“ถ้าหมอไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนกำลังจะไปผ่าตัดศพคู่อริเนี่ย พี่จะหาว่าหมอแอบวางแผนฆ่าพี่หมกป่าหลังค่ายแล้วนะ”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่กำลังไต่ระดับความชันขึ้นสู่ดอยสูง พายอาร์ที่นั่งกอดอกพิงเบาะแน่น กวาดสายตาคมกริบมองไปยังเส้นทางลูกรังที่สั่นสะเทือนตามแรงกระแทกของช่วงล่างรถวิศวะ ก่อนจะหันมาปะทะสายตาเข้ากับคนขับที่ทำหน้าทะเล้นราวกับไม่ได้สะทกสะท้านกับทางวิบากเบื้องหน้าเลยสักนิด
“ไร้สาระค่ะ” พายอาร์เอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบหวาดเสียวกับโขดหินที่พุ่งเข้าชนล้อรถจนตัวโยน “ที่พายเงียบ เพราะพายกำลังคำนวณว่าถ้าเบรกแตกขึ้นมา เราจะมีโอกาสรอดกี่เปอร์เซ็นต์”
“โห... นี่หมอหรือนักสถิติคะเนี่ย?” ธันวาหัวเราะร่วน มือหนาข้างหนึ่งละจากพวงมาลัยมาคว้ามือเล็กของพายอาร์ที่กำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นจนขึ้นข้อขาว “ไม่ต้องห่วงหรอก มืออาชีพแบบพี่น่ะ... ต่อให้เบรกพัง พี่ก็จะเอาตัวเข้าแลกไม่ให้หมอเป็นอะไรเด็ดขาด ว่าแต่... ถ้าพี่รอดมาได้ หมอจะมีรางวัลให้คนขับรถเก่งไหมคะ?”
พายอาร์ชักมือกลับทันที ใบหน้าเรียบเฉยเริ่มระบายความร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เธอเบือนหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์สีเขียวขจีที่เริ่มถูกปกคลุมด้วยสายหมอกจางๆ ของพื้นที่ห่างไกลความเจริญ
ค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนบนดอยที่ธันวาเป็นหัวหน้าทีมครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การทาสีหรือซ่อมแซมอาคารเรียน แต่มันคือสนามทดสอบความอดทนระหว่างวิศวกรจอมกะล่อนกับนักศึกษาแพทย์ผู้มีกำแพงในใจสูงลิ่ว ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าโรงเรียนไม้หลังเก่า เสียงโวยวายของ ‘กาย’ เพื่อนสนิทตัวดีของธันวาก็ดังขึ้นมากลบความเงียบทันที
“นึกว่าจะพาคุณหมอไปปล่อยเกาะที่ไหนซะแล้วครับพี่ธัน! ช้าจนรินเขาบ่นหูชาแล้วเนี่ย!” กายตะโกนบอกพลางหิ้วกล่องเครื่องมือลงจากหลังรถ
รินที่ยืนรออยู่หน้าอาคารรีบวิ่งเข้ามาหาพายอาร์ ท่าทางตื่นเต้นของเพื่อนสนิททำให้พายอาร์เผลอยิ้มออกมาบางๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเองของเหล่าอาสาพากันจัดแจงที่พัก พายอาร์พบว่าตนเองถูกจัดให้นอนในห้องพักครูร่วมกับริน ส่วนธันวาและกลุ่มวิศวะต้องไปกางเต็นท์นอนที่สนามหญ้าหลังอาคาร
ทว่าเมื่อตกดึก ความหนาวเย็นของยอดดอยก็เริ่มทำหน้าที่ของมัน กองไฟหน้าโรงเรียนถูกจุดขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่น ธันวานั่งจ้องมองพายอาร์ที่ขยับผ้าห่มคลุมไหล่จนมิด ท่าทีที่ดูเข้มแข็งของเธอเริ่มสั่นคลอนด้วยสภาพอากาศที่ไม่คุ้นชิน
“หนาวเหรอคะ?” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ ยื่นแก้วโกโก้ร้อนที่เขาไปขอแบ่งมาจากเสบียงส่วนกลางให้ “ดื่มนี่หน่อยสิ พี่เคี่ยวเองกับมือเลยนะ”
พายอาร์รับแก้วโกโก้มา มือของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะสายตาของธันวาที่มองมานั้นมันช่าง... ร้อนแรงกว่ากองไฟตรงหน้าหลายเท่าตัว
“ทำไมถึงมาทำค่ายที่นี่?” พายอาร์เอ่ยถามเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ “มันลำบาก... แล้วพี่ก็ดูไม่ได้ขาดแคลนอะไร ทำไมต้องเหนื่อย?”
