ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 30

คืนก่อนพายุใหญ่

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงถอนหายใจยาวนานในห้องทำงานที่ไร้แสงไฟ สลักเสลาความตึงเครียดไว้ราวกับอากาศในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนเกือบหมด รินลดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่ามกลางกองเอกสารคดีฉ้อโกงระดับชาติที่สูงท่วมหัว แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง ทาบทับใบหน้าด้านข้างของเธอให้กลายเป็นภาพเงาสีเทาเข้ม ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนตัก แฟ้มที่ข้างในบรรจุหลักฐานชิ้นสุดท้าย—หลักฐานที่จะสั่นคลอนรากฐานของอาณาจักรธุรกิจมูลค่าแสนล้าน และพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากคนที่เธอทั้งเกลียดชังและ... หวั่นไหวในเวลาเดียวกัน พรุ่งนี้เช้า คือกำหนดเวลาของการยื่นคำร้องต่อศาล ความเงียบในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ใช่ความสงบ แต่มันคือเสียงคำรามของพายุใหญ่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในความมืด รินลดาขยับตัวเล็กน้อย เสียงเสียดสีของเก้าอี้หนังราคาแพงดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขอบกระดาษแผ่นสำคัญอย่างเหม่อลอย ภาพถ่ายขาวดำของพ่อผู้ล่วงลับผุดขึ้นมาในห้วงความคิด คำสอนเรื่องความซื่อตรงในวิชาชีพก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แต่วันนี้... ความถูกต้องไม่ได้มาพร้อมกับความปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว มันมีราคาที่ต้องจ่าย และเماراتความเหนื่อยล้าก็เริ่มกัดกินจิตวิญญาณของเธอทีละน้อย เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้น หนักแน่น และไม่ลังเล รินลดาไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็รู้ว่าใครคือผู้มาเยือนในยามวิกาลเช่นนี้ ประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างเชื่องช้า ร่างสูงโปรดของธันวาปรากฏขึ้นภายใต้เงาสลัวของโถงทางเดิน เขาสวมเสื้อเชิร์ตสีเข้มที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก เนกไทถูกคลายออกหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอแกร่งและร่องรอยความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีสุขุมเยือกเย็นตามแบบฉบับนักกลยุทธ์ผู้ไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ "ดึกป่านนี้แล้ว คุณยังไม่นอนอีกหรือครับ ทนายรินลดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยความคุ้นเคยที่น่าประหลาด รินลดาเงยหน้าขึ้น สบตากับชายหนุ่มผ่านความมัวสลัวของห้อง แววตาของเธอไม่มีความตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงความระแวดระวังและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่พวกเขาต่างรู้ดีว่ามันอันตรายเพียงใด "ฉันเป็นคนประเภทที่นอนไม่หลับในคืนก่อนที่พายุจะเข้าหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันติดปากพูดผิดไปหน่อย" รินลดาแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "หมายถึง 'ครับ' ต่างหากล่ะคะ เอ๊ย—ครับ" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหมาย เขาก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างเบามือ ก่อนจะเดินตรงมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดแคบลง จนรินลดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงที่เขาเพิ่งสูบมา "คุณกำลังกังวลเรื่องพรุ่งนี้สินะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น พลางใช้สายตากวาดมองกองเอกสารบนโต๊ะ "เอกสารชุดนั้น... คงเป็นไม้ตายที่คุณซ่อนไว้สินะครับ" "ถ้าฉันบอกว่าใช่ คุณจะทำอย่างไร จะมาเกลี้ยกล่อมฉันอีกรอบ หรือจะเอาข้อเสนอระดับร้อยล้านมาวางบนโต๊ะนี้เหมือนครั้งก่อนล่ะคะ... อ้าว ลืมตัวอีกแล้ว ขออภัยด้วยครับ คุณธันวา" รินลดาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงประชดประชัน เพื่อสร้างกำแพงป้องกันความรู้สึกที่กำลังสั่นคลอน ธันวาไม่ได้โกรธ เขายังคงยืนมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึก ยากจะคาดเด, ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะทำงาน เพื่อบังคับให้เงามืดของเขาโอบล้อมเธอไว้ "ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรองอะไรทั้งนั้นในคืนนี้ครับ ริน..." ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างผิดคาด มันไม่ใช่เสียงของคู่แข่งทางธุรกิจ ไม่ใช่เสียงของศัตรูที่เตรียมห้ำหั่นกันในชั้นศาล แต่มันคือเสียงของมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยล้ากับเกมที่พวกเขากำลังเล่นอยู่ "ผมแค่อยากมาดูให้แน่ใจว่า... คุณยังเป็นคนเดิม คนที่กล้าหาญพอจะทำลายทุกอย่าง แม้กระทั่งหัวใจของตัวเอง" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกความรู้สึกของรินลดาอย่างจัง เธอนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นแรงขึ้นจนเกือบหลุดออกมานอกอก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าภายใต้ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ พวกเขากลับมีความเข้าใจกันและกันลึกซึ้งยิ่งกว่าใครในโลกใบนี้ ธันวาคือด้านตรงข้ามของเธอ เป็นความมืดที่พยายามกลืนกินแสงสว่าง แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือคนเดียวที่มองเห็นรอยร้าวในความเข้มแข็งของเธอ "คุณคิดว่าฉันกำลังทำลายหัวใจตัวเองอย่างนั้นหรือคะ... Eh, ครับ?" รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "คุณคิดผิดแล้วล่ะครับ ธันวา การทำลายความเน่าเฟะต่างหาก คือการรักษาหัวใจของฉันให้สะอาดบริสุทธิ์" ธันวามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เนิ่นนานราวกับเวลาหยุดเดิน ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มจางๆ เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและยอมจำนน "ถ้าอย่างนั้น... พรุ่งนี้เราคงต้องเดินไปจนสุดทางสินะครับ" ธันวาผละตัวออกถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ผมแค่อยากจะบอกคุณว่า ไม่ว่าผลลัพธ์พรุ่งนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ผมไม่เคยเสียใจเลยที่ได้รู้จักและต่อสู้กับคุณ" บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นไปอีกขั้น รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเอื้อมไปแตะแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ความเงียบระหว่างพวกเขามันช่างยาวนานและเปี่ยมไปด้วยความหมาย จนกระทั่ง... เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่โถงทางเดินด้านนอก ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและรัวเร็วราวกับคนกำลังตื่นตระหนก ธันวาขมวดคิ้วมุ่นในทันที ความสุขุมเยือกเย็นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ก่อนที่รินลดาจะได้เอ่ยปากถามอะไร ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยผู้ช่วยหนุ่มของเธอ สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับวิ่งหนีตายมาไกล "ทนายรินครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ผู้ช่วยหนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หลักฐานสำคัญ... แฟ้มต้นฉบับในตู้นิรภัยที่ห้องเก็บเอกสารชั้นล่าง... ถูกขโมยไปหมดแล้วครับ!" รินลดาเบิกตากว้าง สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เธอลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที หันขวับกลับไปมองธันวาด้วยความตกใจระคนสงสัย แต่สิ่งที่เธอเห็นในแววตาของชายหนุ่ม... กลับไม่ใช่ความตกใจ ธันวากำลังยืนมองเธอด้วยสายตาที่สงบนิ่งสนิท ราวกับเขาร่วงรู้เรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น—และรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของเขานั้น ก็คือคำตอบที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%