แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมตั้งโต๊ะทรงโบราณส่องกระทบสันแฟ้มหนังสีดำสนิท ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อหนา เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงครางฮัมต่ำในความเงียบสงัดยามตีสอง เป็นเสียงเดียวที่ทำลายความเยียบเย็นภายในห้องทำงานส่วนตัวของตระกูลวรากุล
ธันวากวาดสายตาคมกริบผ่านตัวอักษรและตัวเลขแถวแล้วแถวเล่าบนกระดาษเอกสารทางราชการที่ถูกประทับตรา ‘ลับที่สุด’ ลายเซ็นที่ปรากฏอยู่มุมล่างของกระดาษแผ่นสุดท้าย ไม่ใช่ลายมือของคนแปลกหน้า แต่มันคือเส้นสายอันคุ้นเคยที่เขาเฝ้ามองมาตลอดชีวิต—ลายเซ็นของ พล.อ.ทari (พลเอกธนา) ผู้เป็นพ่อ
นิ้วเรียวยาวของนักกลยุทธ์หนุ่มหยุดชะงักลงที่รอยหมึกปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม ความนิ่งงันเข้าเกาะกุมสติสัมปชัญญะชั่วขณะ ราวกับอากาศในห้องถูกสูบออกจนหมดสิ้น ทุกตัวอักษรในเอกสารชุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักฐานการทุจริตโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของรัฐ แต่มันคือใบเสร็จที่ยืนยันว่า อาณาจักรธุรกิจที่เขาภาคภูมิใจและยอมแลกทุกอย่างเพื่อปกป้อง แท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นบนซากศพของความถูกต้อง และหยาดเหงื่อของคนที่ถูกเหยียบย่ำ
"พ่อ... นี่คือราคาที่พ่อแลกมากับการนั่งอยู่บนจุดสูงสุดสินะครับ" ธันวาพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทจนน่ากลัว แต่กรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังคำรามอยู่เบื้องลึก
ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน รินลดา ทนายความสาวผู้ยึดมั่นในความถูกต้องจนยอมเป็นศัตรูกับคนค่อนเมือง ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมของสำนักงานกฎหมาย เธอมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความสมเพชและความเห็นใจในคราเดียวกัน
*“คุณพยายามค้นหาความจริงเพื่อปกป้องบริษัทของครอบครัวคุณ ธันวา... แต่ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ บางทีความจริงที่คุณตามหา อาจไม่ใช่สิ่งที่ช่วยให้คุณรอด แต่เป็นสิ่งที่จะฝังพวกเราทั้งคู่ไว้ใต้หลุมศพเดียวกันต่างหาก”*
คำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ธันวาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างขมขื่น เขารู้ดีว่ารินลดาไม่ได้ขู่ เธอฉลาดเกินกว่าจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบนั้น และหลักฐานในแฟ้มตรงหน้าก็คือคำตอบที่เด่นชัดที่สุด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล มันไม่ใช่เสียงเคาะที่แฝงด้วยความเร่งรีบ แต่มันคือความมั่นใจของผู้มาเยือนที่รู้ดีว่าเจ้าของห้องยังคงตื่นอยู่
ธันวาไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในเงาสลัว สายตาคมกริบจับจ้องไปยังบานประตูไม้สักทองที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงขอบเขตแสงไฟ
"ดึกป่านนี้แล้ว ลูกยังไม่อาจข่มตานอนลงได้อีกหรือ ธันวา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มใจดีที่ผู้คนทั่วทั้งสังคมต่างให้ความเคารพ แต่วันนี้... รอยยิ้มเดียวกันนั้นกลับทำให้ธันวารู้สึกเหมือนมีใบมีดเย็นเฉียบมากรีดลงกลางแผ่นหลัง
ธันวาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นพ่อ แววตาของนักกลยุทธ์หนุ่มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเกราะคุ้มตัวที่เขาสวมมาตลอดชีวิต มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนไปปิดทับแฟ้มเอกสารลับบนโต๊ะอย่างแนบเนียน พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ผมแค่กำลังทบทวนตัวเลขงบประมาณชิ้นสุดท้ายครับ... คุณพ่อ"
พลเอกธนาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น สายตาคมปลาบกวาดมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินสถานการณ์บางอย่าง รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้เป็นพ่อไม่ได้จางหาย แต่แววตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"ตัวเลขบนกระดาษมันโกหกเราได้เสมอ ธันวา... ไม่เหมือนกับอำนาจและผลประโยชน์ที่มันอยู่ในมือเรา" พลเอกธนาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานเพียงแค่ก้าวเดียว ก่อนจะก้มลงมองมือของลูกชายที่วางทับอยู่บนแฟ้มเอกสารสีดำสนิทนั้น "พ่อสอนเสมอไม่ใช่หรือครับ ว่าการรักษาความลับ คือก้าวแรกของการรักษาอำนาจ"
ธันวานิ่งเงียบ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วดุจกลองศึก แต่ภายนอกเขากลับนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ความตึงเครียดในห้องแผ่ซ่านจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ บทสนทนาระหว่างพ่อและลูกคู่นี้ ไม่ต่างอะไรจากการเดินอยู่บนลวดสลิงกลางเหวลึก ที่เพียงแค่ก้าวพลาดแม้แต่นิดเดียว หมายถึงความตายทั้งเป็น
ในวินาทีนั้นเอง สายตาของธันวาก็เหลือบไปเห็นเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังผู้เป็นพ่อ เงาของใครอีกคนหนึ่งที่ยืนซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในความมืดที่ระเบียงด้านนอก... รินลดา
ทนายความสาวยืนกอดอกพิงกระจก เธอมองตรงมาที่เขาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก บนมือถือของเธอกำลังสว่างวาบด้วยแสงหน้าจอที่แสดงภาพเอกสารหลักฐานชิ้นเดียวกันกับที่อยู่ใต้ฝ่ามือของเขา—และเธอกำลังกดปุ่ม ‘ส่งต่อ’ ข้อมูลทั้งหมดไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดในวินาทีนี้
ธันวาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบพุ่งวาบเข้ามาในสมอง นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เขาพบความลับนี้ในคืนนี้ และนี่ก็ไม่ใช่ความบังเอิญที่พ่อของเขาเดินเข้ามาหาในยามวิกาล ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นโดยกลไกบางอย่าง เพื่อบีบให้เขาต้องเลือกระหว่างตระกูลวรากุลกับความถูกต้องที่เขาเคยปฏิเสธ
พลเอกธนาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของลูกชาย รอยยิ้มบนมุมปากของผู้เป็นพ่อค่อยๆ หุบลง ชายสูงวัยเอื้อมมือหนาออกมาช้าๆ แล้ววางทับลงบนมือของธันวาที่กดทับแฟ้มเอาไว้ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบ
"เลือกให้ดีนะ... ว่าลูกจะปกป้องใคร ระหว่างเงาหัวของพ่อ... กับอนาคตของตัวเอง"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 27
ความลับที่หลุดรอด
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!