หน้าจอโทรศัพท์ในมือของธันวาสว่างวาบ ทอดเงาสีฟ้าจัดจ้าลงบนโครงหน้าคมคายที่มักจะมีรอยยิ้มกวนประสาทประดับอยู่เสมอ ทว่าในวินาทีนี้ รอยยิ้มนั้นกลับเลือนหายไป เหลือเพียงแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนเกินกว่าที่เด็กปีหนึ่งอย่างพายอาร์จะคาดเดาได้ ภาพถ่ายในอعدีต... ภาพที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของความทรงจำและคราบน้ำตา กำลังสะท้อนอยู่บนกระจกตาของเธอ
พายอาร์รู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นห้องสมุดคณะแพทย์ที่เงียบสงบ กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาทันตาเห็น ลมหายใจของเธอสะดุดไปเสี้ยววินาที หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามตำราแพทย์ กลับเต้นกระหน่ำจนน่ากลัว นิ้วเรียวเล็กกำชายเสื้อกราวด์สีขาวของตัวเองแน่นโดยไม่รู้ตัว
"คุณ... เอามาจากไหน" เสียงของพายอาร์แหบพร่า เย็นชาจนเกือบจะเป็นการกระซิบ แต่มันสั่นไหวเล็กน้อยตรงปลายเสียง
ธันวาไม่ตอบในทันที เขายังคงจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่คมไหววับคล้ายมีความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ข้างใน ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ กดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ แล้วพลิกเครื่องคว่ำลงกับโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงวัตถุชนกับพื้นผิวไม้ดังสะท้อนในความเงียบ
"อยากรู้เหรอครับคุณหมอขาโหด" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติ ผิดวิสัยหนุ่มวิศวะปากร้ายคนเดิม แววตาขี้เล่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความจริงจังที่ทำเอาพายอาร์หายใจไม่ทั่วท้อง "งั้นก็ต้องแลก... วันนี้คุณต้องยอมให้ผมเลี้ยงข้าวเย็น เพื่อแลกกับการฟังเรื่องราวของภาพนี้"
"ฉันไม่ว่าง" เธอปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด สายตาคมกริบพยายามกลับมาแข็งกร้าวเพื่อปกป้องกำแพงที่สร้างขึ้น "แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องไปไหนกับคุณ ส่งโทรศัพท์เครื่องนั้นคืนมาแล้วเลิกยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉันได้แล้ว ธันวา"
รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มอีกครั้ง มันไม่ใช่รอยยิ้มกวน ๆ แบบที่เขาใช้ล้อเลียนเธอในโรงอาหาร แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นจนน่าประหลาด ธันวาขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นสบู่เฉพาะตัวลอยแตะจมูก จนพายอาร์ต้องเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
"เหตุผลเหรอครับ?" ธันวาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับเธอ ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับ "เหตุผลก็คือ... เกียร์ในอกผมมันดันหมุนผิดจังหวะทุกครั้งที่เห็นคุณทำหน้าดุใส่ยังไงล่ะครับ"
พายอาร์ขมวดคิ้วมุ่น มุกแป้กบ้าบออะไรของเขากัน วิศวกรคนนี้เอาความมั่นใจแบบนี้มาจากไหน เกียร์หมุนผิดจังหวะเนี่ยนะ? มันเป็นประโยคที่เชยสิ้นดี แถมยังไร้สาระสิ้นเชิงในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันแบบนี้
แต่ทว่า... มุมปากของร่างบางที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรงเมื่อครู่ กลับกระตุกขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ความขบขันเล็ก ๆ ที่เล็ดลอดผ่านรอยร้าวของความตึงเครียด ทำให้เธอต้องรีบเม้มปากเข้าหากันแน่นกว่าเดิมเพื่อซ่อนปฏิกิริยาเหล่านั้น
ธันวาที่คอยสังเกตทุกการเคลื่อนไหวของเธออยู่แล้ว สังเกตเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีนั้นได้อย่างชัดเจน ดวงตาของเขาประกายแสงวาบด้วยความดีใจ ยิ่งกว่าตอนที่ทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ผ่านเสียอีก
"อ๊ะ! เมื่อกี้คุณแอบยิ้มใช่ไหมครับคุณหมอ" ธันวาร้องทักขึ้นอย่างรู้ทัน พร้อมกับทำท่าทางดีอกดีใจเกินจริง "พระเจ้าช่วย! วิศวะรูปหล่อใจละลายแล้วครับทุกคน พายอาร์คนสวยยิ้มให้มุกของผมแล้ว!"
