“ถ้าจะตั้งใจเรียนขนาดนี้ ทำไมไม่ไปนั่งในห้องสมุดคะคุณหมอ จะมานั่งตากลมเป็นปอดบวมอยู่หลังคาสแตนด์ทำไม”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแทรกผ่านความเงียบงันในยามเย็นของสนามกีฬากลาง พายอาร์ชะงักปลายปากกาที่กำลังจดโน้ตวิชาสรีรวิทยา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ก้าวเข้ามานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มผสมกับกลิ่นเครื่องยนต์นิดๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของคนเรียนวิศวะลอยมาแตะจมูก
“ที่นี่เงียบดีค่ะ... แล้วก็ไม่มีคนมาคอยกวนประสาทด้วย” พายตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมกริบยังคงจดจ้องตัวหนังสือในเล่ม
ธันวาส่งเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาวางกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ข้างตัว ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้จนไหล่กว้างแทบจะเบียดกับไหล่บาง “แปลว่าผมคือคนกวนประสาทสินะคะ? แต่แปลกนะ... เห็นคุณบ่นว่ารำคาญ แต่ทำไมถึงไม่ยอมลุกหนีตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมมานั่งด้วยล่ะ”
พายอาร์เม้มปากแน่น เธอหันไปมองร่างสูงที่นั่งเท้าแขนกับอัฒจันทร์ สายตาคู่คมของวิศวะหนุ่มปีสามดูพราวระยับเหมือนกำลังสนุกกับการต้อนสัตว์ตัวน้อยเข้ามุม มันเป็นสายตาที่เธอเกลียด... เพราะมันทำให้หัวใจที่เคยเยือกเย็นของเธอสั่นไหวอย่างไม่มีสาเหตุ
“ฉันแค่ขี้เกียจขยับตัว” เธอแก้ต่าง
“เหรอคะ...” ธันวาลากเสียงยาว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดเลนส์โน้ตในมือเธอมาดูหน้าตาเฉย “ฟิสิกส์เรื่องแรงโน้มถ่วงคุณยังทำไม่ได้เลยเหรอคุณหมอ? มัวแต่ไปท่องจำตำราจนลืมใช้ชีวิตหรือเปล่า”
“มันไม่เกี่ยวกับชีวิตคุณ อย่ามายุ่งค่ะ”
“เกี่ยวสิคะ ก็ในเมื่อ ‘แรงดึงดูด’ ของผมมันเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่คุณเริ่มทำหน้ายุ่งๆ ใส่ผมนี่ไง” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนพายอาร์สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา มือหนาเอื้อมมาจิ้มที่กระดาษโน้ตของเธอเบาๆ “ตรงนี้ต้องใช้กฎของนิวตันข้อที่สามค่ะ ถ้าคุณออกแรงผลักผมเท่าไหร่ ผมก็จะออกแรงดึงคุณกลับไปหาผมมากเท่านั้น... เข้าใจไหมคะว่า ‘แรงดึงดูด’ น่ะ มันบังคับกันไม่ได้”
พายอาร์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุด เธอรีบดึงสมุดกลับมา “คุณเพ้อเจ้ออะไรของคุณธันวา!”
