แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเงาของตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานครยามค่ำคืน แสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกบานใหญ่ ทอดเงายาวทับร่างของรินลดาที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ทนายความสาวมองเอกสารชุดสุดท้ายในมือด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนราวกับมีพายุหมุนซัดสอด ตัวเลขมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาทบนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่แค่คดีแพ่งธรรมดา แต่มันคือเดิมพันระหว่างความอยู่รอดขององค์กรธุรกิจยักษ์ใหญ่ กับศักดิ์ศรีและวิญญาณของนักกฎหมายผู้ยึดมั่นในความถูกต้อง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งอย่างเป็นจังหวะ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะเปิดออก ปรากฏร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาคูลเข้มของธันวา ผู้ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของความถูกต้องเสมอมา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคู่นั้นกวาดมองสภาพห้องและหยุดลงที่ร่างของรินลดา
"คุณยังไม่กลับอีกหรือครับ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันบรรยากาศในห้องให้ยิ่งอึดอัด
รินลดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปลายปากกาหมึกซึมในมือถูกวางลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เธอมองชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนเงาสะท้อนในด้านตรงข้ามของเธอเอง "ถ้าฉันกลับ ป่านนี้เอกสารชุดนี้คงถูกลงนามและถูกปัดตกใต้พรมไปเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ ธันวา" เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ภายใต้กำมะหยี่
ธันวาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดยืนอยู่ห่างออกไปเพียงก้าวเดียว เขายกมือขึ้นปลดกระดุมสูทตัวนอกออกช้าๆ ก่อนจะวางมือลงบนขอบโต๊ะกระจกโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างทางจิตวิทยา
"โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะรินลดา คุณก็น่าจะรู้ดีกว่าใคร เอกสารในมือคุณนั่น... มันคือทางรอดของพนักงานนับพันคน คือเสาหลักของบริษัทที่ถ้าล้มลงไป จะมีคนอีกมากที่ต้องตกงานเพราะอุดมการณ์ความสะอาดสะอ้านของคุณเพียงคนเดียว"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความทรงจำสีเทาของรินลดา ภาพเงาของพ่อผู้ล่วงลับ ตำรวจตงฉินผู้ถูกระบบกัดกินและโยนความผิดให้จนต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยวผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความรู้สึกโกรธเกรี้ยวและเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาในอก แต่สีหน้าของเธอกลับนิ่งสนิท เยือกเย็นจนน่ากลัว
"คุณกำลังใช้ความสงสารของคนอื่นมาเป็นเครื่องมืออำพรางความผิดของพวกคุณเองต่างหาก ธันวา" รินลดาเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาสั่นระริกด้วยไฟแห่งอุดมการณ์ที่ไม่มีวันมอดดับ "พ่อฉันเคยสอนไว้ว่า กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อให้คนฉลาดใช้มันเอาเปรียบคนอ่อนแอ แต่มีไว้เพื่อปกป้องความจริง... ถ้าฉันเซ็นยอมรับข้อตกลงนี้ ฉันก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่ฆ่าพ่อซ้ำสอง"
ธันวาเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคมคายฉายแววซับซ้อนยากจะคาดเดา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น ความรู้สึกชื่นชมและหวาดหวั่นผสมปนเปกันอยู่ในอก ชายหนุ่มรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าดื้อรั้นเพียงใด แต่ความดื้อรั้นที่เต็มไปด้วยหลักการและหัวใจที่ซื่อตรงเช่นนี้แหละ คือสิ่งที่ดึงดูดเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาในสนามนี้
"คุณกำลังเอาชีวิตการทำงานของตัวเองไปทิ้งกับอดีตที่ไม่มีวันแก้ไขได้นะ" ธันวาเอ่ยเสียงเบาลง น้ำเสียงเจือความห่วงใยที่เขาเองก็แทบไม่เชื่อว่ามันหลุดออกมาจากปากของนักกลยุทธ์เลือดเย็นอย่างเขา "ถ้าคุณเลือกทางที่ถูกต้องตามอุดมการณ์ของคุณตอนนี้ คุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากกระดาษเปล่าใบคดีที่ไม่มีใครสนใจไยดี... เลือกผมเถอะครับ รินลดา เรามาจบเรื่องนี้ด้วยวิธีที่ทุกคนได้ประโยชน์ดีกว่า"
รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "ผลประโยชน์... หรือผลกำไรบนคราบน้ำตาของเหยื่อกันแน่ล่ะ ธันวา" เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันเลือกทางเดินของฉันแล้ว และมันไม่ใช่ทางเดียวกับคุณ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่ง ธันวายืดตัวตรงขึ้น ใบหน้าคมสันเรียบตึง แววตาที่เคยมีความลังเลเจืออยู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวและเย็นชาเมื่อตระหนักว่าเขาไม่สามารถโน้มน้าวทนายความสาวคนนี้ได้อีกต่อไป
"น่าเสียดายจริงๆ ครับ..." ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง "ถ้าเช่นนั้น เราคงต้องเผชิญหน้ากันในฐานะคู่กรณีอย่างเต็มตัวแล้วล่ะครับ"
ในวินาทีที่ธันวาเอื้อมมือแตะที่ลูกบิดประตูห้องทำงาน จู่ๆ ไฟนีออนเพดานด้านนอกก็กะพริบวูบวาบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเร่งรีบวิ่งตรงมาทางห้องทำงานของรินลดา พร้อมกับเสียงเคาะประตูรัวกระหน่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ ราวกับมีสถานการณ์ฉุกเฉินบางอย่างเกิดขึ้นด้านนอก
ธันวาชะงักมือที่กำลังจะบิดลูกบิด รินลดาผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจ ทั้งสองสบตากันโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างของเลขาฯ ส่วนตัวของรินลดา দাঁড়อยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจรัวเร็ว แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"คุณรินลดาคะ... แฟ้มหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุดในตู้เซฟชั้นใต้ดิน... ถูกคนแอบเปิดและขโมยไปหมดแล้วค่ะ!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 28
ทางแยกของอุดมการณ์
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!