"ยินดีต้อนรับสู่เกมของจริง... คุณทนายความ"
ประโยคสั้นๆ ที่ทิ้งไว้บนหน้าจอทัชสกรีนในค่ำคืนก่อนหน้า ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินลดา ราวกับเสียงกระซิบจากความมืดที่อยู่หลังบานกระจกเงา แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดทังสเตนในห้องทำงานแคบๆ ของสำนักงานกฎหมายเก่าแก่ย่านยานนาวา สะท้อนเงาใบหน้าของเธอลงบนจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดวนซ้ำไปซ้ำมาอย่างไร้จุดสิ้นสุด
เวลาตีสองสี่สิบหนาวเหน็บ ความเงียบงันในอาคารพาณิชย์สูงสี่ชั้นถูกแทนที่ด้วยเสียงฮัมต่ำๆ ของพัดลมระบายอากาศในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า รินลดากดปุ่ม Spacebar เพื่อหยุดภาพในวินาทีที่สิบสี่ของฟุตเทจจากล็อบบี้สำนักงานใหญ่ของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง 'ธน ภัทร กรุ๊ป'
ในจอภาพ... ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บประณีตของธันวาปรากฏขึ้น เขากำลังยืนอยู่หน้าตู้รับMailingของอาคาร ท่าทางของเขาไม่ได้รีบร้อน มือข้างหนึ่งถือแก้วกระดาษบรรจุกาแฟดำ อีกข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองซ้ายขวาก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลทึบออกจากช่องรับจดหมายหมายเลข 402 ซึ่งเป็นตู้ของฝ่ายบัญชีและการเงิน
ไม่มีความลับใดยั่งยืนในโลกยุคดิจิทัล ยกเว้นความจริงที่ถูกลบอย่างแนบเนียนที่สุด
รินลดาเลื่อนเคอร์เซอร์เมาส์ซูมเข้าไปที่ภาพซองเอกสารในมือของชายหนุ่ม แม้ความละเอียดของกล้องวงจรปิดยุคเก่าจะทำให้ภาพแตกเป็นเม็ดพิกเซล แต่เธอก็ยังมองเห็นตัวเลขชุดหนึ่งที่ถูกเขียนด้วยลายมือหวัดๆ บนมุมซอง ทว่า สิ่งที่ดึงดูดสายตาของเธอไม่ใช่ตัวเลขนั้น กลับเป็น "ร่องรอยการเคลื่อนไหว" บางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสุขุมของธันวา
ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ—นิสัยติดตัวยามใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง พ่อของเธอเคยสอนไว้ว่า ในคดีที่ไร้พยานบุคคล หลักฐานทางดิจิทัลคือศาลเตี้ยที่ซื่อสัตย์ที่สุด แต่วันนี้ เธอกลับพบว่าแม้แต่ตัวเลขในระบบบัญชีก็ยังถูกบิดเบือนให้กลายเป็นภาพลวงตาได้
ติ๊ด... เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าที่วางคว่ำอยู่บนกองแฟ้มคดีดังขึ้นเบื้องเบา หน้าจอสว่างวาบเผยให้เห็นข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน
*“คุณกำลังมองหาหลักฐานที่ไม่มีตัวตน... รินลดา ระวังเงาของตัวเองให้ดี”*
หญิงสาวไม่แม้แต่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เธอเพียงแค่ปรายตามองมันด้วยหางตา รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ความกลัวไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมสำหรับทนายความสาวผู้ผ่านคดีฆาตกรรมและคดีฟอกเงินระดับประเทศมาแล้ว แต่ความรู้สึก "ถูกมองอยู่ตลอดเวลา" ต่างหาก ที่กำลังกระตุ้นสัญชาตญาณนักล่าในตัวเธอให้ตื่นขึ้น
รินลดาเปิดโปรแกรมเข้ารหัสลับที่เธอพัฒนาขึ้นเองเพื่อแกะรอยเส้นทางการเงินของบริษัทเปลือกหอย (Shell Company) สามแห่งที่เชื่อมโยงกับโครงการประมูลที่ดินมูลค่าหมื่นล้าน หน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏผังความสัมพันธ์สีแดงฉาน โยงใยบัญชีธนาคารในต่างประเทศที่ซุกซ่อนอยู่หลังบริษัทนิติบุคคลหลายชั้น
สัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้บริหารระดับสูงของธน ภัทร กรุ๊ป ด้วยเหตุผลที่ว่า "พยานหลักฐานไม่เพียงพอ" แต่วันนี้ จากฟุตเทจความยาวสามสิบวินาทีนี้ รินลดารู้แล้วว่า หลักฐานไม่ได้หายไป... มันแค่ถูกย้ายไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครกล้าเอื้อมมือไปแตะ
รอยโอนเงินจำนวนแปดหลักผ่านระบบบล็อกchainถูกซอยย่อยออกเป็นสيนค้ารายการย่อย ปลอมแปลงเป็นค่าที่ปรึกษาโครงการและค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ แต่รหัสผู้รับปลายทาง (Beneficiary Code) ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รหัสผ่านระดับสูง กลับตรงกับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของมูลนิธิการกุศลแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อของประธานกรรมการบริษัทธน ภัทร เป็นประธานกิตติมศักดิ์
นี่ไม่ใช่แค่การคอร์รัปชันในองค์กร แต่มันคือโครงข่ายฟอกเงินที่แนบเนียนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
ก๊อกๆ...