“เพ้อเจ้อเหรอคะ?” ธันวาเลิกคิ้ว แววตาขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจังวูบหนึ่ง “ผมอาจจะดูเป็นวิศวะขี้อ่อยไปวันๆ ก็จริง แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เคยพูดเล่น... คือเรื่องที่ผมอยากเห็นคนอย่างคุณ ‘ยิ้ม’ มากกว่าการทำหน้าเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ”
คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับนิ่งงัน พายอาร์ก้มหน้าซ่อนความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งเงียบ ดูเหมือนจะถูกธันวาสั่นคลอนได้ง่ายดายเหลือเกิน
“วันนี้ทำไมถึงได้ดูหงอยๆ ล่ะคะ? โดนอาจารย์ดุ หรือว่าคิดถึง... คนทางบ้าน?” ธันวาเปลี่ยนโหมดมาเป็นน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับปลอบประโลม
“อย่าทำตัวเป็นคนรู้จักฉันให้มากนักเลยค่ะ” พายอาร์พูดเสียงสั่นเล็กน้อย “คนอย่างคุณ วันๆ อยู่กับคำนวณ กับเครื่องจักร จะไปเข้าใจอะไรเรื่องความรู้สึกที่มันพังทลายลงมาง่ายๆ เหมือนตึกที่ไม่มั่นคงกันคะ”
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ไม่ใช่การหยอกเย้า แต่เป็นความอบอุ่นที่พายอาร์ไม่เคยได้รับจากใคร
“วิศวะอย่างผมอาจจะดูหยาบกระด้างนะคะ แต่คุณเชื่อมั้ย... เราถูกสอนมาให้รู้จักวิธี ‘ซ่อม’ สิ่งที่พัง ไม่ใช่แค่ทิ้งแล้วสร้างใหม่” ธันวายื่นมือมาตรงหน้าเธอ “ถ้าตึกของคุณมันพังจนกลัว... ให้ผมเป็นคนช่วยรื้อโครงสร้างแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ไหมคะ? ไม่ต้องเป็นคนสวยที่เก่งที่สุดก็ได้ เป็นแค่คนธรรมดาที่นั่งร้องไห้ต่อหน้าผมก็ได้... ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใคร”
พายอาร์เงยหน้าขึ้นมองดวงตาของเขา แววตานั้นจริงจังและมุ่งมั่นจนน่ากลัว... น่ากลัวว่าจะทำให้เธอเผลอใจไปฝากชีวิตไว้กับคนแปลกหน้าที่ชื่อธันวา
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของเธอเริ่มโอนอ่อน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของอัฒจันทร์ พร้อมกับเงาที่ทาบทับลงมาบังแสงอาทิตย์อัสดง
“ธัน! มึงอยู่นี่เอง อาจารย์เรียกหาที่คณะด่วนเลย บอกว่าโปรเจกต์เครื่องยนต์มีปัญหาใหญ่!” กายเพื่อนสนิทของธันวาตะโกนเรียก แต่พอเขาสังเกตเห็นพายอาร์ที่นั่งอยู่ข้างเพื่อนรัก เขาก็ชะงักไปทันที “อุ๊ย... ขอโทษที ขัดจังหวะโปรเจกต์ ‘ติวรัก’ ของมึงเหรอวะ?”
ธันวาถอนหายใจอย่างเสียดาย แต่เขาก็ยังไม่วายหันมามองพายอาร์ด้วยสายตาหวานเชื่อม “ขอโทษทีนะคะ เดี๋ยวผมกลับมาหาใหม่... อ้อ แล้วก็เรื่องรอยร้าวที่คุณเก็บไว้ในใจน่ะ ไม่ต้องรีบซ่อมเองหรอกนะคะ”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเธอจนขนลุกซู่ “เพราะผมจะรอกินข้าวเย็นกับคุณ... ในฐานะ ‘คนที่จะดูแลหัวใจคุณ’ ต่อจากนี้ไปค่ะ”
ธันวาเดินจากไปพร้อมกับกาย ทิ้งให้พายอาร์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนอัฒจันทร์ท่ามกลางความเงียบงัดที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ทว่า... ความสงบสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีเสียงข้อความเด้งขึ้นมาจากโทรศัพท์ของเธอ
มันเป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ระบุชื่อ แต่เนื้อหาในนั้นกลับทำให้เลือดในกายพายอาร์เย็นเฉียบ
*‘เลิกยุ่งกับมันซะ ถ้าไม่อยากให้เรื่องที่เธอทำในอดีตถูกแฉ... พายอาร์’*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและตกหลุมรักไปพร้อมกับธันและพายนะคะ ขอให้มีความสุขกับทุกตัวอักษรของเกียร์เปื้อนกาวใจค่ะ
สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 3
วิศวะขี้อ่อย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!