ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 10

ความจริงที่ถูกฝังไว้

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงกระดาษ A4 ที่ถูกดึงออกจากเครื่องพิมพ์เลเซอร์ทีละแผ่น ดังบาดความเงียบงันภายในสำนักงานทนายความยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของรินลดา ดวงตาคู่คมที่ผ่านการอดนอนมาหลายคืนจดจ้องตัวหนังสือนับร้อยที่เรียงรายอยู่บนกระดาษ สันมือของเธอกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว นี่ไม่ใช่สำนวนฟ้องร้องคดีอาญาปกติทั่วไป แต่มันคือโครงข่ายใยแมงมุมของผลประโยชน์ มูลค่าหลายหมื่นล้านที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังคราบน้ำตาของเหยื่อ "คุณกำลังเล่นกับไฟที่ร้อนเกินกว่ามือเปล่าของคุณจะคว้าไว้ได้นะ รินลดา" เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ธันวา berdiri (ยืน) กอดอกพิงผนังอยู่ในชุดสูทสีเข้มที่คลายปมเนกไทออกเล็กน้อย แววตาของเขามีความซับซ้อนฉายชัด—ระหว่างความห่วงใยในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม และความเยือกเย็นของนักธุรกิจผู้รู้เท่าทันเกม รินลดาไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอเพียงแต่เลื่อนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึแผ่นหนึ่งไปกลางโต๊ะ "ไฟกองนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มลุกหรอกครับคุณธันวา... มันเผาผลาญครอบครัวฉันมาสิบปีแล้วต่างหาก และตอนนี้ ฉันแค่วางมันให้ถูกที่ เพื่อให้มันเผาคนที่สมควรโดน" น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบ ไร้ความสั่นเครือ แต่หนักแน่นราวกับตอกเสาเข็ม ธันวาถอนหายใจยาวเบาๆ เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความเหนื่อยล้า เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนจางๆ ลอยมาแตะจมูก เขาก้มลงมองเอกสารในแฟ้มนั้น แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกกลับไหววูบชั่วขณะ เมื่อเห็นชื่อและตราประทับราชการที่คุ้นเคย "เอกสารชุดนี้... คุณไปเอามาจากไหน" ธันวาถาม น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีร่องรอยของการหยอกเย้าหรือความถือดีหลงเหลืออยู่ "จากที่ที่คนพวกนั้นคิดว่าปลอดภัยที่สุด... ในหลุมศพของความทรงจำ" รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเทาของทั้งคู่สะท้อนเงาซึ่งกันและกัน มันคือความดึงดูดประหลาดของคนสองคนที่ยืนอยู่บนขอบเหวแห่งศีลธรรม คนหนึ่งสู้เพื่อความถูกต้องที่ถูกพราก แต่อีกคนต้องปกป้องความถูกต้องของตระกูลที่แปดเปื้อน ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขายื่นมือเรียวยาวหยิบแฟ้มกระดาษนั้นขึ้นมาพลิกดูทีละหน้า นิ้วโป้งของเขาชะงักกึกเมื่อกวาดสายตาไปเจอชื่อหนึ่งในหน้าสุดท้าย—ชื่อของนายตำรวจยศพันตำรวจโทผู้ล่วงลับ ผู้ชายที่เป็นทั้งเกียรติยศและตราบาปในชีวิตของรินลดา "คุณพ่อของคุณไม่ได้ฆ่าตัวตาย" ธันวาเอ่ยขึ้นราวกับพึมพำกับตัวเอง หลังจากอ่านบันทึกถอดเทปการสอบสวนลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมราชการ "และท่านก็ไม่ได้ขายความยุติธรรมด้วย" รินลดาย้ำทีละคำ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง แต่สีหน้าของเธอยังคงนิ่งสนิทดึงดูดสายตา "คนที่เซ็นคำสั่งย้ายและใส่ร้ายท่านในวันนั้น คือคนเดียวกับคนที่นั่งบริหารบริษัทของคุณอยู่ในตอนนี้... คุณธันวา" ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นและเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ธันวากำเอกสารในมือแน่นขึ้นจนกระดาษยับยู่ยี่ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ความจริงที่ถูกกักขังไว้ใต้พรมอันหรูหราของตระกูลกำลังถูกรื้อถอนด้วยมือของผู้หญิงคนนี้ "คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม..." ธันวาเงยหน้าขึ้นมองเธอ แววตาเต็มไปด้วยคำถามที่ซับซ้อน "ว่าถ้าเปิดกล่องแพนดอร่าใบนี้ออก... คนที่จะเจ็บปวดที่สุด ไม่ใช่แค่ฉัน แต่คือคุณเองที่จะถูกบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก" "ฉันไม่กลัวการถูกบดขยี้หรอกครับ..." รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนทนา ทว่าบาดลึกถึงวิญญาณ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชิดตัวเข้าหาเขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว "เพราะถ้าความจริงมันมีราคาที่ต้องจ่าย... ฉันพร้อมจะจ่ายด้วยชีวิตของฉันเอง ดีกว่าปล่อยให้ผีของพ่อต้องนอนตายตาไม่หลับอยู่ใต้เงาของคนชั่ว" ธันวาลอบกลืนน้ำาสลายความแห้งผسในลำคอ สายตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวตรงหน้า ที่ซึ่งเต็มไปด้วยแรงศรัทธาอันบ้าคลั่งและความเปราะบางที่ซ่อนเร้น เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด มันคือแรงดึงดูดของขั้วตรงข้ามที่พร้อมจะทำลายล้างและเยียวยาในเวลาเดียวกัน ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอก *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ทั้งสองคนสะارتหยุดชะงัก รินลดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ไม่มีใครรู้ว่าเธอยังอยู่ที่สำนักงานในยามวิกาลนี้ ยกเว้น... ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากห้าม รินลดาก็เอื้อมมือไปกดเปิดสวิตช์หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่เชื่อมต่อกับกล้องวงจรปิดหน้าสำนักงาน ภาพจากจอแสดงให้เห็นเงาร่างของชายสวมหมวกแก๊ปสีดำก้มหน้าต่ำ กำลังหยกล่องพัสดุกระดาษขนาดเล็กวางไว้ที่หน้าประตูห้อง ก่อนจะหันมามองตรงเลนส์กล้องด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ ไม่ใช่จดหมายธรรมดา... บนหน้าจอปรากฏสัญญาณเตือนภัยสีแดงกะพริบถี่ๆ พร้อมข้อความแจ้งเตือนความปลอดภัยจากระบบไอทีที่ถูกเจาะระบบในเวลาไล่เลี่ยกัน ธันวารemว้าก้านคอหันไปมองประตูทางเข้าทันที พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังเร่งรีบก้าวขึ้นมาตามบันไดหนีไฟของตึก มุ่งตรงมายังชั้นนี้อย่างแม่นยำ ราวกับพวกมันรู้พิกัดปัจจุบันของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์และอุดมการณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%