ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 19

การโจมตีจากเงามืด

ผลงานโดย คนมองเมือง
ตราประทับสีแดงฉานบนเอกสารคำร้องจากสภาทนายความ ไม่ได้เป็นเพียงแค่หมึกพิมพ์ หากแต่มันคือรอยเลือดที่ถูกป้ายลงบนเกียรติภูมิสิบปีในวิชาชีพของรินลดา กลิ่นอับชื้นของห้องสอบสวนวินัยผสมผสานกับกลิ่นชาจีนราคาถูกที่เย็นชืดในแก้วกระดาษ รินลดานั่งหลังตรง ดวงตาคู่คมกวาดมองข้อกล่าวหาชุดใหญ่อย่างเยือกเย็น ภายใต้ความนิ่งสนิทนั้น หัวใจของเธอกำลังเต้นระส่ำด้วยแรงโกรธที่ถูกกดทับไว้ด้วยสติ ข้อหาละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เปิดเผยความลับของลูกความ และเรียกรับผลประโยชน์ทับซ้อน—ทุกข้อกล่าวหาถูกร้อยเรียงขึ้นอย่างประณีตโดยฝีมือของคนที่รู้จุดอ่อนทางกฎหมายของเธอดีเสียยิ่งกว่าตัวเธอเอง เอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญคือสำเนาบัญชีธนาคารที่มีการโอนเงินเข้ามาร่วมล้านบาท ชื่อบัญชีปลายทางคือชื่อของเธอเอง... แต่เป็นบัญชีม้าที่ถูกเปิดขึ้นโดยที่เธอไม่เคยล่วงรู้ "คุณรินลดาครับ ทางคณะกรรมการได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมหลักฐานที่ค่อนข้างหนาแน่น หากคุณไม่มีพยานหลักฐานหักล้างภายในเจ็ดวัน ทางเรามีความจำเป็นต้องพักการใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพชั่วคราว" น้ำเสียงของประธานคณะกรรมการวินัยราบเรียบ ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเฉียบขาดที่พร้อมจะตัดอวัยวะทิ้งเพื่อรักษาตัวองค์กร รินลดาไม่ได้เอ่ยแก้ตัวแม้แต่คำเดียว เธอยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มหยันที่ส่งให้กับความสกปรกของเกมอำนาจในแวดวงกฎหมาย เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งศีรษะให้คณะกรรมการด้วยท่าทีที่ยังคงรักษาเกียรติของทนายความได้อย่างไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องนั้นด้วยฝีเท้าที่มั่นคง แม้ว่าภายในจะรู้ดีว่าพื้นดินใต้เท้ากำลังจะพังทลายลงมาก็ตาม ทันทีที่ก้าวพ้นประตูตึกสภาทนายความ ลมหนาวในช่วงค่ำก็พัดปะทะเข้าที่ใบหน้า รินลดาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงสายที่ไม่ได้รับจากสำนักงานบัญชีและธนาคารนับสิบสาย ชื่อเสียงที่เธอสั่งสมมา ปากกาที่เธอใช้เซ็นชื่อเพื่อผดุงความยุติธรรม กำลังจะถูกพรากไปในชั่วข้ามคืนด้วยกระดาษไม่กี่แผ่น รถยนต์ซีดานสีดำสนิทคันคุ้นเคยจอดเทียบฟุตบาทกระจกมืดสนิทเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมสันของธันวา ผู้ชายที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของความถูกต้องเสมอมาในสายตาของเธอ "ขึ้นรถเถอะครับ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยผ่านความเงียบของค่ำคืน น้ำเสียงนั้นไม่มีความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งสงบที่ชวนให้รู้สึกอึดอัด รินลดาหันไปมองสบตากับเขา แววตาของเธอแข็งกร้าว ปนไปด้วยความสงสัยระคนหยามเหยียด เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ยอมขยับเขยื้อนเข้าใกล้รถคันนั้นแม้แต่ก้าวเดียว "คุณมาทำอะไรที่นี่... หรือว่านี่คือฝีมือของคุณ ธันวา?" เธอยิงคำถามตรงไปที่เป้าหมาย น้ำเสียงเจือความเย็นชาจนแทบกลายเป็นน้ำแข็ง ธันวาถอนหายใจเบาๆ เขาไม่ได้ปฏิเสธทันทีเหมือนเช่นเคย ชายหนุ่มเปิดประตูลงมาจากรถ ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะที่ได้กลิ่นอหารอ่อนๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ สายตาของเขาสำรวจใบหน้าที่เริ่มมีความเหนื่อยล้าฉายชัดของเธออย่างละเอียดลออ "ถ้าเป็นฝีมือผม คุณคิดว่าตอนนี้คุณจะได้ยืนคุยกับผมตรงนี้ หรือไปนั่งเครียดอยู่ในห้องขังของสถานีตำรวจแล้วล่ะครับ รินลดา" ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าบาดลึก "ศัตรูของคุณไม่ใช่ผม... แต่เป็นคนที่กำลังเสียผลประโยชน์จากคดีฮุบที่ดินลุ่มน้ำภาคใต้ต่างหากล่ะครับ คนกลุ่มนั้นไม่ได้ต้องการแค่เอาชนะคดี แต่พวกเขาต้องการทำลาย 'ความน่าเชื่อถือ' ของทนายความที่ชื่อรินลดาให้ราบคาบ เพื่อไม่ให้มีใครกล้าขวางทางพวกเขาอีก" รินลดาเม้มปากแน่น ความโกรธระลอกใหม่แล่นริ้วขึ้นมาในอก คำพูดของธันวากระแทกใจเธอเข้าอย่างจัง เพราะเธอก็รู้ดีแก่ใจว่าใครคือผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังคดีนั้น แต่การจะหาหลักฐานมัดตัว “เสี่ยกัมปนาท” นักธุรกิจสีเทาผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร "แล้วทำไมคุณต้องมาช่วยผม?" รินลดาเค้นเสียงถาม ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขา พยายามค้นหาเจตนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแห่งความสุขุมนั้น "ผมไม่ได้มาช่วยคุณครับ... ผมแค่กำลังปกป้อง 'คู่ต่อสู้' ที่สมน้ำสมเนื้อต่างหาก" ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย "คนที่ฉลาดและหัวแข็งอย่างคุณ ไม่สมควรต้องมาพังเพราะเกมสกปรกตื้นๆ แบบนี้หรอกนะ" เขายื่นแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบางๆ ให้เธอ รินลดารับมาด้วยความลังเล เปิดออกดูท่ามกลางแสงไฟสลัวจากริมถนน ภายในนั้นไม่ใช่เอกสารแก้ต่าง แต่เป็นภาพถ่ายและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างคณะกรรมการสอบสวนวินัยคนหนึ่ง กับบริษัทนอมินีของเสี่ยกัมปนาท หัวใจของรินลดาเต้นแรงขึ้นมาทันที นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกม และล้างมลทินให้เธอได้ในพริบตา "คุณได้มันมาจากไหน?" เธอน้ำเสียงสั่นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ความลับของนักธุรกิจครับ" ธันวาตอบสั้นๆ ก่อนจะผายมือเชิญเธอลงไปที่เบาะผู้โดยสาร "เข้าไปนั่งคุยข้างในดีกว่าครับ ลมเริ่มแรงแล้ว... และถ้าคุณอยากจะทวงคืนใบอนุญาตของคุณ ผมมีข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ลง" รินลดายืนนิ่งชั่งใจอยู่ชั่วขณะ เธอกำแฟ้มในมือแน่น สัญชาตญาณบอกว่าการก้าวขึ้นรถของธันวาในคืนนี้ อาจหมายถึงการเอาวิญญาณไปผูกไว้กับปีศาจ แต่ทว่า ในสถานการณ์ที่หลังพิงฝาเช่นนี้ เธอกลับไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่าการเดินลงไปในหลุมพรางที่เขากล่าวอ้าง เธอก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังสีดำ ปิดประตูลงเสียงดังทึบ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโดยสารที่อบอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ธันวาขึ้นมานั่งประจำที่คนขับ เขาสตาร์ทเครื่องยนต์ ก่อนจะหันมามองเธอกลั้วหัวเราะในลำคอ "เรามีเวลาจนถึงรุ่งสว่างในการเตรียมแผนโต้กลับ... แต่ก่อนอื่น ผมขอเตือนอะไรไว้อย่างนะครับรินลดา" ธันวาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบมองตรงไปข้างหน้าผ่านกระจกหน้ารถที่เริ่มมีละอองฝนเกาะพราว "คนที่ส่งหลักฐานปลอมมาใส่ร้ายคุณเมื่อช่วงเย็น... ไม่ใช่คนของเสี่ยกัมปนาทครับ" รินลดาขมวดคิ้วแน่น หันขวับไปมองเขา "คุณหมายความว่ายังไง?" ธันวาไม่ได้ตอบคำถามทันที เขากดกระจกฝั่งคนขับลงเล็กน้อย รับสายโทรศัพท์ที่เพิ่งดังขึ้น เสียงปลายสายรายงานบางอย่างสั้นๆ ก่อนที่ธันวาจะวางสายแล้วหันกลับมาสบตาเธอด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบกว่าครั้งไหนๆ "คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบทำลายคุณครั้งนี้... คือคนที่นั่งอยู่ร่วมโต๊ะอาหารกับคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน คนที่คุณไว้ใจที่สุดในสำนักงานทนายความของคุณเองต่างหากล่ะครับ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%