“คุณกำลังเอาชีวิตคนทั้งบริษัทไปแลกกับอุดมการณ์ที่ไม่มีใครกินได้ ริน”
เสียงของธันวาไม่ได้ดัง แต่มันหนักแน่นพอที่จะสั่นคลอนโครงสร้างกระจกใสของห้องประชุมชั้นสี่สิบห้าได้ ภายใต้แสงไฟนีออนสีนวลตาที่สะท้อนเงาตึกสูงระฟ้าเบื้องล่าง ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บเนียบกริบยืนประจันหน้ากับหญิงสาว รอยยิ้มที่เคยใช้สยบเกมธุรกิจทุกกระดานในวันนี้กลับเลือนหาย เหลือเพียงแววตาที่เจ็บปวดและระโหยโรยแรงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
รินลดากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว แววตาของเธอแข็งกร้าวแต่ไหวระริก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
“ไม่ใช่แค่ชีวิตคนในบริษัทค่ะ ธันวา... แต่เป็นความยุติธรรมที่พ่อฉันต้องแลกด้วยลมหายใจสุดท้าย” เธอกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน “คุณก็รู้ว่าเอกสารชุดนี้จะลากตระกูลของคุณลงนรกทั้งเป็น แต่ถ้าฉันปล่อยมันไป วิญญาณของพ่อฉันก็จะถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
“แล้ววิญญาณของคุณล่ะ ริน?” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่ร้อนผ่าว “ถ้าคุณยื่นเอกสารนั้นให้ตำรวจวันนี้ บริษัทล้มละลาย พนักงานหลายร้อยคนต้องตกงาน และตัวคุณ... จะถูกอำนาจมืดบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก คุณคิดว่าความถูกต้องจะปกป้องคุณได้จริงหรือครับ?”
บทสนทนาหยุดชะงักลง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน พวกเขาไม่ใช่แค่คู่รักที่ยืนอยู่คนละฝั่งของกฎหมาย แต่เป็นเหยื่อของเกมอำนาจที่ถูกบีบให้ต้องหันปลายดาบเข้าหากัน
ธันวาหลับตาลงชั่วขณะเพื่อทบทวนทางเลือกทั้งหมดในหัว ในฐานะนักกลยุทธ์ เขาคำนวณความเสี่ยงทุกรูปแบบมาหมดแล้ว ยกเว้นสิ่งเดียว... ตัวแปรที่ชื่อว่ารินลดา เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เธอเดินออกจากห้องนี้พร้อมเอกสารลับชิ้นนั้น ทุกสิ่งที่เขาสร้างมาเพื่อปกป้องวงศ์ตระกูลอันเน่าเฟะนี้จะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน และตัวเขาเองก็จะสูญเสียเธอไปตลอดกาลเช่นกัน
รินลดาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม เธออ่านความลังเลและความปวดร้าวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุขุมเยือกเย็นนั้นออกทุกอณู หัวใจของเธอบีบรัดด้วยความเจ็บปวด เธอยังคงรักเขา... รักอย่างไร้เงื่อนไข แต่ในโลกที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ ความรักคือความอ่อนแอที่อันตรายที่สุด
“เลือกเอาครับ ริน” ธันวาลืมตาขึ้น สายตาคู่นั้นเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวและไร้ความลังเลอีกต่อไป “ระหว่างหน้าที่ที่คุณแบกรับไว้บนบ่า กับความรักที่เราสร้างมันขึ้นมาจากเศษซากความพังพินาศ... คุณจะเลือกอะไร?”
มือหนายื่นแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่บันทึกหลักฐานทั้งหมดวางลงบนโต๊ะกระจก เสียงโลหะกระทบกับผิวโต๊ะดังสะท้อนก้องในความเงียบ มันคือจุดเปลี่ยนผ่านที่ไม่มีวันหวนกลับ ธันวาถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทิ้งระยะห่างที่เปรียบเสมือนเส้นแบ่งเขตระหว่างพันธมิตรและศัตรู
รินลดากวาดสายตามองแฟลชไดรฟ์ดอกนั้นสลับกับใบหน้าของชายที่เธอรัก หยดน้ำตาอุ่นไหลรินลงมาเงียบๆ บนพวงแก้ม แต่มุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นอย่างขมขื่น เธอเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วแตะลงบนผิววัสดุเย็นเฉียบนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ
“ฉันเลือกหน้าที่ค่ะ ธันวา”
สิ้นคำพูดนั้น รั้งมือดึงแฟลชไดรฟ์เข้ามาหาตัวทันที ทว่าก่อนที่เธอจะได้หันหลังก้าวเดิน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก ประตูห้องประชุมถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคารพ พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสีเข้มสามคนที่เป็นลูกน้องคนสนิทของบิดาธันวา ในมือของพวกเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกตั้งค่าสัญญาณตัดการสื่อสารทั้งหมด
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตกใจฉายผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที—ไม่ใช่เพราะรินลดาเลือกหน้าที่ แต่เพราะเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า... เอกสารตัวจริงไม่ได้อยู่ในแฟลชไดรฟ์ดอกนั้น และคนที่ทรยศหักหลังในเกมนี้ อาจจะไม่ใช่แค่พวกเขาเพียงสองคน
— คนมองเมือง —
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 32
การทรยศครั้งใหญ่
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!