ธันวาเปลี่ยนท่านั่ง ขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ของเขาแตะกับไหล่ของเธอ กลิ่นอายจางๆ ของไม้ฟืนและน้ำหอมกลิ่นสะอาดติดตัวเขาทำให้พายอาร์รู้สึกหวั่นไหวอย่างประหลาด
“พี่ก็แค่อยากเห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ที่นี่... เหมือนกับที่พี่อยากเห็นรอยยิ้มของหมอไง” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนพายอาร์ต้องหันไปมอง “บางครั้งชีวิตมันก็ไม่ต้องมีสูตรคำนวณเป๊ะๆ เหมือนตำราแพทย์หรอกนะคะพาย บางที... แค่ทำตามความรู้สึกบ้าง มันก็มีความสุขดีนะ”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับพุ่งตรงเข้าไปกระแทกใจคนฟังอย่างจัง พายอาร์นิ่งงัน เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าใกล้กำแพงที่สร้างไว้ได้ถึงขนาดนี้ แต่กับธันวา... เหมือนเขามีเครื่องมือทุ่นแรงที่ค่อยๆ งัดแงะหัวใจเธอออกทีละชั้นอย่างใจเย็น
“พี่ธัน...” พายอาร์เรียกชื่อเขาเบาๆ ทว่ายังไม่ทันที่ประโยคถัดไปจะหลุดจากปาก เสียงตะโกนจากกลุ่มเพื่อนวิศวะที่วิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาตื่นตระหนกก็ดังขัดจังหวะขึ้น
“เฮ้ย! พี่ธัน! แย่แล้วครับ!” กายวิ่งหน้าตั้งเข้ามา สีหน้าบ่งบอกถึงความผิดปกติ “เกิดเรื่องที่หมู่บ้านข้างล่าง! ดินถล่มปิดทางลงดอยแล้วครับ สัญญาณโทรศัพท์ก็ตัดขาดไปเมื่อกี้เลย ตอนนี้ชาวบ้านที่นั่นติดอยู่ข้างล่างกันหมด... เราต้องไปช่วยด่วน!”
บรรยากาศที่เคยหวานละมุนในวินาทีนั้นกลับพลิกผันสู่ความตึงเครียดในฉับพลัน ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมในฐานะหัวหน้าทีม เขาหันมามองพายอาร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนับพัน
“พาย... พี่ขอโทษนะที่ทริปของเรามันต้องเป็นแบบนี้” เขาวางมือบนหัวเธอเบาๆ ก่อนจะหันไปสั่งงานกลุ่มเพื่อน “เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม เราจะออกไปเดี๋ยวนี้!”
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น พายอาร์คว้ากล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาลคู่กายไว้แน่น เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ความรู้ทางการแพทย์ของเธอสำคัญกว่าสิ่งใด แต่น่าแปลกที่ในใจของเธอกลับไม่ได้กังวลถึงความตายเพียงอย่างเดียว...
เธอกลับกังวลถึงคนตัวสูงที่กำลังก้าวเดินออกไปเผชิญกับพายุและดินถล่มเบื้องหน้า
“พี่ธัน!” พายอาร์ตะโกนเรียกก่อนที่เขาจะลับตาไป “ห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด... ถ้าพี่กลับมาไม่ครบสามสิบสอง พายจะไม่ให้อภัยพี่ไปตลอดชีวิต เข้าใจไหม!”
ธันวาหยุดกะทันหัน เขาหันกลับมามองเธอรอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก แม้มันจะเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความหวัง... หวังว่าเมื่อเขากลับมา เขาจะมีโอกาสได้บอกความในใจที่เขาสั่งสมมาตลอดสามปีเต็ม
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจะเคลื่อนพล เสียงปืนดังสนั่นมาจากทางหุบเขาลึก ตามด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิงที่พายอาร์จำได้ดีว่าเป็นของใครบางคนที่ไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ได้
รินทรุดตัวลงกับพื้น หน้าซีดเผือด “พาย... นั่นมันเสียงแม่ของฉัน... แม่มาที่นี่ได้ยังไง!”
พายอาร์เบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นปราดเข้าสู่ไขสันหลังเมื่อตระหนักได้ว่า ค่ายอาสาครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องของคนหนุ่มสาว แต่มันคือกับดักที่ใครบางคนวางไว้เพื่อรอจัดการพวกเขาทั้งคู่!
ขอบพระคุณทุกหัวใจที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นไหวไปกับ "เกียร์เปื้อนกาวใจ" นะคะ
สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 15
ทริปค่ายอาสาพาใจสั่น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!