“ถ้าจะมาเพื่อรื้อฟื้นเรื่องเน่าๆ ก็ช่วยไสหัวไปให้พ้นจากหน้าพายเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ประโยคเย็นชาที่พ่นออกมาจากปากฉันไม่ได้ทำให้ผู้ชายตรงหน้าสะทกสะท้านเลยแม้แต่นิดเดียว เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม กอดอกพิงกำแพงสีขาวสะอาดตาของโถงทางเดินคณะแพทย์ ท่าทีผ่อนคลายเกินเหตุนั้นขัดกับบรรยากาศมาคุที่แผ่ซ่านออกมาอย่างชัดเจน
“ใจร้ายจังนะพายอาร์...” ชายคนนั้นเหยียดยิ้มที่มุมปาก “ทั้งที่ฉันอุตส่าห์ดั้นด้นกลับมาหา เพราะคิดถึง... เรื่องสนุกๆ ของเราสองคนแท้ๆ”
โลกของฉันหยุดหมุนไปครู่หนึ่งเมื่อคำว่า ‘เรื่องสนุก’ ถูกพ่นออกมาจากปากคนที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่ในชีวิตของธันวาแล้ว แต่ทว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าตอนนี้กลับเป็น ‘อดีต’ ที่ธันวาเคยขีดฆ่าทิ้งไปอย่างไม่ใยดีในช่วงปีหนึ่ง ผู้ชายที่มีดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวและรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ‘ภาคิน’
ฉันกำสายกระเป๋าสะพายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก หากธันวาเห็นหมอนี่ตอนนี้... เขาจะเป็นอย่างไร? ความทรงจำที่แหลกสลายในช่วงนั้นยังคงเป็นบาดแผลที่ธันวาพยายามลืมเลือนมาตลอด
“อย่ามาทำเป็นพูดจาพล่ามไร้สาระแถวนี้” ฉันขยับกายบังประตูห้องสมุดเอาไว้ ไม่อยากให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติ “ธันวาเขาไม่มีวันกลับไปมองคนอย่างคุณอีก ต่อให้คุณจะขุดรากเหง้าความเลวร้ายอะไรกลับมาอ้างก็ตาม”
“ธันวาเหรอ?” ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่ารังเกียจ “ดูเหมือนความรักของพวกเธอจะหวานชื่นจนลืมไปแล้วนะ ว่าไอ้คนอย่างธันวามันเป็นพวก ‘หวงของเก่า’ แค่ไหน”
มือหนาของเขายื่นมาคว้าข้อมือฉันไว้ทันทีที่ฉันจะเดินหนี สัมผัสเย็นเยียบของเขาราวกับงูพิษที่เลื้อยผ่านผิวหนัง ฉันพยายามสะบัดออก แต่ภาคินกลับบีบมันแน่นขึ้น แรงมหาศาลจากคนที่เคยเป็นนักกีฬามหาวิทยาลัยทำให้ฉันเสียหลักไปปะทะกับอกกว้างของเขา
“ปล่อย!”
“ถ้าฉันไม่ปล่อย แล้วพายจะทำยังไง? จะตะโกนเรียกไอ้วิศวะนั่นมาดูเหรอ?” เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “คิดว่าถ้ามันเห็นภาพนี้ มันจะยังเชื่อใจเธอ... หรือมันจะเริ่มระแวง ‘ความลับ’ ที่ฉันกุมไว้อยู่กันแน่?”
ความลับ... คำนี้เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจ ฉันตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เพราะกลัวภาคิน แต่กลัวสิ่งที่เขากำลังจะพูด กลัวความจริงบางอย่างที่ธันวาอาจจะปกปิดไว้โดยไม่ตั้งใจ หรืออาจจะเป็นเรื่องที่ฉันไม่เคยล่วงรู้มาก่อน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินฝั่งขวา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นกาวและกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของคนเรียนวิศวะทำให้ลมหายใจฉันสะดุด ธันวา... เขามาทำอะไรที่คณะแพทย์เวลานี้?
