เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 28

คำสารภาพของคนปากจัด

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
กล่องพัสดุกระดาษลูกฟูกสีน้ำตาลใบนั้นไม่ได้มีน้ำหนักมากนัก ทว่ามันกลับกดทับบรรยากาศในห้องทำงานของอคินให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของกระดาษพิมพ์เขียวและหมึกซึมที่คุ้นเคยถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกจากอดีตที่ไม่ได้เตรียมใจรับมือ รินรดายืนตัวแข็งค้างอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่ม ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับใบหน้าของ "กรณ์" อดีตคู่หมั้นผู้ซึ่งเคยสลักรอยแผลไว้ในความทรงจำแล้วเดินหายลับเข้ากลีบเมฆไปเมื่อหกเดือนก่อน รอยยิ้มที่อีกฝ่ายส่งมาให้ยังคงเป็นรอยยิ้มพิมพ์นิยมแบบที่เธอเคยคิดว่าอบอุ่น ทว่าในนาทีนี้ มันกลับชวนให้รู้สึกคลื่นไส้พะอืดพะอมเสียมากกว่า "ผมไม่ได้เจอกับคุณนานเลยนะริน... ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคุณอยู่ที่นี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบของกรณ์ที่เหลือบมองข้ามไหล่อคินมาสบตากับเธอ ประกายตานั้นมีความระVระยับบางอย่างที่เดาไม่ออก ระหว่างความประหลาดใจกับความพึงพอใจบางประการ อคินยังคงยืนนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนระเกะระระกะด้วยงานออกแบบแผ่รังสีความเย็นชาออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่รอบตัวนับวินาทีที่ยาวนานราวกับเป็นชั่วโมง สันกรามคมกริบของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพวนพุ่งอยู่ภายใน "ถ้าคุณมาส่งของ... วางไว้ตรงนั้นแล้วก็เชิญกลับไปได้เลยครับ" น้ำเสียงของอคินราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งไมตรีจิตใดๆ ทั้งสิ้น มันคือโทนเสียงเดียวกับที่เขาใช้ไล่ลูกค้าเรื่องมากที่ชอบแก้แบบในนาทีสุดท้าย แต่มีความดุดันและคุกคามมากกว่าหลายเท่าตัว กรณ์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรี่รอยยิ้มที่มุมปากอย่างไม่ยี่หราต่อท่าทีขับไล่ไสส่งนั้น เขาส่งสายตากรุ้มกริมมองสลับระหว่างอคินกับรินรดาก่อนจะเอ่ยกลั้วหัวเราะในลำคอ "ใจร้ายจังนะครับ คุณสถาปนิก... ผมแค่นำเอกสารสำคัญที่ตกค้างสมัยเราทำงานร่วมกันมาคืนให้คุณรินรดาก็เท่านั้นเอง หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวน 'เวลาส่วนตัว' ของพวกคุณหรอกนะ?" ประโยคคำถามที่เจือความเยาะหยันเล็กน้อยนั้นทำเอารินรดากำมือแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ความรู้สึกผิดหวังและเสียใจที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้เมื่อครึ่งปีก่อน ถูกแทนที่ด้วยความโกรธกรุ่นที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอก เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยืนก้มหน้าให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเล่นเป็นครั้งที่สองแน่ "ถ้าคิดว่าสิ่งที่ทำมันน่าสนุกนัก กรุณาเก็บมันกลับไปซะค่ะ... เอ้ย! กลับไปซะครับ" รินรดารีบเปลี่ยนสรรพนามในใจแทบไม่ทันเมื่อเผลอพูดติดปาก แต่ความดุดันในน้ำเสียงกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย "ฉันกับคุณเราจบกันไปนานแล้ว และฉันก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณทั้งสิ้น" กรณ์หันมามองเธอ แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวในแววตานั้น ผิดกับอคินที่จู่ๆ ก็ขยับตัวก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ของเขาบังร่างบางของรินรดากลายๆ เป็นการปกป้องโดยสัญชาตญาณ "ได้ยินแล้วก็ไสหัวไปซะ" อคินพูดเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาสสีเข้มจ้องมองผู้มาเยือนราวกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "อย่าให้ผมต้องเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปจากตึกนี้ด้วยวิธีที่น่าเกลียดเลย" บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด กรณ์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน เขาวางกล่องพัสดุลงบนโต๊ะข้างประตูทางเข้าก่อนจะถอยหลังออกไปสองก้าว รอยยิ้มเยาะเย้ยยังคงประดับอยู่บนใบหน้า "ตามใจคุณก็แล้วกันครับ... แต่อย่าลืมนะริน ว่าอดีตมันไม่ได้หายไปไหน แค่รอเวลาจะกลับมาทวงคืนเท่านั้นเอง" พูดจบ กรณ์ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่รีบร้อน ทิ้งเสียงฝีเท้าที่ก้องสะท้อนไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งเงียบหายไปในที่สุด ประตูกระจกปิดลงสนิท ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข มันอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดและร่องรอยของพายุอารมณ์ที่เพิ่งพัดผ่านไป รินรดายกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองเบาๆ ความเย็นยะเยือกจากคำพูดทิ้งท้ายของกรณ์ยังคงเกาะกุมผิวเนื้อ แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าไม่ควรสนใจ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสะกิดแผลเก่าให้กลับมาเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง "ไหวไหม?" