ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 22

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มที่ยังอุ่นกรุ่นบนโต๊ะทำงานกระจกใส แทบไม่ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นสี่ิบห้าของตึกระฟ้าใจกลางกรุงดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย แสงไฟนีออนสีนวลจากเพดานสะท้อนลงบนสันแฟ้มเอกสารคดีฉบับหนา ซึ่งถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าบทสรุปความเสียหายมูลค่าหลายร้อยล้านบาท รินลดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวสวยประสานกันไว้เหนือสันแฟ้ม สายตาคู่คมที่ผ่านการอดหลับอดนอนมาหลายคืนจ้องมองตรงไปยังชายหนุ่มผู้ยืนพิงกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า ด้านหลังของเขาคือทัศนียภาพของเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ถูกกักขังไว้บนพื้นดิน "คุณกำลังบอกให้ผมยอมรับความจริงครึ่งใบ เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอดของบริษัทอย่างนั้นหรือครับ รินลดา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา นิ่งสงบ แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่ถูกกลั่นกรองออกมาจากความโดดเดี่ยวภายใต้ชุดสูทราคาแพง "ความจริงก็คือความจริงครับคุณธันวา ไม่มีครึ่งใบหรือเต็มใบในกระบวนการยุติธรรม สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ไม่ใช่การประคับประคองธุรกิจ แต่มันคือการสร้างภาพลวงตาบนซากศพของความถูกต้อง" รินลดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนทนา เยือกเย็น และหนักแน่นราวกับตอกเสาเข็มลงบนพื้นคอนกรีต ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหริบแห้งและว่างเปล่า เขาย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาเศษเสี้ยวความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะป้องกันอันแข็งกร้าว "ความถูกต้องหรือครับ?" ธันวาทวนคำพลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย "คุณโตมากับอุดมการณ์ของพ่อผู้ล่วงลับ ทนายความมือสะอาดผู้ยอมตายคาเครื่องแบบตงฉิน... แล้วดูผลลัพธ์ที่ได้สิครับ ท่านได้อะไรนอกจากคำสรรเสริญจากคนแปลกหน้าบนหลุมศพ ขณะที่ครอบครัวต้องแตกสลายและคุณต้องแบกรับบาดแผลนั้นมาจนถึงทุกวันนี้" คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้าที่จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจของรินลดาอย่างจัง กล้ามเนื้อบริเวณกรามของเธอขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยไหววับไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวขึ้นเป็นสองเท่า บรรยากาศรอบตัวราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตา "อย่าเอาความล้มเหลวทางจริยธรรมของคุณ มาเปรียบเทียบกับความซื่อสัตย์ของพ่อฉัน" รินลดาเค้นเสียงลอดไรฟันทีละคำ มือที่ประสานกันอยู่กำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "พ่อฉันเลือกทางที่ถูกต้อง แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยชีวิต... ส่วนคุณ เลือกทางที่ง่ายที่สุด เพราะคุณกลัวความจริงที่จะทำให้คุณสูญเสียอำนาจและผลกำไร" "คุณมองโลกเป็นขาวกับดำมาตลอดชีวิต รินลดา" ธันวาผ่อนลมหายใจยาว แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่อ่านยาก มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนักบริหาร "แต่โลกธุรกิจที่ผมยืนอยู่ มันมีแต่สีเทา... ถ้าผมไม่เหยียบคนอื่น ผมก็ต้องเป็นฝ่ายถูกเหยียบ บริษัทนี้พนักงานอีกหลายร้อยชีวิตต้องมีงานทำ ครอบครัวของพวกเขาต้องกินต้องใช้ ถ้าผมเลือกทำตามอุดมการณ์บริสุทธิ์ของคุณ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบพนักงานเหล่านั้นเมื่อบริษัทล้มละลาย?" "ความรับผิดชอบที่สร้างขึ้นบนความเท็จ มันไม่ใช่ความรับผิดชอบ แต่มันคืออาชญากรรมทางเศรษฐกิจ" รินลดาโต้กลับอย่างไม่ลดละ เธอโน้มตัวเข้าหาเขาบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "คุณกำลังใช้ความมั่นคงของคนอื่นมาเป็นโล่กำบังความผิดของตัวเอง คุณกลัวที่จะยอมรับว่าคุณก็แค่นักธุรกิจที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่ง" ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ความอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ ทั้งสองฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร รินลดายังคงรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความโกรธที่ถูกจี้ถูกปมในอดีต ส่วนธันวาก็นั่งนิ่ง ใบหน้าคมสันเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับสะท้อนความซับซ้อนทางอารมณ์ที่ยากจะหยั่งถึง พวกเขารู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตนเอง เหตุผลที่หนักแน่นพอจะค้ำจุนความเชื่อมั่นตลอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดประหลาดบางอย่างระหว่างคนทั้งสอง—ความฉลาดที่ทันกัน ความเด็ดเดี่ยวที่คล้ายคลึงกัน และความเปราะบางที่ซ่อนเร้น—กลับทำให้การปะทะกันครั้งนี้ไม่ได้น่าเบื่อหน่าย หากแต่ลึกซึ้งและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าความถูกต้องจะชนะทุกสิ่ง..." ธันวาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ทำไมมือของคุณถึงยังสั่นตอนที่เซ็นเอกสารคำฟ้องเมื่อเช้านี้ล่ะครับ รินลดา?" รินลดาชะงักไปเล็กน้อย เธอลอบสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นไหวของร่างกาย ก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว "มือฉันสั่นเพราะความโกรธครับคุณธันวา... โกรธที่โลกนี้ยังมีคนอย่างคุณคอยบิดเบือนความจริง และโกรธที่ฉันต้องเสียเวลากับการโต้เถียงกับคนที่ไม่เคยเข้าใจคุณค่าของความซื่อสัตย์" ธันวานิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น เขาสบตากับเธอเนิ่นนานราวกับต้องการจดจำภาพหญิงสาวผู้ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ คนนี้ไว้ในความทรงจำ ก่อนที่เขาจะขยับตัวหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่ริมโต๊ะขึ้นมาเลื่อนส่งให้เธอ "บางที... คุณอาจจะอยากเปลี่ยนใจ หลังจากดูเอกสารชิ้นนี้" รินลดาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอรับซองเอกสารนั้นมาด้วยความระแวดระวัง ปลายนิ้วเรียวดึงเอกสารแผ่นใหญ่ออกมาจากซอง แสงไฟจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบลงบนหัวข้อกระดาษแผ่นนั้นอย่างชัดเจน ดวงตาคู่คมของทนายความสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่ววินาที เมื่อพบว่าเอกสารในมือไม่ใช่หลักฐานทางการเงินอย่างที่คาดคิด แต่เป็นสำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจเมื่อยี่สิบปีก่อน—คดีของพ่อเธอก่อนจะเสียชีวิต... พร้อมกับลายเซ็นกำกับของบุคคลที่เธอก็รู้จักเป็นอย่างดี --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%