“พาย? ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้คนเดียว...” น้ำเสียงอบอุ่นที่คุ้นเคยหยุดลง พร้อมกับบรรยากาศที่เปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความเย็นยะเยือกในพริบตา เมื่อธันวาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนตรงหน้าฉัน
ร่างสูงของธันวาชะงักไป ดวงตาคู่สวยที่มักจะมองฉันด้วยความรักและเอ็นดูเสมอค่อยๆ หรี่ลง ความโกรธแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความใจดีพุ่งพล่านออกมาจนฉันสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกจากตัวเขา
“ไอ้คิน...” ธันวาครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไปด้วยความโกรธเกรี้ยว มือที่เคยถือถุงขนมหวานให้ฉันกำแน่นจนเส้นเลือดที่แขนปูดโปน
“ว่าไง ธัน... ไม่เจอกันนานเลยนะ” ภาคินปล่อยข้อมือฉันแล้วหันไปยิ้มให้ธันวาด้วยท่าทีสบายๆ “ฉันแค่มาทักทาย ‘คนรู้จักเก่า’ นิดหน่อยเอง ไม่เห็นต้องทำหน้าเหมือนจะฆ่ากันขนาดนั้นเลย”
ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาพุ่งตัวเข้ามาผลักไหล่ภาคินจนเซไปกระแทกกับกำแพง เสียงหมัดกระทบใบหน้าดัง ‘ผลัวะ’ สนั่นไปทั่วทางเดินที่ว่างเปล่า ร่างของภาคินทรุดลงไปกองกับพื้น มุมปากของเขามีเลือดสีสดไหลซึมออกมา
“อย่ามายุ่งกับพาย” ธันวาเค้นเสียงรอดไรฟัน ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยโทสะ “ถ้ามึงกล้าแตะต้องเขาแม้แต่นิดเดียว... กูไม่รับประกันนะว่ามึงจะได้ออกจากรั้วมหาลัยนี้ไปได้ยังไง”
ฉันรีบวิ่งเข้าไปดึงแขนเสื้อของธันวาไว้ เพราะกลัวว่าเขาจะสติแตกจนทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้ “ธัน! ใจเย็นๆ ค่ะ อย่าทำแบบนี้”
ธันวาหันกลับมามองฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความ ‘สับสน’ และ ‘หวาดระแวง’ ซ่อนอยู่ เขาจ้องมองข้อมือของฉันที่มีรอยแดงจากการถูกบีบ ก่อนจะหันกลับไปมองภาคินที่ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนพลางเช็ดเลือดที่มุมปาก
“ใจเย็นเหรอพาย?” ภาคินหัวเราะร่า ทั้งที่ยังเจ็บปวด “ถามมันสิ... ว่าทำไมถึงกลัวฉันขนาดนี้ ถามมันสิว่าเรื่อง ‘คืนนั้น’ ที่มันทำพลาดไป... มันกล้าบอกความจริงกับเธอหรือเปล่า?”
บรรยากาศนิ่งสนิทลงทันที ธันวานิ่งค้างไปราวกับรูปปั้น ความมั่นใจที่เขามีต่อฉันดูเหมือนจะสั่นคลอนเพียงเพราะคำพูดลอยๆ ของชายคนนี้ ฉันหันไปมองหน้าธันวาด้วยความไม่เข้าใจ หัวใจฉันเต้นรัวด้วยความกังวล
“ธัน... เขาพูดเรื่องอะไรคะ?” ฉันถามเสียงสั่น
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่มองมาที่ฉันด้วยแววตาที่เจ็บปวดที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา มือที่ฉันจับไว้เย็นเฉียบราวกับคนไม่มีชีวิต ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึง
ธันวาสะบัดมือฉันออก แล้วก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ไปเถอะพาย... กลับไปที่ห้องเรียนเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงเรียบจนน่าใจหาย
“ไม่! ธันต้องบอกพายมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”
“ผมบอกให้ไป!” ธันวาตวาดลั่น เป็นครั้งแรกที่เขาตะคอกใส่ฉัน น้ำตาฉันรื้นขึ้นมาด้วยความตกใจและเสียใจที่ถูกผลักไส
ในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะพังทลาย ภาคินก็พูดประโยคสุดท้ายขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเดินหายไปในเงามืดของบันไดหนีไฟ
“ธันวา... ความจริงมันก็เหมือนเกียร์ที่ขึ้นสนิมนั่นแหละ ยิ่งพยายามซ่อนไว้ มันก็ยิ่งกัดกร่อนใจคนถือ... เตรียมตัวไว้เถอะ อีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า ‘ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ’ ของเธอน่ะ แท้จริงแล้วเขามี ‘ตราบาป’ ชิ้นใหญ่ขนาดไหน”
ธันวาทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้น ก้มหน้าซ่อนดวงตาเอาไว้ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ฉันยืนเคว้งอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าควรจะเดินเข้าไปปลอบ หรือเดินหนีออกไปจากตรงนี้... ก่อนที่ความลับที่ภาคินทิ้งไว้ จะทำลายความสัมพันธ์ของเราจนไม่เหลือชิ้นดี
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงติดตามการเติบโตและความรักของธันวากับพายอาร์นะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะพาไปพบคำตอบในตอนหน้าค่ะ
สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 34
อดีตที่ย้อนกลับมา
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!