จุดสีแดงดวงเล็กขนาดเท่าเม็ดทรายยังคงกะพริบอยู่บนหน้าผากของรินลดา ราวกับดวงตาของมัจจุราชที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิดของตึกร้างฝั่งตรงข้าม ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที แต่สัญชาตญาณของทนายความสาวผู้ผ่านคดีฆาตกรรมและเกมการเมืองมาโชกโชน กลับสั่งการให้ร่างกายเคลื่อนไหวสวนทางกับความหวาดกลัว เธอไม่ก้มลงหมอบ ไม่ส่งเสียงกรีดร้อง ทว่าก้าวเท้าถอยหลังช้าๆ สองก้าว จนเงาร่างของตัวเองหลุดพ้นจากลำแสงเลزرที่ทาบทับ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแนบกับแนวผนังทึบใต้ขอบหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ
ความเงียบในห้องทำงานชั้นสิบสองระลอกนี้ หนักอึ้งเสียจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง รินลดายกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากเบาๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอยังไม่ตาย และเลเซอร์สีแดงนั้นก็หายวับไปแล้ว—มันเป็นเพียง "คำเตือน" มารยาททักทายในแบบฉบับของคนที่กุมอำนาจมืดอยู่นอกกฎหมาย และเธอก็รู้ดีทันทีว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเกมจิตวิทยานี้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท แต่ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างนิ่มนวล
รินลดาดีดตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วที่พอเหมาะ ใบหน้าเรียบเฉย แววตาคมกริบซ่อนประกายความตื่นตระหนกไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเยือกเย็น ทว่าเบื้องหน้าเธอกลับไม่ใช่ชายฉกรรจ์ชุดดำหรือมือปืนรับจ้างอย่างที่สมองจินตนาการไว้... หากแต่เป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีชาโคลตัดเย็บอย่างประณีต ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปเจือรอยยิ้มจางที่มุมปาก ดวงตาคมปลาบราวกับเหยี่ยวสังเกตการณ์มองตรงมาที่เธอด้วยความสนใจใคร่รู้
ธันวา... นักกลยุทธ์ธุรกิจมือหนึ่งแห่งอาณาจักร "สหธนกิจ" ผู้กุมชะตากรรมของบริษัทมหาชนมูลค่าแสนล้าน และเป็นบุคคลที่เธอกำลังตามล่าหาหลักฐานเพื่อกระชากหน้ากากความโสมม
"ผมคิดว่าทนายความมือหนึ่งอย่างคุณรินลดา จะมีวิธีต้อนรับแขกที่เร้าใจกว่าการหลบมุมมืดเสียอีกนะครับ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล รื่นหู แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของเขาโดยไม่ต้องพยายาม
รินลดาไม่ตอบในทันที เธอกวาดสายตาสำรวจผู้มาเยือนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เลนส์แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟจากเพดาน บ่งบอกถึงความเฉียบคมและความเยือกเย็นที่ถูกขัดเกลามาอย่างดี ผู้ชายคนนี้ไม่มีร่องรอยความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ราวกับว่าการยืนมองคนอื่นผ่านลำแสงเล็งเป้าเป็นเพียงกิจกรรมยามว่างก่อนจิบกาแฟยามบ่าย
"ถ้าคุณหมายถึงการต้อนรับด้วยกระสุนปืนหรือการข่มขู่ไร้รสนิยมแบบเมื่อครู่ ฉันเกรงว่าคงต้องปฏิเสธครับ... เอ้ย ขอโทษที พอดีฉันไม่ค่อยชอบเล่นสนุกกับพวกเด็กอมมือ" รินลดาจงใจใช้น้ำเสียงเย้ยหยันเพื่อทดสอบขีดจำกัดความอดทนของเขา
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แหบพร่าแต่น่าฟัง เขาก้าวช้าๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง โดยไม่ได้รับเชิญ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างผ่อนคลาย สายตาคมกริบกวาดมองกองเอกสารสำนวนคดีที่กระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเธอตรงๆ
"เด็กอมมืออย่างที่คุณว่า อาจจะทำลายชีวิตคนได้ทั้งชีวิตโดยที่พวกเขายังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำนะครับ คุณรินลดา... ผมชื่นชมคุณนะ ทนายสาวผู้ผดุงความยุติธรรมผู้ไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหม แต่น่าเสียดาย..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธออย่างถือวิสาสะ "...ความยุติธรรมที่คุณศรัทธา มันไม่มีราคาขายในตลาดหุ้นหรอกครับ มันเป็นแค่สินค้าล้าสมัยที่กินไม่ได้"
"แต่ความยุติธรรมก็มีอำนาจพอที่จะลากคนบางคนลงจากบัลลังก์ทองคำ มานอนกอดลูกกรงเหล็กในเรือนจำได้เหมือนกันนะครับคุณธันวา" รินลดาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราดด้วยกรด เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ใช้สองมือค้ำขอบโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของสหธนกิจที่กำลังใช้เงินปิดปากพยานในคดีทุจริตที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย"
