ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 1

ใบแจ้งหนี้จากความตาย

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นอับของกระดาษคดีเก่าที่หมักหมมมานานแรมปี ไม่เคยฉุนรุนแรงเท่ากลิ่นไอความตายที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง รินลดาปรายตามองเอกสารสำนวนคดีบนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มหนาเตอะจนเกิดเงาทอดตัวยาว ราวกับกำแพงตึกสูงที่พร้อมจะถล่มลงมาทับถมร่างของเธอได้ทุกเมื่อ บนหน้าปกสีน้ำตาลเข้ม มีกระดาษโน้ตสีเหลืองเรืองแสงแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ของเจ้าหน้าที่ธุรการ— *‘พยานเอก ถอนตัวถาวร’* คำว่า ‘ถอนตัว’ ในพจนานุกรมของคนทำคดีอสังหาริมทรัพย์มูลค่าหมื่นล้าน มักไม่ได้แปลว่าพวกเขาเปลี่ยนใจไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัด แต่มันมักจะจบลงด้วยการนอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียงสแตนเลสเย็นเยียบในห้องดับจิต หรือไม่ก็กลายเป็นเถ้าธุลีที่ถูกลืมเลือนในป่าช้า "คุณรินลดาครับ กาแฟเริ่มเย็นแล้วนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่เรียบสนิทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินลดาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร ธันวา—นักกลยุทธ์ธุรกิจมือฉมังผู้ยืนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของกลุ่มทุนอสังหาฯ ที่กำลังเป็นคู่กรณีกับลูกความของเธอ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอย่างเงียบเชียบ ราวกับผู้ล่าที่เดินย่องอยู่บนพรมหนานุ่ม ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน รินลดาวางปากกาหมึกซึมในมือลงอย่างช้าๆ เธอยืดตัวตรง แผ่นหลังแนบพนักเก้าอี้หนังอย่างมั่นคง ดวงตากลมโตคมกริบราวกับใบมีดโกนตวัดขึ้นมองผู้บุกรุกยามวิกาลอย่างไม่เกรงกลัว "สำนักงานทนายความของฉันไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ คุณธันวา... และที่นี่ก็ไม่มีเอกสารอะไรที่คุณควรจะมาเห็นด้วยซ้ำ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยแรงต้านทานที่มองไม่เห็น ธันวายืนพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เบื้องหลังคือทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟจากตึกสูงระฟ้า ราวกับดวงดาวที่ถูกขังไว้บนพื้นดิน เขาสวมสูทสีเทาเข้มเข้ารูป เนคไทถูกคลายปมออกเล็กน้อยพอดูมีช่องว่างให้หายใจ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบและอ่านยากยิ่งกว่าสมการทางคณิตศาสตร์ "เอกสารที่คุณกำลังกุมไว้อย่างแน่นหนาจนกระดาษยับยู่ยี่ นั่นไม่ใช่ความลับอะไรหรอกครับ คุณรินลดา" ธันวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "เพราะผมเป็นคน... เซ็นอนุมัติงบค่าทำศพให้เขาเอง" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหู รินลดาจ้องมองผู้ชายตรงหน้า หัวใจเต้นรัวด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกควบคุมไว้อย่างดีภายใต้ใบหน้าอันเรียบเฉย "คุณยอมรับหน้าตาเฉยเลยสินะครับ ว่าเบื้องหลังการตายของประจักษ์ ไม่ใช่เรื่องอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างที่ตำรวจสรุป" รินลดากล่าว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อลดช่องว่างทางจิตวิทยา ธันวาไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองหญิงสาวด้วยสายตาที่เจือความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง มีทั้งความเย้ยหยัน ความเหนื่อยหน่าย และ... ความชื่นชมที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ความถูกต้องที่คุณกำลังวิ่งไล่คว้ามันอยู่เนี่ย