ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 26

มิตรภาพที่คลุมเครือ

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในยามวิกาลของสำนักงานกฎหมายใจกลางเมือง ช่างเป็นองค์ประกอบที่เหมาะเจาะเหลือเกินกับการเผชิญหน้าที่ไร้ซึ่งอาวุธ แต่กลับบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด "คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไป รินลดา" เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีชาเข้มทอดกายพิงพนักโซฟาหนังแท้ สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะมองตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ทว่าความวุ่นวายภายนอกกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันภายในห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ รินลดาไม่หันกลับไปทันที เธอปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันอยู่หลายวินาที ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวกระจกที่เย็นเฉียบ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาของเธอมีความแข็งกร้าวที่ซ่อนความอ่อนล้าไว้ภายใน—ร่องรอยของผู้หญิงที่แบกรับความยุติธรรมไว้บนบ่าโดยไม่มีใครเหลียวแล "ถ้าฉันไม่เล่น เกมนี้ก็จะถูกครอบงำด้วยกติกาปลอมๆ ที่พวกคุณสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่หรือครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันชักจะติดนิสัยพูดจาตรงไปตรงมาแบบคุณเสียแล้วสิ ธันวา" รินลดาจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่เย้าแหย่เล็กน้อยเพื่อลดทอนความตึงเครียด แต่สายตากลับจริงจังจนอีกฝ่ายต้องหรี่ตาลง ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้หัวใจของคนที่มองรู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละน้อย จังหวะก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "คุณคิดว่าตัวเองกำลังปกป้องความถูกต้อง... แต่จริงๆ แล้ว คุณกำลังวิ่งเข้าหาพายุโดยไม่มีแม้แต่ร่มชูชีพ" ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่คลาสสิกจางๆ ลอยแตะจมูก รินลดาต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตาเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินพอดีนี้สร้างสนามแม่เหล็กบางอย่างขึ้นมาระหว่างคนทั้งสองโดยไม่มีใครเอ่ยทักท้วง ในโลกวิชาชีพ พวกเขาคือคู่ปรับที่อยู่คนละขั้ว รินลดาคือตัวแทนของความถูกต้องที่ยอมหักไม่ยอมงอ ส่วนธันวาคือมันสมองของทุนนิยมที่พร้อมจะเหยียบย่ำทุกสิ่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย แต่ในยามค่ำคืนที่เปลี่ยวเหงาและเต็มไปด้วยความกดดันเช่นนี้ เส้นแบ่งระหว่างมิตรและศัตรู กลับพร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็น "แล้วถ้าพายุลูกนั้น... มันคือสิ่งเดียวที่จะชำระล้างความสกปรกในอดีตของพ่อฉันได้ล่ะ คุณจะยังห้ามฉันอยู่ไหม" น้ำเสียงของรินลดาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกระด้าง เล็ดลอดออกมาผ่านแววตาคู่นั้น ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ความแข็งกร้าวในแววตาของนักกลยุทธ์หนุ่มไหววับ เขารู้ดีว่าปมเรื่องพ่อของรินลดาคือแผลเป็นที่ไม่มีวันหาย และเขาก็คือหนึ่งในคนที่ถือข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับค่านั้นอยู่ในมือ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ข้อศอกของเธอเบาๆ เพียงสัมผัสเดียว กระแสไฟแปลกประหลาดก็วิ่งพล่านไปทั่วร่างของทั้งคู่ รินลดาไม่ได้ถอยหนี เธอนิ่งค้าง ปล่อยให้ความอบอุ่นนั้นแทรกซึมเข้ามาในพื้นที่หนצוลึกของจิตวิญญาณ เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ตระหนักว่า ภายใต้การปะทะกันด้วยเหตุผลและข้อกฎหมาย มีแรงดึงดูดอีกรูปแบบหนึ่งกำลังก่อตัวขึ้น—แรงดึงดูดที่ทรงพลังและอันตรายยิ่งกว่าคดีความใดๆ ที่พวกเขากำลังเผชิญ "ริน..." เสียงของธันวาเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของคู่แข่งทางธุรกิจอีกต่อไป แต่เป็นเสียงที่เจือด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่เขาเองก็พยายามปฏิเสธมาตลอด "บางครั้ง... การชนะคดีไม่ได้แปลว่าคุณจะได้ความสงบสุขกลับคืนมา บางทีคุณอาจจะต้องสูญเสียตัวตนไปพร้อมกับมันด้วยซ้ำ" "แล้วคุณล่ะ ธันวา?" รินลดาถามกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "การที่คุณยืนอยู่ฝั่งนั้น ทำงานให้คนพวกนั้น คุณมีความสุขจริงๆ หรือครับ? หรือลึกๆ แล้ว คุณก็แค่นكคนโดดเดี่ยวที่กำลังหาข้ออ้างให้ตัวเองหลับลงในตอนกลางคืน" คำพูดนั้นราวกับลูกศิษย์ที่แทงตรงเข้ากลางใจ ธันวาผละมือออกจากแขนของเธออย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าความอ่อนแอของตัวเองจะถูกเปิดเผย เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ หันหลังกลับไปมองถ้วยกาแฟบนโต๊ะเพื่อตั้งสติ บรรยากาศรอบตัวกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทว่าความรู้สึกในใจของทั้งสองกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันมีความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายด้วยคำพูดทางกฎหมาย ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินลดาก็แผดเสียงขึ้น ทำลายบรรยากาศอันเปราะบางนั้นลงทันที รินลดากลืนน้ำลายลงคอ หันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู หน้าจอแสดงภาพไฟล์เอกสารลับที่ถูกส่งมาจากแหล่งข่าวไม่ประสงค์ออกนาม พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก *"เอกสารบัญชีลับของบริษัทชำระหนี้... ตัวจริงอยู่ที่ตู้เซฟห้องทำงานส่วนตัวของคุณพ่อคุณในกรมตำรวจเก่า และคนที่สั่งรื้อค้นมันเมื่อคืนนี้ ไม่ใช่ตำรวจ... แต่คือคนใกล้ตัวคุณที่สุด"* ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธองยหน้าขึ้นมองธันวาที่หันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าสงสัย ทว่าก่อนที่รินลดาจะทันได้พูดอะไร เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรีบร้อนหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ... เสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งตรงมายังพวกเขาในความมืด! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%