สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 9

กลิ่นสะอาดของหมอฝึกหัด

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงของความเร่งรีบ แต่เป็นความมั่นคงที่ทำให้หัวใจของพายอาร์ที่เต้นระรกอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งกระหน่ำรัวหนักขึ้นไปอีก ร่างเพรียวบางในชุดเสื้อกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาชะงักค้างอยู่ตรงหน้าตู้เก็บอุปกรณ์ทำแผล ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อหันไปสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังกรอบประตูอยู่เต็มความสูง ธันวาไม่ได้เอ่ยคำทักทายใดๆ ออกมาในทันที เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่มักจะยุ่งเหยิงเล็กน้อยตามสไตล์เด็กวิศวะ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ของมัน เสื้อช็อปสีเลือดหมูเข้มที่สวมทับเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งถูกปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและหยาดเหงื่อบางเบาที่เกาะพราวตามไรผม บ่งบอกว่าเขาคงเพิ่งก้าวขาฝ่าความวุ่นวายที่ไหนสักแห่งมาเพื่อหยุดยืนอยู่ตรงนี้ "มองหน้าฉันแบบนี้... แปลว่าตกใจที่เห็นเป็นฉัน หรือว่ากลัวว่าฉันจะรู้ว่าเธอกำลังแอบร้องไห้กันแน่ล่ะครับ... เอ้ย! ยัยคุณหมอขาโหด" ธันวาเกือบจะเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเคยชิน แต่ด้วยสายตาคมดุที่ตวัดมองมาอย่างไม่ยอมแพ้ ทำให้เขาต้องรีบกลืนคำพูดแล้วเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววตาดื้อรั้นเอาไว้แทน ทว่าลึกซึ้งเสียจนพายอาร์ต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี "ฉันไม่ได้ร้องไห้..." เสียงหวานเอ่ยลอดไรฟันด้วยความพยายามที่จะควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบและเย็นชาตามเคย ทว่าปลายจมูกที่รั้นเชิดขึ้นและรอยแดงเรื่อรอบดวงตากลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังโกหกคำโต "แล้วนายมีธุระอะไร ถึงได้เดินมาถึงห้องพักแพทย์ฝึกหัดเวลานี้... มันไม่ใช่เขตของคณะวิศวะนะ ธันวา" "รู้ครับว่าไม่ใช่เขตวิศวะ แต่เป็นเขตหัวใจของเธอก็พออนุโลมได้ไม่ใช่เหรอ" ธันวาไม่เพียงแค่พูดเปล่า แต่เขากลับก้าวล้ำเข้ามาในห้องแคบๆ นั้นทีละก้าวอย่างจงใจ ปิดประตูห้องลงเบาๆ เพื่อตัดขาดความวุ่นวายจากโลกภายนอก กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาลอยอบอวลเข้ามาปะปนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ กลิ่นสะอาดของสบู่ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นบุคลิกอบอุ่นที่พายอาร์จำได้ขึ้นใจ มันคือกลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดในเวลาที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย พายอาร์ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน ร่างกายแข็งทื่อเมื่อร่างสูงใหญ่เคลื่อนกายเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ ธันวาไม่ได้แตะต้องเธอ เขาเพียงแต่วางมือข้างหนึ่งลงบนขอบโต๊ะ กักขังเธอไว้ในวงแขนอย่างนิ่มนวล สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าหวานที่พยายามซ่อนความเปราะบางไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยอง "นายถอยไปเลยนะ ธันวา..." พายอาร์เอ่ยเสียงสั่น พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่มันก็ไร้ผลราวกับการผลักภูเขา หินผาอย่างธันวาไม่เคยสะเทือนสักนิด ยิ่งเธอออกแรงผลัก เขากยิ่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน "ไม่ถอยครับ" ธันวาตอบเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่นจนน่ากลัว แววตาขี้เล่นที่เคยมีเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความจริงจังที่ร้อนแรงเสียจนพายอาร์ไม่กล้าสบตา "รู้ไหมว่าตอนที่ฉันเห็นเธอนั่งเหม่ออยู่ตรงม้าหินอ่อนเมื่อกี้... แล้วพอเดินตามเข้ามาในตึกนี้ ฉันเห็นไหล่เล็กๆ ของเธอสั่นน้อยๆ หัวใจของวิศวะกรอย่างฉันมันพังไม่เป็นท่าเลยนะพาย" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ พายอาร์เม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งโกรธที่เขาเข้ามาเห็นมุมอ่อนแอ ทั้งอยากร้องไห้ซ้ำอีกรอบ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เธอกำลังแพ้ความอบอุ่นที่เขากำลังมอบให้อย่างไม่มีทางสู้ "นายไม่มีสิทธิ์มาสงสารฉัน... หรือมาทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับความรู้สึกของฉันหรอกนะ" พายอาร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ "เด็กวิศวะเกเรอย่างนาย จะไปเข้าใจอะไรกับความกดดันที่ฉันต้องเจอ... ครอบครัวที่คาดหวัง การต้องเป็นที่หนึ่งตลอดเวลา การที่ทำผิดพลาดไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว... นายมันก็แค่คนใจง่ายที่เที่ยวหยอดคำหวานไปทั่ว!" คำว่า 'ใจง่าย' ทำเอาธันวาชะงักไปชั่ววินาที แต่แทนที่เขาจะโกรธหรือต่อปากต่อคำเหมือนทุกที ร่างสูงกลับถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่พายอาร์เคยจินตนาการไว้ มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาจางๆ พายอาร์สะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อแต่กลับไม่ยอมปัดมือรั้นนั้นออก เธอยอมจำนนต่อสัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนกที่เกลี่ยซับน้ำตาให้ "ฉันอาจจะเป็นเด็กวิศวะที่กวนประสาท ปากร้าย และพูดจาไม่เข้าหูในสายตาคนอื่น..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และจริงจังจนน่าใจหาย นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ไปตามโหนกแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม "แต่กับเรื่องของเธอ... พายอาร์ ฉันไม่เคยใจง่ายกับใครเลยสักครั้ง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่เล็กๆ ระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกันจนแทบจะทะลุออกมานอกอก พายอาร์รู้สึกราวกับว่าอากาศในห้องกำลังจะหมดลงไปทุกที ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่คมของวิศวะหนุ่มที่ฉายชัดถึงความคลั่งรักและความจริงใจแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มันไม่มีร่องรอยของการล้อเล่น ไม่มีรอยยิ้มกวนๆ มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างหมดรูป ธันวาเริ่มรู้ใจตัวเองแล้ว... เขาตกหลุมรักคุณหมอขาโหดคนนี้เข้าเต็มเปา ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีโลกทั้งใบของเขาก็มีแต่รอยยิ้มเย็นชาที่ซ่อนความเปราะบางนี้ไว้เสียแล้ว "ธัน..." พายอาร์ครางเรียกชื่อเขาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนหน้าผากของเขากับเธอแนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว ธันวายิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่พายอาร์เคยได้รับในชีวิต "ร้องไห้กับฉันได้นะพาย..." เขากระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม "ถ้าแบกรับมันไม่ไหว ก็พักไว้ที่ฉัน... ฉันจะเป็นคนแบกความกดดันทั้งหมดแทนเธอเอง" ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบจะไร้ระยะห่าง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปัง! ตามด้วยเสียงของรินเพื่อนสนิทฝั่งแพทย์ก็ตะโกนแทรกขึ้นมาด้วยความตกใจ "พาย! แย่แล้ว! อาจารย์เรียกตัวเธอด่วนที่ห้องประชุมใหญ่เรื่องเคสผ่าตัดเมื่อคืน... เอ๊ะ! นายธันวา... นายมาทำอะไรในห้องพักแพทย์เนี่ย?!" ธันวาผละออกจากร่างบางอย่างหัวเสียเล็กน้อย พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความหงุดหงิดที่เวลาสวีทถูกขัดจังหวะ แต่พายอาร์กลับหน้าถอดสี ร่างกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อ 'ห้องประชุมใหญ่' และคำว่า 'เคสผ่าตัดเมื่อคืน' ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว หันขวับไปมองหน้าธันวาสลับกับประตูห้องด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "เกียร์เปื้อนกาวใจ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%