กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นที่ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ไม่ได้ช่วยเจือจางความหนาแน่นของบรรยากาศอันตึงเครียดลงได้เลยแม้แต่น้อย
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์มินิมอลสาดกระทบเพียงครึ่งใบหน้าของชายหนุ่ม เผยให้เห็นกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกำลังจดจ้องอยู่หน้าจอแท็บเล็ต ซึ่งในเวลานี้ไม่ได้แสดงตัวเลขผลประกอบการทางธุรกิจอันสวยหรู หากแต่เป็นภาพนิ่งจากไฟล์หลักฐานที่เพิ่งถูกส่งผ่านช่องทางเข้ารหัสลับ
รินลดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ร่างกายของเธอนิ่งสนิทดึงดูดสายตาเสมือนรูปปั้นหินอ่อนที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ปลายนิ้วเรียวยาวประสานกันไว้บนตัก แววตาคู่คมจับจ้องมาที่ธันวาโดยไม่กะพริบ ราวกับกำลังเอกซเรย์ทะลุผ่านหน้ากากแห่งความสุขุมที่เขาสวมใส่อยู่
"คุณอธิบายภาพนี้ว่าอย่างไรดีครับ... ธันวา"
เสียงของรินลดาเรียบสนิท แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบราวกับเสียงระฆังยามวิกาล ภาพหน้าจอจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บสำนวนคดีของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ซึ่งร่างของพยานปากเอกคนสำคัญนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด ยังคงปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงกลางระหว่างเขาทั้งสอง
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่มันเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นของนักกลยุทธ์ผู้เจนจัดในเกมธุรกิจที่เดิมพันด้วยอิสรภาพและชีวิต
"คุณรินลดากำลังมองหาอะไรอยู่หรือครับ... ความยุติธรรม หรือแค่ความสะใจที่ได้เห็นคนล้มลง?" ธันวาย้อนถาม น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "ในโลกของผู้ใหญ่ ภาพถ่ายใบเดียวไม่ได้บอกเล่าความจริงทั้งหมด... มันบอกแค่เพียงว่าใครบางคนอยู่ในจุดที่ผิดเวลาต่างหาก"
"ผิดเวลา หรือจงใจจัดฉากให้ทุกอย่างมันลงตัวกันแน่?" รินลดาโต้กลับทันควัน ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ "พยานปากเอกคนนี้กำลังจะเข้าให้การในคดีฟอกเงินล็อตใหญ่ของบริษัทในเครือคุณเมื่อเช้าวันนี้ แต่เขากลับกลายเป็นศพในห้องเก็บสำนวนเมื่อคืน... และบังเอิญเหลือเกิน ที่บริษัทของคุณเพิ่งจะอนุมัติยอดโอนเงินจำนวนมหาศาลไปยังบัญชีนอกประเทศผ่านเส้นทางทางการเงินที่คุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเองกับมือ"
บรรยากาศในห้องราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง ธันวาไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างผ่อนคลาย ราวกับเรื่องที่หญิงสาวกำลังพูดถึงเป็นเพียงดินฟ้าอากาศ
"คุณฉลาดมาก รินลดา... คุณมองทะลุกรอบที่คนอื่นมองไม่เห็นเสมอ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ผม... รู้สึกทึ่งในตัวคุณ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลง สายตาที่มองมาที่เธอมันเจือด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มีทั้งความชื่นชม ความระแวง และร่องรอยของความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึกสุดขั้วหัวใจ
"อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง และอย่าใช้คำพูดจิตวิทยาพวกนั้นกับฉัน ธันวา!" รินลดาโน้มตัวไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างวางลงบนขอบโต๊ะทำงานอย่างมั่นคง แรงกดดันจากตัวเธอพุ่งเข้าหาชายหนุ่มราวกับคลื่นใต้น้ำ "พ่อของฉันเคยสอนไว้ว่า ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องของการเจรจาต่อรอง และมันไม่ใช่สินค้าที่จะเอาไว้แลกเปลี่ยนกับผลกำไรในงบดุลบริษัทของคุณ!"
เมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อ' แววตาของธันวาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิมอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีถึงปมในใจของหญิงสาว—ตำรวจตงฉินผู้ซื่อสัตย์ที่ต้องจบชีวิตลงเพราะความเน่าเฟะของระบบอำนาจมืด
"บางครั้ง... การยึดมั่นในความถูกต้องแบบสุดโต่ง ก็อาจกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทำลายคนที่คุณรักได้นะ รินลดา" ธันวาพูดเสียงแผ่วเบา แต่ทุกคำพูดกลับหนักแน่นและทิ่มแทงลงไปในความรู้สึก "คุณคิดจริงๆ หรือว่าคดีนี้มีแค่ผมกับคุณ? คุณคิดว่าอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการตายของพยานคนนั้น เป็นแค่เรื่องของตัวเลขในบัญชีบริษัทอย่างนั้นหรือครับ?"
รินลดาชะงักไปเล็กน้อย ความหมายแฝงในคำพูดของชายหนุ่มทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ สมองอันปราดเปรื่องเริ่มประมวลผลถึงความเสี่ยงที่กว้างใหญ่กว่าที่เธอจินตนาการไว้ มากกว่าแค่คดีฟอกเงินธรรมดา มากกว่าแค่ความโลภของนักธุรกิจคนหนึ่ง
"คุณกำลังจะบอกอะไรฉัน?" เธอถามเสียงเข้ม
ธันวาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปรสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ใกล้เธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอุ่นๆ ของกาแฟและโคโลญจน์ราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก รินลดาไม่ได้ถอยหลังหนี เธอยังคงเงยหน้าสบตากับเขาด้วยความท้าทาย แม้ว่าหัวใจจะเริ่มเต้นรัวด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่ยากจะต้านทาน
"ผมกำลังบอกว่า... ถ้าคุณยังขุดลึกลงไปมากกว่านี้ คุณอาจจะไม่เจอความจริงที่คุณตามหา แต่อาจจะเจอศพของตัวคุณเอง... หรือไม่ก็คนที่คุณพยายามปกป้อง" ธันวาก้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่กำลังเชื้อเชิญให้ก้าวลงสู่ขุมนรก
รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะผสานรวมกัน ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางกระแสความรู้สึกที่ร้อนแรงและซับซ้อน เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
"ฉันไม่กลัว..." เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง แม้จะสั่นน้อยๆ จากแรงอารมณ์ "และความลับเรื่องการฟอกเงินของคุณ... จะต้องถูกเปิดเผยต่อหน้าศาลให้ได้ ไม่ช้าก็เร็ว"
ธันวามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและอุดมการณ์ เขาไม่ได้โกรธ ตรงกันข้าม... มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายของนักล่าที่เจอเหยื่อสมน้ำสมเนื้อ
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาอีก เสียงเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวก็กรีดร้องขึ้นทั่วทั้งตึกสำนักงาน ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วห้องทำงานสะท้อนเงาของเขาทั้งสองให้ดูราวกับตัวละครในโศกนาฏกรรม
พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงจำนวนมากที่กำลังเร่งรีบวิ่งตรงมายังหน้าห้องทำงานของธันวาอย่างกระชั้นชิด เสียงทุบประตูดังปัง! พร้อมกับเสียงตะโกนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ดังแทรกเข้ามาในความโกลาหล
"เปิดประตู! ตำรวจกองปราบ! คุณธันวา คุณถูกจับในข้อหาสั่งการฆ่าและฟอกเงิน!"
รินลดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าธันวาด้วยความตกใจสุดขีด ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งสงบ สบตากลับมาที่เธอด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ทิ้งปมปริศนาไว้ในห้วงความคิด ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคสุดท้ายที่ทำให้เลือดในกายของเธอกลายเป็นน้ำแข็ง
"ยินดีต้อนรับสู่เกมของจริง... คุณทนายความ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 3
รอยร้าวในหน้ากาก
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!