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าของสำนักงานดังขึ้นสองครั้ง ท่ามกลางความเงียบงันยามวิกาล มันดังชัดเจนจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก รินลดาชะงักมือที่กำลังพิมพ์โค้ดคำสั่ง เธอนั่งนิ่งหลังโต๊ะทำงาน แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง
ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้าจาก รปภ. ด้านล่าง
ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะครั้งที่สองดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้จังหวะช้าลงและหนักหน่วงขึ้น ราวกับผู้มาเยือนจงใจกดดันสภาพจิตป่วยๆ ของเธอในยามตีสาม
รินลดาลุกขึ้นช้าๆ มือขวาเอื้อมลงไปในลิ้นชักโต๊ะทำงานสัมผัสกับด้ามจับโลหะเย็นเฉียบของปืนพกสั้นขนาด .38 ของพ่อ—มรดกชิ้นเดียวที่ท่านทิ้งไว้ให้ก่อนจะจากไปอย่างไร้ความเป็นธรรม เธอกลั้นหายใจ ก้าวเท้าอย่างเงียบเชียบไปที่ประตูกระจก พยายามเพ่งมองเงาดำที่ทาบทับอยู่หลังม่านบังตา
เงาร่างนั้นสูงใหญ่ และคุ้นตาอย่างประหลาด
รินลดาบิดลูกบิดประตูอย่างรวดเร็ว กระชากเปิดออกพร้อมกับยกปากกระบอกปืนขึ้นเล็งไปยังเป้าหมายเบื้องหน้าทันที ทว่า... ปลายกระบอกปืนของเธอกลับหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ห่างจากหน้าอกของชายหนุ่มในชุดสูทรarmaniสีเข้มเพียงไม่กี่นิ้ว
ธันวายืนอยู่ตรงนั้น... เขายังคงมีรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ในมือของเขาไม่มีอาวุธ มีเพียงแก้วกาแฟกระดาษที่ยังคงมีไอความร้อนลอยกรุ่นออกมาเล็กน้อย ราวกับเขาเพิ่งเดินซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย ไม่ใช่การบุกรุกเข้ามาในสำนักงานกฎหมายปิดตายยามวิกาล
"กาแฟไหมครับ... คุณทนายความ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทุบทำลายความตึงเครียดในอากาศให้แตกกระจายราวกับเศษแก้ว "ดูท่าทางคุณจะไม่ได้นอนมาสองวันเต็มแล้วนะ"
รินลดากลืนน้ำลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตระหนักรู้บางอย่างที่วิ่งเข้ามาชนประสาทสัมผัส—ประตูสำนักงานถูกล็อกด้วยกุญแจสองชั้นจากด้านใน และกล้องวงจรปิดที่ทางเข้าตึก... พังเสียหายตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมาแล้ว
ชายหนุ่มตรงหน้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของเธอได้อย่างไรโดยที่ระบบรักษาความปลอดภัยไม่ส่งเสียงเตือน? หรือบางที... ตั้งแต่แรกเริ่ม เธอไม่ได้เป็นคนไล่ล่าหาความจริง แต่กำลังเดินเข้าสู่กรงที่ถูกสร้างขึ้นไว้รอท่าแล้วต่างหาก?
ธันวายื่นมือถือสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสว่างมาตรงหน้าเธอ บนนั้นแสดงผลไฟล์วิดีโอบันทึกภาพการทำงานบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอเองแบบเรียลไทม์
"คุณกำลังมองหาหลักฐานที่ไม่มีตัวตน... รินลดา" ธันวาเอ่ยทวนซ้ำด้วยน้ำเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ชวนให้ขนลุกเกรียว "แต่คุณลืมไปหรือเปล่า ว่าบางครั้ง... สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นหลักฐาน อาจเป็นแค่เหยื่อชิ้นโต ที่ผมจงใจวางไว้ล่อให้คุณติดกับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและค้นหาความจริงไปพร้อมกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 4
หลักฐานที่ไม่มีตัวตน
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!