ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 29

กับดักของเวลา

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงนาฬิกาแขวนผนังเรือนโบราณในห้องทำงานของรินลดาดังขึ้นทุกครั้ง ราวกับเสียงค้อนตอกลงบนโลงศพของความยุติธรรม เข็มสั้นและเข็มยาวกำลังบีบรัดพื้นที่หายใจให้แคบลงเหลือเพียงเจ็ดสัปดาห์ ก่อนที่คดีทุจริตโครงการระดับชาติจะหมดอายุความ—และนั่นหมายถึงความพยายามตลอดสามปีในการล้างมลทินให้พ่อของเธอจะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่ถูกเผาทำลายในเตาผิงแห่งอำนาจมืด บนโต๊ะทำงานไม้สักทอง เอกสารสำนวนคดีตั้งกองสูงท่วมหัว แสงไฟนีออนสีส้มจากป้ายโฆษณานอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะกระพริบ ราวกับดวงตาของสัตว์ประหลาดที่กำลังจ้องมองความพ่ายแพ้ของเธอ "คุณกำลังสูญเสียความใจเย็นไปทีละนิดนะครับ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ธันวาไม่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้รับแขกที่เธอจัดเตรียมไว้ให้ แต่เขากลับยืนพิงกรอบหน้าต่าง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบมวนบุหรี่ที่ไม่ได้จุดไฟไว้ ก่อนจะหมุนมันไปมาอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความสมเพชเวทนาหรือความชื่นชมในความดื้อรั้น รินลดาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตาคู่สวยของเธอมีรอยคล้ำจากการอดนอน แต่แววตากลับแข็งกร้าวราวกับใบมีดโกน เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นตามวิสัยทัศน์ของทนายความมืออาชีพ แม้ว่าหัวใจข้างในจะกำลังถูกแผดเผาด้วยความโกรธเกรี้ยว "ฉันจะใจเย็นกว่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อคุณและคนเบื้องหลังของคุณกำลังนับถอยหลังเพื่อทำลายพยานปากเอกคนสุดท้าย" รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดเฉียบคมราวกับลูกศิษย์ที่พร้อมพุ่งชนเป้าหมาย "คุณมาทำอะไรที่นี่อีก ธันวา ดีลที่คุณเสนอเมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันตอบปฏิเสธไปชัดเจนแล้ว" ธันวาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สูทตัดเย็บชั้นดี เขาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของบรรยากาศรอบตัว "ความถูกต้องไม่มีที่ยืนในห้องคำนวณกำไรขาดทุนหรอกนะครับ รินลดา" ธันวาโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือยันขอบโต๊ะ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณคิดว่าการที่คุณดึงดันจะเปิดโปงอดีตรัฐมนตรีคนนั้น จะทำให้คุณได้ความยุติธรรมกลับคืนมาจริงๆ หรือ? เปล่าเลย... คุณกำลังเอาชีวิตของคนรอบตัวไปเสี่ยงกับเกมกระดานที่คุณไม่มีทางชนะ" "ฉันยอมตายบนเส้นทางที่ถูกต้อง ดีกว่าจะมีชีวิตอยู่โดยการขายวิญญาณให้ปีศาจแบบคุณ" รินลดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ แต่เธอรีบควบคุมมันให้อยู่หมัด ไม่อนุญาตให้ความอ่อนแอใดๆ ปรากฏต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาไหววับด้วยอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เขาไม่ได้โกรธกับคำดูถูกนั้น ตรงกันข้าม แววตาของเขากลับฉายประกายความหลงใหลในความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า—ความเด็ดเดี่ยวที่เขาโหยหามาตลอดชีวิตแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ครอบครอง "คุณนี่มัน... หัวแข็งเสียจริง" ธันวากระซิบแผ่วเบา ใบหน้าของเขื่อนเข้าใกล้เธอจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ "แต่ความหัวแข็งของคุณกำลังจะฆ่าคุณ... รัฐมนตรีท่านนั้นไม่ได้ใจดีเหมือนผม เขาสั่งเก็บคนมานับไม่ถ้วน และถ้าคุณยังดึงดันจะยื่นหลักฐานชุดใหม่ในวันจันทร์นี้ คุณอาจจะไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันอังคาร" รินลดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด เธอกำหมัดแน่นใต้โต๊ะจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความกดดันจากผู้มีอิทธิพลไม่ได้มาในรูปแบบของการขู่ฆ่าตรงๆ แต่มันคือการบีบคั้นทางจิตวิทยา การซื้อตัวพยาน การทำลายหลักฐาน และการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดปากคนตัวเล็กๆ "ถ้าฉันต้องตาย..." รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ "อย่างน้อยโลกก็จะรู้ว่ายังมีทนายความคนหนึ่งที่ไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรม... และคุณ ธันวา คนที่เลือกยืนอยู่ข้างความมืด จะต้องจดจำใบหน้าของฉันไปจนวันตายว่าคุณคือคนร่วมมือกับฆาตกร" คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจของธันวา ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม เขายืดตัวตรง ถอยหลังออกไปสองก้าวราวกับต้องการสร้างระยะห่างทางความรู้สึกที่เกือบจะพังทลายลง "คุณมันดื้อด้านเกินเยียวยานะครับ รินลดา" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ราบเรียบที่สุด "ผมมาเตือนคุณด้วยความหวังดีครั้งสุดท้าย... เอกสารที่คุณเก็บไว้ในตู้เซฟที่บ้าน มันไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คุณคิดหรอก" ทันทีที่สิ้นคำพูด รินลดาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่สันหลังไปจนถึงปลายนิ้ว ตู้เซฟที่บ้าน... สถานที่ที่เธอคิดว่าปลอดภัยที่สุด พื้นที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครล่วงรู้! เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันล้มคว่ำลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น "คุณหมายความว่ายังไง!" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่หมุนตัวเดินหันหลังให้ ชายหนุ่มก้าวเดินไปยังประตูห้องอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ที่ธรณีประตูโดยไม่หันกลับมามอง "คืนนี้... ฝนคงตกหนักนะครับ ระวังตัวด้วยล่ะ" ประตูปิดลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวลับหายไปในความมืดของทางเดิน รินลดา đứngตัวสั่นเทา ลมหายใจติดขัด สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตู้เซฟ... หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวผู้มีอิทธิพล! เธอคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ วิ่งฝ่าความมืดออกจากห้องทำงานด้วยหัวใจที่เต้นรำด้วยความหวาดกลัว ทว่า เมื่อเธอกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวในยามวิกาล บานประตูกลับแง้มเปิดออกเล็กน้อย ทั้งที่เธอมั่นใจว่าล็อกมันไว้อย่างแน่นหนาก่อนออกไป รินลดาชะงักฝีเท้า ลมหายใจติดขัดอยู่ที่ลำคอ ความเงียบงันภายในห้องพักมืดสนิทมีเพียงเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำในครัวที่ดังติ๊ก... ติ๊ก... และกลิ่นจางๆ ของควันบุหรี่ราคาแพงที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ—กลิ่นเดียวกับที่ธันวาใช้ เธอกลั้นหายใจ เอื้อมมือไปผลักบานประตูให้เปิดออกอย่างช้าๆ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างกระทบเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าตู้เซฟที่ถูกงัดจนเปิดอ้า ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของรินลดาจับตัวเป็นน้ำแข็ง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%