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาจางหายไป เหลือเพียงแววตาคู่คมที่หรี่แคบลงเล็กน้อย ประกายความท้าทายในดวงตาทั้งสองคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปลบ
"คุณกำลังพูดถึงเรื่องไร้สาระ" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าทรงพลัง "ในโลกธุรกิจ ไม่มีคำว่า 'ทุจริต' หรือ 'ถูกต้อง' หรอกครับคุณรินลดา มีแต่คำว่า 'คุ้มค่า' กับ 'ขาดทุน' เท่านั้น บริษัทของเรากำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างงานให้คนนับหมื่น แต่คุณกำลังพยายามจะทำลายมันลงเพียงเพราะข้อกฎหมายคร่ำครึที่ถูกเขียนขึ้นโดยคนกลุ่มเดียวที่คุณเองก็รู้ดีว่าไม่ได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง"
"อย่าเอาคำว่าส่วนรวมมาอ้างเพื่อฟอกความสกปรกให้ตัวเองเลยครับ คุณธันวา" รินลดาแค่นEยิ้มหยัน "คุณก็แค่ผู้ชายที่หวาดกลัว... กลัวว่าความลับที่พ่อของคุณสร้างไว้บนซากศพของคนอื่น จะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าสาธารณชน คุณทำทุกอย่างเพื่อรักษาบัลลังก์นั้น แม้จะต้องเหยียบย่ำชีวิตใคร คุณก็ทำได้อย่างหน้าตาเฉย"
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับคมมีดที่กรีดลึกลงไปในจุดเปราะบางที่สุดของธันวา ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่ความเยือกเย็นจะกลับมาครอบงำใบหน้านั้นอีกครั้ง แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้รินลดารับรู้ได้ว่า เธอได้แตะต้อง "บาดแผล" ที่ลึกที่สุดในจิตวิญญาณของเขาเข้าให้แล้ว
ธันวาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น จนระยะห่างระหว่างเขากับรินลดาลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายความกดดันแผ่กระจายออกมาจนรินลดาต้องกลั้นหายใจชั่วขณะ
ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามจะค้นหาความจริงทั้งหมดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะกำบังของทนายความสาว
"คุณฉลาดมาก รินลดา... ฉลาดจนบางครั้งผมก็นึกเสียดาย" ธันวาพูดกระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ชิดริมฝีปากจนเธอรู้สึกถึงไออุ่น "ถ้าเราไม่ได้ยืนอยู่คนละฝั่งของสมรภูมินี้ คุณอาจจะเป็นคนที่ผมอยากทำความรู้จักมากที่สุด... แต่น่าเสียดายที่เกมนี้ มีที่นั่งสำหรับผู้ชนะแค่คนเดียว"
"ฉันไม่ได้มาเล่นเกมกับคุณครับ ธันวา" รินลดาสบตาเขาตรงๆ ไม่หลบเลี่ยงแม้ลมหายใจจะรดรินกัน "และที่นั่งของผู้ชนะที่คุณว่า มันอาจจะว่างเปล่า เมื่อความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย"
ธันวาไม่ได้โต้ตอบ เขายังคงจ้องมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางสิ่งในใจ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมายซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
"ความจริงงั้นเหรอครับ..." ธันวาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คุณมั่นใจแค่ไหนกันล่ะว่า 'ความจริง' ที่คุณกำลังถืออยู่ในมือตอนนี้ มันไม่ใช่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้คุณเดินมาติดกับดักของผมตั้งแต่แรก?"
รินลดาขมวดคิ้วมุ่น หัวใจกระตุกวูบ
ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร ธันวาก็ผละถอยหลังหันหลังให้ และเดินตรงไปยังประตูห้องโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงประตูกระจกเลื่อนปิดลงเบื้องหลังเขาทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความระทึกที่ยังค้างคาในอากาศ
รินลดายืนนิ่งอยู่กับที่ สมองประมวลผลคำพูดสุดท้ายของเขาอย่างบ้าคลั่ง *ภาพลวงตาเหรอ? หมายความว่ายังไง?*
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความอิเล็กทรอนิกส์จากคอมพิวเตอร์บนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ด!*
เธอก้าวเท้าฉับๆ ไปที่หน้าจอภาพ พบคว่ามีไฟล์เอกสารนิรนามถูกส่งตรงเข้ามาในระบบเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของเธอ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่แนบมาว่า— *"หลักฐานที่คุณตามหาอยู่ในตู้เซฟชั้นใต้ดินของสำนักงานอัยการ... และศพแรกกำลังจะถูกพบในอีกสิบนาทีข้างหน้า"*
รินลดาเบิกตากว้างเมื่อคลิกเปิดไฟล์ภาพถ่ายแนบ เป็นภาพหน้าจอจากกล้องวงจรปิดในห้องเก็บสำนวนคดีของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ซึ่งร่างของพยานปากเอกคนสำคัญ นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาด!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมนและงดงามนี้ด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 2
เกมกระดานของคนสีเทา
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!