"คุณคิดจริงๆ หรือครับทนายรินลดา ว่ากระดาษแผ่นเดียวในมือคุณ จะมีน้ำหนักมากพอที่จะกดทับตระกูลวรเกียรติกุลให้จมดินได้"
เสียงทุ้มต่ำของธันวา ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัดของห้องประชุมชั้นสี่สิบห้า กระจกบานสูงจรดเพดานสะท้อนภาพแสงไฟระยิบระยับของมหานครเบื้องล่าง ราวกับดวงดาวนับล้านกำลังจ้องมองความพินาศที่กำลังก่อตัวขึ้นทีละน้อย บรรยากาศภายในห้องถูกบีบอัดด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยาที่หนาแน่นเสียจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยปลายนิ้ว
รินลดานั่งหลังตรง ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่ค้าและคู่ปรับในเวลาเดียวกัน บนโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดี เอกสารทางบัญชีชุดสุดท้ายที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อสามชั่วโมงก่อนนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น มันคือหลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างบริษัทแม่กับบัญชีลับนอกประเทศ ซึ่งเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขความจริงเบื้องหลังคดีทุจริตฉ้อฉลที่คร่าชีวิตพ่อของเธอเมื่อหลายปีก่อน
เธอยังไม่ตอบทันที ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่เป็นอาวุธชนิดหนึ่ง รินลดาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นช้าๆ ปฏิกิริยาที่นิ่งสนิทของเธอทำให้มุมปากของธันวาขยับยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคลือบด้วยความเยือกเย็นและความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึกจนยากจะหยั่งถึง
"กระดาษแผ่นเดียวอาจจะดูไร้น้ำหนักครับคุณธันวา..." รินลดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบน้ำตาล "แต่ถ้ามันถูกวางถูกที่... มันก็มากพอที่จะทำให้ตึกระฟ้าทั้งหลังพังครืนลงมาได้ภายในพริบตาเช่นกัน"
ธันวาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหُบพร่าและว่างเปล่า เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ ปลดกระดุมสูทตัวนอกออกข้างหนึ่งเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด แต่ดวงตาสีเข้มยังคงจ้องมองเธอไม่วางตา
"คุณพยายามเหลือเกินนะ ที่จะรื้อฟื้นซากศพที่ฝังกลบไปแล้วขึ้นมา" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่ราคาแพง "คุณคิดว่าความถูกต้องจะเยียวยาทุกอย่างได้จริงๆ หรือครับ? หรือจริงๆ แล้วคุณก็แค่กำลังวิ่งไล่ตามเงาของพ่อตัวเอง เพื่อชดเชยความรู้สึกผิดที่คุณไม่สามารถปกป้องเขาได้ในวันนั้น"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าไปที่บาดแผลลึกที่สุดในใจของรินลดาอย่างแม่นยำ มือที่ถือปากกาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอกระตุกเกร็ง รินลดาหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา เธอกำลังถูกต้อนเข้ามุมด้วยจิตวิทยาขั้นสูง แต่นั่นคือสิ่งที่เธอคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว
"อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับวิชาชีพเลยครับคุณธันวา" รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นอีกระดับ "คนเราจะตายไปพร้อมกับความลับหรือความจริง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครเสียงดังกว่ากัน แต่มันขึ้นอยู่กับว่าหลักฐานชิ้นไหนทนทานต่อกาลเวลามากที่สุดต่างหาก และดูเหมือนว่า... หลักฐานในมือฉัน จะยังสดใหม่และส่งกลิ่นเหม็นเน่าได้ดีทีเดียว"
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีระหว่างพวกเขาราวกับสนามแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่พยายามผลักไส แต่ในขณะเดียวกันก็มีแรงดึงดูดอันดำมืดบางอย่างที่คอยเหนี่ยวรั้งให้อยู่ในพื้นที่จำกัดนี้ ธันวาพิจารณารินลดาอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาของเขาฉายความชื่นชมระคนความระแวง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เหยื่อที่เขาสามารถชี้นำได้ง่ายๆ เธอคือคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาในรอบทศวรรษ
"คุณรู้ไหมครับริน..." ธันวาเปลี่ยนสรรพนามเรียกขาน น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นจนน่ากลัว "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้องหรอก แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และความอยู่รอด ถ้าคุณเลือกที่จะเซ็นชื่อในเอกสารสละสิทธิ์ชุดนี้ร่วมกับผม... ทุกอย่างจะจบลงด้วยดี บริษัทรอด ครอบครัวคุณปลอดภัย และอดีตที่เจ็บปวดพวกนั้นก็จะถูกฝังกลบไว้ตลอดกาล ไม่มีใครต้องเจ็บปวดอีก"
รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"แล้วความยุติธรรมล่ะครับคุณธันวา จะเอาไปไว้ที่ไหน?"
"ความยุติธรรม?" ธันวาแค่นหัวเราะ "มันก็เป็นแค่สินค้าฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่ไม่มีเงินซื้อเท่านั้นแหละครับ"
ห้องประชุมกลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง แรงกดดันระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนถึงขีดสุด รินลดาเลื่อนแฟ้มเอกสารกลับไปหาเขาช้าๆ เป็นการปฏิเสธที่ชัดเจนและเด็ดขาดโดยไม่ต้องเปลืองคำพูดใดๆ อีก ธันวานิ่งมองแฟ้มนั้น สีหน้าของเขาเรียบสนีย์ แววตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับกำแพงเหล็ก
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับ..." ธันวาพึมพำเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปกดอินเตอร์คอมบนโต๊ะ "ถ้าอย่างนั้น เราก็คงต้องปล่อยให้เกมนี้ดำเนินต่อไปจนถึงที่สุด"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องประชุม ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยชายชุดดำสามคน ทว่า... คนที่ก้าวเข้ามาเป็นคนสุดท้ายกลับทำให้ลมหายใจของรินลดาต้องสะดุดกึก ใบหน้าที่เธอไม่ได้พบเจอมานานหลายปี และคิดว่าสูญหายไปในคืนวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมนั้น กำลังยืนส่งยิ้มเย็นเยียบให้เธออยู่ที่กรอบประตู
หัวใจของรินลดากระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา เมื่อประตูปิดลงพร้อมกับเสียงกุญแจที่ดังคลิกจากด้านนอก เธอก็เพิ่งตระหนักได้ว่า... ตนเองไม่ได้เป็นผู้ล่าที่กุมความลับอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังเดินเข้าสู่กรงขังที่ถูกเตรียมไว้ให้อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ต้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 13
การเจรจาในห้องปิดตาย
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!