที่มืดสลัวทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเหนื่อยล้าที่กัดกินร่างกายทำให้เกราะป้องกันตัวตนของทั้งคู่พังทลายลงอย่างง่ายดาย
ช้อนพลาสติกในมือของอคินกระทบกับขอบถ้วยเบา ๆ เขาตักเส้นบะหมี่ขึ้นมาคำหนึ่งโดยไม่ปริปากบ่น รสชาติธรรมดา ๆ ของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในยามวิกาลและท่ามกลางฝุ่นปูนกลับให้ความรู้สึกแปลกใหม่ในความรู้สึกของสถาปนิกผู้คุ้นชินแต่ความสมบูรณ์แบบ
"อร่อยไหมล่ะ ฝีมือการต้มระดับมิชลินสตาร์ของฉัน" รินรดาแกล้งเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มบางเบา เพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มจะเงียบงันจนเกินไป
"รสชาติใช้ได้... แต่ฝีมือการพูดจาน่าหมั่นไส้นี่ยังคงเส้นคงวาเหมือนเดิม" อคินตอบกลับ เสียงทุ้มต่ำเจือแววเอ็นดูที่เจ้าตัวอาจไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำ
รินรดาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เธอเปิดกระป๋องเบียร์แล้วส่งให้อีกฝ่าย อคินรับมาโดยที่ปลายนิ้วของเราสัมผัสกันโดยบังเอิญ ความเย็นเฉียบของกระป๋องอะลูมิเนียมตัดกับความอุ่นร้อนจากผิวสัมผัส ทำให้ทั้งคู่ต่างชะงักไปชั่ววินาทีหนึ่ง สายตาของอคินเลื่อนต่ำลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันเล็กน้อยของหญิงสาว ก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรง ๆ
ประกายบางอย่างในแววตาของสถาปนิกหนุ่มเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความถือดีหรือความเกรี้ยวกราดแบบที่เคยเป็น แต่มันคือความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีปากจัดมาเนิ่นนาน
"ริน..." อคินเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เบาหวิว ราวกับเกรงว่าเสียงของตัวเองจะทำลายความเปราะบางของช่วงเวลานี้ลง
"หือ?" รินรดากะพริบตาปริบ ๆ หัวใจในอกเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อเห็นใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของอีกฝ่าย
"ทำไม... ถึงต้องคอยกวนประสาทผมอยู่เรื่อยเลยล่ะ" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและใกล้ชิดเสียจนรินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับพนักเก้าอี้
"ก็เพราะคุณมันน่าแกล้ง..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามรักษาความแข็งกร้าวครั้งสุดท้ายไว้ แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองชุดกลับทรยศเธอสิ้นเชิง
อคินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม จนหน้าผากของเขาลาดเกือบชิดกับขมับของเธอ ดวงตาคมกริมคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับต้องการอ่านความลับทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"รู้ไหม... ว่าบางทีที่คุณปากเก่งใส่ผม มันทำให้ผมแทบคลั่ง..." อคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยราวกับเป็นคำสารภาพที่หลุดลอดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
รินรดานิ่งค้าง สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดโต้แย้งนับร้อยที่เตรียมไว้หายวับไปกับตาเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอคินเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม ผิดวิสัยคนปากร้ายโดยสิ้นเชิง
ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ในโครงสร้างปูนเปลยที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงหัวใจของสองคนที่ดังสะท้อนก้องกังวานในความมืด
ทันใดนั้นเอง...
*ปัง!*
เสียงฝ่ามือกระแทกเข้ากับประตูเหล็กชั่วคราวด้านหน้าทางเข้าไซต์งานดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของทีมงานคุมไซต์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณอคินครับ! แย่แล้วครับ ท่อเมนน้ำหลักที่ชั้นใต้ดินแตก น้ำกำลังทะลักเข้าพื้นที่โครงสร้างหลักแล้วครับ!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนลุ้นระทึกในตอนนี้นะครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 11
มื้อดึกในไซต์งาน
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!