แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาไฟนีออนสีส้มสลัวจากตึกระฟ้าฝั่งตรงข้าม มันไม่ใช่แฟ้มคดีความที่รินลดาคุ้นเคย แต่เป็นประวัติการเงินและการไต่สวนย้อนหลังไปเมื่อสิบห้าปีก่อน—ยุคที่รอยร้าวในระบบกระบวนการยุติธรรมยังคงส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งในความทรงจำของเธอ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินลดา"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทำงานกว้าง เขายืนกอดอกพิงกระจกบานใหญ่ ด้านหลังคือทัศนียภาพของเมืองหลวงที่หลับใหล แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจับจ้องมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้าสู่กรง
รินลดานิ่งงัน ปลายนิ้วเรียวที่กำลังเปิดหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความจริงอันบิดเบี้ยวที่เพิ่งปรากฏต่อสายตา ลายเซ็นในเอกสารคำสั่งย้ายพนักงานสอบสวนเมื่ออดีต ไม่ได้เป็นของนายตำรวจระดับสูงผู้เสื่อมเสียชื่อเสียงตามที่สังคมรับรู้ แต่มันคือลายเซ็นของ ‘ธันพงษ์’—บิดผู้ล่วงลับของธันวา และคนที่อยู่เบื้องหลังการป้ายสีความผิดให้พ่อของเธอต้องตรอมใจตาย
"พ่อของคุณ... สั่งฆ่าความจริงในคดีของพ่อฉัน เพื่อแลกกับสัมปทานโครงการแรกของตระกูลคุณ" รินลดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นบัดนี้รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บแค้น แต่น้ำเสียงของเธอกลับนิ่งสนิทจนน่ากลัว "และคุณ... ธันวา คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่เราเริ่มร่วมงานกันใช่ไหม?"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาไม่หลบสายตา เขาผ่อนลมหายใจยาวนาน สีหน้าเรียบเฉยจนยากจะคาดเดาความรู้สึก
"ความถูกต้องที่คุณยึดมั่นนักหนา... มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงเสมอ, ริน" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ ช้าๆ ราวกับเสือที่ย่างก้าวเข้าหาเหยื่อ "ถ้าผมบอกคุณตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ ว่าผมคือลูกชายของคนที่ทำลายชีวิตครอบครัวคุณ... คุณจะยังเลือกยืนอยู่ข้างผมในเกมนี้ไหม?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและความไร้เดียงสาของตนเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดว่าเธอคือผู้ควบคุมเกม เธอกำลังใช้ความฉลาดทางกฎหมายเพื่อล้างมลทินและทวงคืนความยุติธรรม แต่แท้จริงแล้ว เธอกลับเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่เดินอยู่บนความแค้นและการจัดฉากของชายผู้ยืนอยู่ตรงหน้า
"คุณมันเลือดเย็นไม่ต่างจากพ่อของคุณเลยสักนิด" เธอกล่าวลอดไรฟัน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนกระดาษเอกสารแผ่นเก่า "คุณใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจของคุณ เพื่อล้างบางตระกูลที่เคยร่วมมือกันทำลายพ่อฉัน... คุณหลอกใช้ความแค้นของฉันเป็นเกราะกำบัง"
"ผมไม่ได้หลอกใช้คุณ, ริน" ธันวาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับความเครียดแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ "สิ่งที่ผมทำ คือการมอบความจริงที่คุณโหยหานักหนา... แม้ว่ามันจะแหลกสลายคามือคุณก็ตามทีเถอะ"
มือใหญ่เอื้อมออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางของเธอ แต่รินลดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับถูกของร้อน สายตาที่เธอมองเขาในวินาทีนั้น เต็มไปด้วยความรังเกียจและผิดหวังอย่างถึงที่สุด ความรู้สึกดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เคยมีต่อกัน มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงเหวลึกแห่งความเกลียดชังที่ไม่มีวันประสาน
"เราจบกันแค่นี้ ธันวา" รินลดาหยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาแนบอก หยิบกระเป๋าและก้าวเท้าเดินผ่านเขาไปอย่างเด็ดเดี่ยว "พรุ่งนี้เช้า หลักทั้งหมดชุดนี้จะไปอยู่บนโต๊ะของอัยการสูงสุด และคุณ... เตรียมตัวรับผลกรรมที่ตระกูลของคุณก่อไว้ได้เลย"
ธันวาไม่รั้งเธอไว้ เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ร่างบางก้าวเดินพ้นประตูห้องไป เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ
มุมปากของชายหนุ่มหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและปริศนาบางอย่างที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผย เขาหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานที่สว่างวาบขึ้นมาโดยไม่มีใครกด
หน้าจอนั้นแสดงภาพกล้องวงจรปิดจากชั้นล่างสุดของตึก—ภาพของชายชุดดำสองคนที่เดินดุ่มเข้ามาในอาคาร พร้อมกับแฟ้มเอกสารอีกชุดในมือ... ที่ระบุชื่อของ "รินลดา" เป็นเป้าหมายในการเก็บกวาดขั้นสุดท้าย
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 31
ความจริงที่เจ็บปวด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!