แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยสะท้อนเงาหลอดไฟนีออนสีขาวนวล เป็นสิ่งเดียวที่แบ่งแยกโลกทั้งสองใบออกจากกัน—โลกที่รินลดาพยายามรักษาความสะอาดบริสุทธิ์ของตัวบทกฎหมาย กับโลกที่ธันวาใช้มันเป็นเพียงกระดานหมากรุกสำหรับต่อรองลมหายใจของบริษัท
เสียงเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ส่งเสียงครางต่ำอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานชั้นสี่สิบ ความกดอากาศในห้องดูจะต่ำกว่าปกติจนทำให้ลมหายใจของทั้งคู่รู้สึกสั้นลง รินลดานั่งหลังตรง ตัวเกร็งอยู่ในชุดสูทสีเทาเข้ม ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษแผ่นสุดท้าย เธอกำลังอ่านทวนบันทึกคำให้การของพยานปากเอกที่ถูกซื้อตัว ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะพลิกเกมคดีมรดกหมื่นล้านในมือ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยคโดยที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไม่ให้มันเล็ดลอดออกมา "และฉันจะไม่ยอมเอาใบอนุญาตทนายความของฉันมาแลกกับเกมสกปรกที่คุณขีดเส้นไว้"
ธันวาไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนพิงขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพมหานครยามดึกดื่น ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกดูผ่อนคลายอย่างน่าหมั่นไส้ ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักกำมะหยี่
เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้ โค้งตัวลงเล็กน้อยจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มลอยแตะจมูก รินลดาผะหนีบแผ่นหลังติดกับพนักเก้าอี้โดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่เธอเกลียดชังมันเหลือเกิน
"ใบอนุญาตทนายความของคุณมีราคาเท่าไหร่หรือครับ รินลดา" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบ ลึกล้ำ และเย้ยหยันในที "สิบล้าน? ร้อยล้าน? หรือว่า... คุณแค่วิตกกังวลว่าถ้าชนะคดีนี้ด้วยวิธีของผม คุณจะต้องยอมรับความจริงว่า ความยุติธรรมที่คุณบูชานั้น มันเป็นแค่สินค้าชนิดหนึ่งที่มีไว้ซื้อขายเหมือนกับทุกอย่างในโลกนี้"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาดูถูกอุดมการณ์ของฉัน" รินลดาสบตาเขากลับอย่างไม่เกรงกลัว แม้ใบหน้าของพวกเขาจะห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนเธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น "พ่อฉันตายเพราะความซื่อสัตย์ และฉันจะไม่ยอมขายวิญญาณให้ซาตานอย่างคุณเด็ดขาด"
คำว่า 'ซาตาน' ทำให้มุมปากของธันวากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่มันเต็มไปด้วยความรวดร้าวที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน
"ถ้าผมเป็นซาตาน... ทำไมคุณถึงยังนั่งอยู่ตรงนี้กับผมจนถึงตีสอง ทำไมคุณไม่เดินออกไปตั้งแต่ชั่วโมงแรก ทำไมมือของคุณถึงยังสั่นตอนที่จับกระดาษแผ่นนั้น... ริน"
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือ ความเป็นมืออาชีพที่เคยค้ำจุนทั้งคู่พังทลายลงในพริบตา รินลดาชะงัก เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอซึ่งวางอยู่บนโต๊ะ แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นกลับสร้างกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง เธออยากจะชักมือกลับ แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแข็งค้าง ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตราแห่งความใกล้ชิดที่ทั้งอันตรายและหอมหวาน
"เรากำลังข้ามเส้น..." รินลดาพزซيبเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยหลบสายตาคู่นั้นด้วยความหวาดหวั่น ไม่ใช่เพราะเขา แต่เพราะเธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า กำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องหัวใจและความถูกต้อง มันกำลังพังทลายลงเพราะความอ่อนแอของตนเอง หรือเพราะผู้ชายตรงหน้ากันแน่
"เส้นรอยต่อระหว่างถูกกับผิดน่ะ มันเลือนรางมานานแล้วครับ มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นที่ต้องใช้เส้นแบ่งพวกนั้นมาขีด2ชีวิตตัวเอง" ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา "และผมคิดว่า... เราต่างก็ข้ามเส้นนั้นมาด้วยกันตั้งแต่คืนแรกแล้ว"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของรินลดาดังสะท้อนในโสตประสาท เธอกำลังจะอ้าปากโต้แย้งเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา แต่ก่อนที่ริมฝีปากของเธอจะได้ขยับ ประตูห้องทำงานบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้þมารยาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ
"คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
เสียงของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกตะโกนแทรกความเงียบขึ้นมา พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่สั่นระริก ธันวาถอนหายใจยาวอย่างหัวเสีย ผละตัวออกจากรินลดาช้าๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเสียดายระคนเคร่งเครียด เขายืดตัวตรงแล้วหันไปมองลูกน้องด้วยสายตาดุดัน
"มีอะไรอีก?" ธันวาถามเสียงเข้ม
"ระบบเซิร์ฟเวอร์สำรองของเราถูกเจาะครับ... มีใครบางคนกำลังดาวน์โหลด 'ไฟล์บัญชีลับ' ทั้งหมดออกจากฐานข้อมูลหลัก และ IP Address ที่ใช้เข้าถึง..." เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อมมือส่งแท็บเล็ตให้เจ้านาย "มาจากคอมพิวเตอร์พกพา... บนโต๊ะทำงานตัวนี้ครับ"
รินลดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าธันวาที่หันขวับกลับมามองเธอเช่นกัน แววตาสفุกลึกของนักกลยุทธ์ธุรกิจเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที ขณะที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวกำลังกระแทกใส่หน้าของหญิงสาว—ไฟล์ลับที่เขายอมเปิดเผยให้เธอดูเพียงคนเดียว บัดนี้กำลังถูกส่งต่อไปยังมือที่สาม และคนที่อยู่ใกล้โต๊ะนี้ที่สุด นอกเหนือจากเขา... ก็คือเธอเอง
ธันวาค่อยๆ เอื้อมมือหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะเปิดหน้าสุดท้ายออก เผยให้เห็นซองจดหมายสีน้ำตาลผนึกครั่งสีแดงสดที่ซ่อนอยู่ใต้กระดาษคำให้การ—จดหมายที่จ่าหน้าซองด้วยลายมืออันคุ้นเคย... ลายมือของพ่อเธอที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน
"ดูเหมือนว่า... มีคนอื่นรู้ดีกว่าเราสองคนเสียอีกนะครับ ว่าเรากำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่" ธันวากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ขณะที่ไฟฉุกเฉินสีแดงในอาคารเริ่มกะพริบพร่าพร้อมกับสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นลั่นตึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์และอุดมการณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 9
ขอบเขตที่ก้าวข้าม
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!