ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 24

ในวงล้อมของศัตรู

ผลงานโดย คนมองเมือง
กลิ่นอับของความชื้นและฝุ่นละอองที่สะสมมาแรมปีผสมผสานกับกลิ่นสนิมเหล็ก คือสิ่งที่ต้อนรับพวกเขาอยู่ในห้องเก็บเอกสารใต้ดินของตึกเก่าแก่ย่านเยาวราช แสงไฟนีออนดวงเดียวบนเพดานกะพริบถี่ๆ ส่งเสียงฮัมต่ำในลำคอราวกับเครื่องจักรที่ใกล้หมดอายุขัย ทุกครั้งที่มันกระพริบ เงาของชั้นเหล็กสูงทึบที่เรียงรายสลับซับซ้อนก็ทอดยาวบิดเบี้ยวคล้ายกรงขังขนาดยักษ์ “เสียงล็อกประตูด้านนอกเมื่อครู่... ชัดเจนพอที่จะทำให้คุณเลิกหวังเรื่องความช่วยเหลือจากภายนอกหรือยังครับ รินลดา” เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เขาไม่ได้หันมามองเธอทันที แต่กำลังใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือหนังสีดำค่อยๆ เขี่ยแฟ้มเอกสารปกสีน้ำตาลเข้มที่กองอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย แสงไฟสลัวขับให้สันกรามคมคายและเงาตกกระทบใต้ดวงตาของเขาดูเคร่งขึม ลึกลับ และเต็มไปด้วยสมาธิที่แน่วแน่ รินลดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอยืนพิงหลังติดกับชั้นเหล็กเย็นเฉียบ ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าสูทเข้ารูปเข้ามาถึงแผ่นหลัง แต่สติสัมปชัญญะของเธอกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบตัวอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์ ประตูเหล็กบานหนาถูกปิดตายจากด้านนอก และตามด้วยเสียงเหล็กกระทบกันของแม่กุหลاบชุดใหม่—พวกมันขังพวกเขาไว้ที่นี่แล้วจริงๆ ศัตรูในเงาคมชัดขึ้นทุกที และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจa “ถ้าคุณพาฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกว่าเราจนมุมแล้วล่ะก็... ถือว่าเป็นการเสียเวลาอันมีค่าของคุณมาก ธันวา” รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก “แต่ถ้าความเงียบของคุณเมื่อครู่หมายถึงการคำนวณทางหนีทีไล่... กรุณาแชร์มันออกมาเสียที ก่อนที่อากาศในห้องนี้จะหมดลง” ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครขยับเขยื้อน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงสนามพลังทางความคิดที่พุ่งเข้าปะทะกัน รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนักกลยุทธ์หนุ่ม รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความขบขัน เจือปนความยอมรับนับถือ และความระแวดระวังในเวลาเดียวกัน “คุณนี่นะ... ต่อให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลมหายใจถูกจำกัด ก็ยังไม่ยอมทิ้งความคมคายนั้นสินะครับ” ธันวาเดินช้าๆ เข้ามาใกล้เธอ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นอายความกดดันเฉพาะตัวของเขาลอยปะทะจมูก “คนที่ขังเราไว้ข้างนอก ไม่ใช่แค่พนักงานรักษาความปลอดภัยระดับล่าง แต่เป็นคนที่รู้ดีว่า เรากำลังตามหา ‘รายชื่อบัญชีดำ’ ที่เชื่อมโยงระหว่างตระกูลของคุณพ่อคุณ... กับบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันของบริษัทผม” ชื่อของพ่อผู้ล่วงลับถูกหยิบยกขึ้นมากลางวงล้อมของอันตราย รินลดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม ความทรงจำเกี่ยวกับคดีอื้อฉาวที่พรากทุกอย่างไปจากครอบครัวเธอย้อนกลับมาทิ่มแทง แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บความเจ็บปวดนั้นไว้เบื้องหลังสติสัมปชัญญะ “คุณรู้มาตลอด... ว่าเอกสารชุดนั้นเก็บไว้ที่ไหน” รินลดาหรี่ตาลง จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของเขา “คุณจงใจพาฉันเข้ามาในตึกนี้ เพื่อใช้ฉันเป็นเหยื่อล่อ หรือเพื่อบังคับให้ฉันต้องพึ่งพาคุณกันแน่ ธันวา?” “คำว่า ‘ใช้’ ฟังดูใจร้ายเกินไปสำหรับสุภาพบุรุษอย่างผมนะครับ รินลดา” ธันวาตอบเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง “ผมเรียกมันว่า ‘การบริหารความเสี่ยงร่วมกัน’ ในเมื่อเราต่างก็มีเป้าหมายที่จะรื้อถอนโครงสร้างสกปรกนี่ออกไป การติดอยู่ในวงล้อมของศัตรู... อาจเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เรามองเห็นว่าใครคือหนอนกระบอกที่แท้จริงที่กัดกินองค์กรจากข้างใน” ก่อนที่รินลดาจะได้โต้แย้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก ประทับลงบนพื้นปูนซีเมนต์สลับกับเสียงพูดคุยพึมพำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ แต่โทนเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบและคุกคามอย่างชัดเจน *พวกมันกำลังมา* ธันวาขยับตัวอย่างรวดเร็วอย่างไม่มีความลังเล เขาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาไว้แน่น แรงบีบที่อบอุ่นและหนักแน่นส่งสัญญาณเตือนภัยโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด ทั้งสองคนผละออกจากทางเดินหลัก หลบเข้าไปในซอกมุมแคบๆ ระหว่างแถวชั้นเอกสารที่อัดแน่นไปด้วยกล่องกระดาษลูกฟูกเก่าๆ ความมืดสลัวและเงาทึบโอบล้อมร่างของทั้งคู่ไว้ ร่างกายของพวกเขาลดระยะห่างจนแทบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของธันวาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมทำให้รินลดาต้องผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างระมัดระวังที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงของเธอทรยศต่อตำแหน่งที่ซ่อน *แกร๊ก...* เสียงกุญแจไขกระทบกับแม่กุหลาบที่ประตูด้านนอกดังขึ้น ตามด้วยเสียงบานประตูเหล็กถูกผลักเปิดออกอย่างแรง แสงไฟฉายสว่างจ้ากวาดส่องเข้ามาในความมืด กวาดผ่านแถวชั้นเอกสารทีละแถวราวกับเสือชีตาร์ที่กำลังล่าเหยื่อ รินลดากลั้นหายใจ สายตาจดจ่ออยู่กับลำแสงที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ทุกที นิ้วมือของเธอเผลอจิกเข้าที่ชายเสื้อสูทของธันวาโดยไม่รู้ตัว ขณะเดียวกัน ธันวากลับยกมืออีกข้างขึ้นโอบเอวเธอไว้เบื้องหลังอย่างแนบเนียน พร้อมกับดึงร่างเธอให้แนบชิดติดกับแผงชั้นเหล็กเพื่อบังเงาจากสายตาภายนอก ปลายนิ้วของเขาแตะเบาๆ ที่หลังมือของเธอ เป็นการส่งสัญญาณเตือนเชิงกายภาพให้อดทนและนิ่งสงบ “แน่ใจนะว่ามันอยู่ข้างในนี้?” เสียงทุ้มห้าวของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น ก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน “นายใหญ่สั่งมาว่า อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว เอกสารชุดนั้น... ถ้าหลุดออกไปถึงมือสื่อ ชีวิตพวกเราจบสิ้นแน่” เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นบุหรี่ราคาถูกลอยมาแตะจมูก รินลดาหลับตาลงครึ่งหนึ่ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ในการป้องกันตัว หากพวกมันพบตัว พวกเธอมีทางเลือกแค่สู้จนตัวตาย หรือไม่ก็ต้องยอมจำนน แต่สำหรับทนายความที่แบกรับความยุติธรรมไว้บนบ่า การยอมจำนนไม่เคยอยู่ในพจนานุกรม ทว่า ในจังหวะที่ลำแสงไฟฉายกำลังจะสาดส่องเข้ามาถึงซอกมุมที่พวกเขายืนอยู่ ธันวาก็ขยับตัวอย่างฉับพลัน เขาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารที่ตกอยู่บนพื้นอีกด้านหนึ่ง แล้วโยนมันออกไปสุดแรง... *ตุบ!* เสียงแฟ้มกระแทกกับกล่องกระดาษที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องดังขึ้นพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้บุกรุก “เฮ้ย! เสียงอะไรทางนั้นวะ ไปดูซิ!” เสียงตะโกนสั่งการดังขึ้น พร้อมกับฝีเท้าหลายคู่ที่วิ่งกรูไปยังทิศทางตรงกันข้ามอย่างเร่งรีบ ความตึงเครียดในห้องคลายลงชั่วขณะ แต่พวกเขารู้ดีว่าเวลามีจำกัดเหลือเกิน ธันวาผ่อนลมหายใจยาว แต่ยังคงไม่ปล่อยมือออกจากเอวของรินลดา เขาก้มหน้าลงกระซิบเบื้องข้างใบหูของเธอ เสียงของเขาแผ่วเบาแต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบที่กลับคืนมา “เรามีเวลาไม่ถึงสามนาที ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวว่าโดนหลอก” รินลดาลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว เธอไม่ได้ถอยหนีจากอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้ กลับกัน เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด ท่ามกลางความมืดและอันตรายที่รายล้อม “พาฉันไปที่ตู้เซฟหลังห้องนั่น... ธันวา” รินลดาเอ่ยเสียงกระซิบที่เฉียบขาดไม่แพ้กัน “ฉันรู้รหัสผ่านที่พ่อทิ้งไว้ และฉันมั่นใจว่า กุญแจดอกสุดท้ายที่คุณตามหา... อยู่ข้างในนั้น” ธันวาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทึ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาอีกครั้ง แววตาของนักกลยุทธ์หนุ่มฉายประกายความเร่าร้อนบางอย่างที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้ “คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายของผมเสมอจริงๆ ครับ รินลดา” เขายื่นมืออีกข้างออกไปสัมผัสแผ่นกระดาษแข็งแผ่นหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังชั้นเหล็กใกล้ตัว มันเป็นแผงควบคุมระบบไฟฟ้าสำรองรุ่นโบราณที่ถูกอำพรางไว้ด้วยกล่องไม้เก่าๆ ปลายนิ้วของธันวาเคาะลงบนแผงวงจรตามจังหวะรหัสลับที่เขาถอดรหัสได้จากเอกสารก่อนหน้านี้ไม่นาน *คลิก...* เสียงกลไกภายในกำแพงดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับผนังด้านหลังชั้นเอกสารที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินลับทอดยาวลงสู่เบื้องล่างที่มีแสงไฟสีสว่างลอดออกมา ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าเข้าไป เสียงฝีเท้าที่วิ่งย้อนกลับมาพร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังลั่นขึ้นที่หน้าประตูห้องใต้ดิน “พวกมันหลอกเรา! ล้อมห้องนี้ไว้ อย่าให้หนีรอดไปได้เด็ดขาด!” ธันวาคว้ามือของรินลดาไว้แน่น ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจก้าวขาพุ่งทะยานเข้าไปในความลับที่รออยู่เบื้องหน้า โดยมีเสียงฝีเท้าของศัตรูที่กำลังพังประตูเข้ามาไล่หลังมาติดๆ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ - คนมองเมือง
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%