"ฉันไม่ได้ยิ้ม ตาฝาดไปเองหรือไง" พายอาร์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เธอเบือนหน้าหนีไปมองชั้นหนังสือด้านข้างเพื่อซ่อนพวงแก้มที่เริ่มขึ้นสีเรื่อ "อย่ามาเพ้อเจ้อแถวนี้ คนยิ่งรีบอ่านหนังสือสอบอยู่"
"ปากแข็งจังนะเราเนี่ย" ธันวาหัวנסในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นนุ่มนวลจนน่าหมั่นไส้ "โอเค ๆ ไม่กวนแล้วก็ได้ แต่เรื่องข้าวเย็น... ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด เลิกเรียนเดี๋ยวผมมารับที่ตึกคณะแพทย์ ห้ามหนีขึ้นรถเมล์เด็ดขาด ไม่งั้นผมจะตามไปฟ้องเพื่อนสนิทของคุณว่าคุณแอบซ่อนความลับอะไรไว้บ้าง"
พายอาร์หันกลับมามองเขาด้วยสายตาดุร้ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในสายตาของธันวา มันกลับดูเหมือนแมวขู่ที่ไร้พิษสงเสียมากกว่า
"คุณขู่ฉันเหรอธันวา"
"เปล่าครับ เขาเรียกว่า... เจรจาด้วยความรักต่างหาก" ธันวาขยิบตาให้เธอทีหนึ่งอย่างทะ้นคน ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าเสื้อกั๊กช็อปวิศวะแล้วหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้พายอาร์ยืนค้างอยู่กลางห้องสมุด ท่ามกลางเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นดังโครมครามจนกลบเสียงรอบข้างเสียสนิท
เวลาล่วงเลยจนถึงยามเย็น ท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู พายอาร์ก้าวเดินออกมาจากตึกคณะแพทย์ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหงุดหงิดตัวเองที่ใจอ่อนยอมทำตามคำขู่ และความอยากรู้ที่กัดกินจิตใจเกี่ยวกับภาพถ่ายในมือของธันวา
เธอยืนรออยู่หน้าตึกตามนัดหมายด้วยใบหน้าเรียบเฉย พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ทว่าสายตากลับคอยชำเลืองมองหาเงาร่างสูงโปรดของหนุ่มวิศวะคนนั้นโดยไม่รู้ตัว และในจังหวะที่เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เสียงทุ้มคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"รอนานไหมครับคุณหมอ พอดีเกียร์มันติดขัดนิดหน่อยเลยมาช้า"
พายอาร์สะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปมองต้นเสียง ธันวายืนพิงมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขาอยู่ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมา รอยยิ้มนั้นกลับแข็งค้างไป เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นบุคคลที่สามที่กำลังเดินเข้ามาประชิดตัวพายอาร์จากด้านข้าง
ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดกราวด์สะอาดตาอีกคนก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มสุภาพ มือหนาวางลงบนลาดไหล่บางของพายอาร์อย่างสนิทสนม
"อ้าว พาย... ยังไม่กลับเหรอครับ พอดีเลย พี่ว่าจะชวนไปทานข้าวด้วยกันพอดี" เสียงทุ้มของรุ่นพี่แพทย์ปีห้าคนนั้นเอ่ยขึ้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นประกายไฟที่ลุกโชนขึ้นในดวงตาสีนิลของหนุ่มวิศวะที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ
สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 5
น้ำแข็งเริ่มละลาย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!