คุณรินลดา... มันมีราคาแพงลิบลิ่วเกินกว่าเงินเดือนทนายความต่องวดของคุณจะจ่ายไหวเสียอีกนะครับ" ธันวาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกก้าว ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่มวนบางๆ "ประจักษ์เลือกทางที่ฉลาด เขารับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการปิดปาก แล้วใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างสุขสบาย ก่อนที่กรรมวิธีทางธรรมชาติจะทำงาน... มนุษย์เราก็แค่นี้แหละครับ ดับดิ้นเพื่อเงิน และตายเพื่อความโลภ" "แต่พ่อของฉันไม่ได้ตายเพราะความโลภ!" รินลดาเผลอหลุดเสียงดังขึ้นโดยไม่ตั้งใจ ปมในอดีตที่ฝังรากลึกในใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง ภาพวันวานที่ร่างอันไร้วิญญาณของพ่อ—นายตำรวจผู้ซื่อตรง—ถูกตอกย้ำด้วยข้อหาสกปรกที่ไม่ได้ก่อ ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก ธันวาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาของเธอ แววตาคมกริบนั้นไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขารู้ประวัติของเธอดี เธอรู้ประวัติของเขาดีเช่นกัน สองชีวิตที่เติบโตมาจากซากปรักหักพังของอำนาจและความโลภของผู้ใหญ่ ทว่าเลือกเดินไปคนละฝั่งของแม่น้ำแห่งศีลธรรม "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อรื้อฟื้นคดีเก่าของคุณกับคุณพ่อผู้ล่วงลับหรอกนะครับ คุณรินลดา" ธันวาถอนหายใจยาวเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด "ผมมาเตือน... ในฐานะที่ไม่อยากเห็นดอกไม้ริมทางสวยๆ ต้องเหี่ยวเฉาเพราะไปขวางทางรถบรรทุกสบล้อ" "คำเตือนจากซาตาน... ฉันไม่เคยต้องการหรอกครับ" รินลดาเชิดหน้าขึ้น ท้าทาย "ถ้าคุณคิดว่าการตายของพยานปากเอกจะทำให้ฉันล้มเลิกคดีนี้ คุณคิดผิดถนัด ประจักษ์อาจจะตายไปแล้ว แต่หลักฐานดิจิทัลที่เขาส่งให้ฉันก่อนตาย... มันยังอยู่ครบทุกไฟล์" ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง ประโยคเมื่อครู่ของรินลดากระตุกมุมมองของเกมกระดานนี้ให้พลิกผันไปในพริบตา เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของเธอ กลิ่นอายความเป็นชายและความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหยุดหายใจ "ไฟล์ดิจิทัลที่คุณพูดถึง..." ธันวาโน้มกระซิบช้าๆ ชิดริมฝีปากของเธอ "มั่นใจเหรอครับว่ามันยังอยู่ในฮาร์ดไดรฟ์บนโต๊ะทำงานของคุณจริงๆ?" รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอก้มมองโต๊ะทำงานของตัวเองสลับกับใบหน้าที่นิ่งสนิทของชายหนุ่ม มือเรียวรีบควานหาแฟลชไดรฟ์สำรองที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักล่างสุดทันที ทว่า... นิ้วมือของเธอกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า ลิ้นชักถูกเปิดออกอย่างง่ายดายโดยไม่มีแม้แต่ร่องรอยการงัดแงะ และพื้นที่สีดำสนิทภายในนั้น... โล่งเตียน ธันวาผายมือออกเล็กน้อยราวกับจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าอันหล่อเหลา ทว่าเต็มไปด้วยพิษสง "เอกสารที่คุณถืออยู่ตอนนี้... ไม่ใช่ใบแจ้งหนี้จากความตายหรอกครับ คุณรินลดา" ธันวาเอ่ยทิ้งท้ายเบาๆ ราวกับเสียงกระซิบจากปีศาจ ก่อนจะผละตัวหันหลังเดินกลับไปทางประตูห้อง "แต่มันคือ... ใบมรณบัตรของคุณเองต่างหากล่ะครับ" ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับมาเยือนอีกครั้ง รินลดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงาน ลมหายใจสะดุดกอนจะหันขวับไปมองที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ด้านหลัง ที่ซึ่งแสงไฟจากตึกฝั่งตรงข้ามสะท้อนภาพเงาของใครบางคน... กำลังยืนมองเธออยู่จากตึกร้างฝั่งตรงข้ามผ่านลำแสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ที่กำลังทาบอยู่ตรงกลางหน้าผากของเธอพอดี! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%