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง เจ้าของร่างสูงใหญ่ยังคงยืนหันหลังให้เธอ มือหนาทั้งสองข้างกำแน่นอยู่บนขอบโต๊ะทำงาน แผ่นหลังกว้างนั้นดูตึงเครียดเสียจนเธอสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่เขากำลังแบกรับไว้ "ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ เอ่อ... ไม่เป็นไรครับ" เธอกลืนก้อนสะอื้นในลำคอลงไปแล้วแก้คำพูดตัวเองอย่างทุลักทุเล "ฉันแค่... ไม่คิดว่าเขาจะกล้าโผล่หน้ามาที่นี่อีก หน้าด้านจริงๆ" อคินไม่ตอบทันที เขาค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววดุดันหรือเรียบเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีปากจัดและเย็นชา ค่อยๆ เอ่อล้นออกมาผ่านทางสายตาคู่นั้น "คนแบบนั้น... ไม่คู่ควรกับน้ำตาของคุณแม้แต่หยดเดียวหรอกนะ" อคินเอ่ยเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้ยินจากเขา รินรดานิ่งงังไป หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดปลอบโยนที่แสนจะเก้ๆ กังๆ ตามสไตล์ของสถาปนิกปากร้ายคนนี้ กลับมีอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่าคำหวานใดๆ ในโลก อคินถอนหายใจยาวเหยียด เขาเดินเลี่ยงผ่านเธอไปหยิบกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่ยังร่างแบบไม่เสร็จบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกวักมือเรียกเธอเบาๆ "มานี่สิ" "อะไรคะ... อะไรอีกเนี่ย คุณจะให้ฉันตรวจแบบบ้านประหลาดของคุณอีกรอบหรือไง?" เธอขยับเข้าไปใกล้ด้วยความงุนงง อคินไม่ได้ตอบคำถาม เขาวางกระดาษแผ่นนั้นลงตรงหน้าเธอ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนเส้นสายดินสอที่ร่างไว้อย่างประณีตบรรจง แต่มันไม่ใช่แปลนบ้านทั่วไปที่เธอเคยเห็น มันคือโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน แต่กลับมีองค์ประกอบที่แปลกประหลาด "มองดูดีๆ สิ" อคินขยับยืนซ้อนอยู่ด้านหลังในระยะที่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่1แถวต้นคอ รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อเมื่อแผ่นหลังของเธอเกือบจะแนบชิดกับอกแกร่งของเขา "ตรงนี้..." นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มชี้ลงบนจุดกึ่งกลางของแบบแปลน "ฉันตั้งใจออกแบบให้มันเป็น 'เซฟโซน' ที่แข็งแรงที่สุด ผนังสองชั้น เสริมคานรับน้ำหนักพิเศษ เพื่อไม่ให้แรงกระแทกจากภายนอกทำลายโครงสร้างข้างในได้เลย" รินรดากะพริบตาปริบๆ ไล่ความสับสนในสมองออกไป หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะเรื่องโครงสร้างบ้าน แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้มันใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นกระดาษจากตัวเขา "แล้ว... เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ? เอ้ย กับผม... เอ๊ย กับฉัน?" เธอเริ่มสับสนกับสรรพนามของตัวเองจนพูดติดอ่าง อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาราวกับจะสลักคำพูดนั้นลงในความทรงจำของเธอ "บ้านหลังนี้... และโครงสร้างเซฟโซนตรงนี้... ฉันไม่ได้ออกแบบให้ลูกค้าคนไหนทั้งนั้น" เขาหยุดเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ลมหายใจอุ่นปัดผ่านพวงแก้มเนียน "ฉันออกแบบมัน... เผื่อไว้ให้ผู้หญิงปากเก่งคนหนึ่ง ที่บางครั้งก็ทำเป็นเข้มแข็ง แต่ข้างในเปราะบางเหลือเกิน" รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความหมายที่ซ่อนอยู่หลังเส้นสายสถาปัตยกรรมเหล่านั้นพุ่งชนความรู้สึกของเธออย่างจัง จนตั้งรับไม่ทัน "คุณ..." "ใช่..." อคินขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากของเขาเกือบจะแตะกับลาดไหล่ของเธอ "ฉันกำลังพูดถึงคุณ... รินรดา" ในเสี้ยววินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ทุกสิ่ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวสอดประสานกันอย่างบ้าคลั่ง ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สามครั้งก็ดังขึ้นขัดจังหวะทันที! "คุณอคินครับ... มีพัสดุด่วนอีกชิ้นส่งมาถึงคุณครับ จาก..." ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยหนุ่มที่ทำหน้าเลิกลั่ก พร้อมกับซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนาที่ถูกยื่นเข้ามาขัดขวางช่วงเวลาสำคัญ อคินชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงขึ้นมาทันทีในขณะที่รินรดารีบผละถอยหลังด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ อคินหันไปมองหน้าผู้ช่วยด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะก้มลงมองซองเอกสารในมือของอีกฝ่าย และเมื่อเขาเห็นชื่อผู้ส่งที่มุมซอง ดวงตาสีเข้มก็หรี่แคบลงด้วยความตกตะลึงระคนโกรธจัด! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ โครโนสทริกเกอร์
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%