อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 18

ซ่อมแซมความสัมพันธ์

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนแว่นตากลมโตของคินน์ในเวลานี้ไม่ได้แสดงบรรทัดโค้ดตรรกะหรือผังงานระบบอัลกอริทึมใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นหน้าต่างโปรแกรมแก้ไขข้อความที่เต็มไปด้วยประโยคยาวเหยียด ซึ่งถูกลบและพิมพ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามานานกว่าสามชั่วโมง นักศึกษาปีสามแห่งภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อบั๊ก (Bug) ตัวใดในโลก กำลังเผชิญหน้ากับความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิต นั่นคือความผิดพลาดในระบบความสัมพันธ์ที่เขาเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองด้วยความเย่อหยิ่งและตรรกะอันแข็งกระด้าง นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ คินน์ขยับแว่นเล็กน้อย ดวงตาคู่คมหลังเลนส์ใสฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เสื้อช็อปสีน้ำกรมท่าตัวเก่งถูกถอดพาดไว้บนพนักเก้าอี้ บนโต๊ะทำงานรกเรื้อเต็มไปด้วยกระป๋องกาแฟดำที่หมดฤทธิ์ไปหลายกระป๋อง รอบกายเงียบสงัด มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ราวกับกำลังหัวเราะเยาะความจนปัญญาของเขา "ถ้าใช้ฟังก์ชัน `if-else` เช็คเงื่อนไขความรู้สึก... มันคงจะง่ายกว่านี้สินะ" คินน์พึมพำกับตัวเองเสียงแหบพร่า ภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังคงติดตรึงอยู่ในหน่วยความจำระยะยาวของเขา คำพูดที่พริมกล่าวออกไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง—แววตาที่ไม่มีอัลกอริทึมไหนในโลกจะคำนวณความเจ็บปวดเบื้องหลังม่านตาคู่นั้นได้—ยังคงวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเสมือนลูปคำสั่งที่ไร้จุดสิ้นสุด วันนั้นเขาเลือกที่จะปกป้องอีโก้ของตัวเองด้วยการอ้างเหตุผลทางเทคนิคและประสิทธิภาพของโครงงานหุ่นยนต์ จนมองข้ามความตั้งใจและหัวใจของคนที่พยายามเข้าใจเขามากที่สุด สำหรับคินน์ โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยเหตุและผล ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ บั๊กทุกตัวมีที่มา แต่ความเงียบงันของพริมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากลับเป็นตัวแปรเดียวที่เขาไม่รู้ว่าจะแก้สมการอย่างไร ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักรับรองของคณะนิเทศศาสตร์ พริมกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาตัวนุ่ม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นขับให้บรรยากาศดูเหงาหงอย บนตักของเธอมีแท็บเล็ตที่เปิดหน้าจอออกแบบกราฟิกสำหรับงานนิทรรศการประจำปีค้างไว้ แต่ปลายปากกาสไตลัสกลับไม่ได้แตะลงบนหน้าจอมาเนิ่นนานแล้ว สมองส่วนสร้างสรรค์ที่เคยพรั่งพรูไปด้วยไอเดียราวกับสายน้ำในยามนี้กลับแห้งเหือด พริมถอนหายใจออกมาเบาๆ ความรู้สึกน้อยใจและโกรธขึงในตอนแรกเริ่มเจือจางลง เหลือเพียงความว่างเปล่าและความคิดถึงที่เธอพยายามปฏิเสธมันมาตลอด "ยัยพริม เธอเป็นดาวคณะนะ จะมานั่งซึมเพราะตาบ้าตรรกะคนนั้นไม่ได้นะ!" เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ พยายามสลัดภาพใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความกังวลของคินน์ออกจากหัว ทว่ายิ่งพยายามลืม ภาพเหตุการณ์ตอนที่เขาพยายามอธิบายเรื่องระบบด้วยน้ำเสียงติดขัดเมื่อวันก่อนก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นในความทรงจำ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งกังวานในความเงียบ พริมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ยามวิกาลเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างแน่นอน หรืออาจจะเป็นรุ่นพี่ในชมรมที่นำเอกสารมาให้ตรวจ? เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตูด้วยฝีเท้าแผ่วเบา ก่อนจะบิดลูกกลอนและดึงบานประตูออก ทว่าบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคาดคิดแม้แต่น้อย คินน์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สภาพของเขาดูแตกต่างจากยามปกติอย่างสิ้นเชิง ผมเผ้าที่เคยเซ็ตไว้อย่างเป็นระเบียบยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวใช้มือสางมันซ้ำๆ เสื้อยืดสีพื้นธรรมดาดูยับย่น และที่สำคัญที่สุดคือ ในมือของเขากลับถือกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับอย่างประณีตด้วยมือ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองนิ่งงบอร์ดลงชั่วขณะ ราวกับระบบเครือข่ายถูกตัดขาดจากโลกภายนอก "นาย..." พริมอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น "มาทำอะไรที่นี่ดึกดื่นแบบนี้? แล้วรู้ได้ยังไงว่าฉันพักห้องนี้?" คินน์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ความตึงเครียดที่สะสมมาทั้งวันทำให้ริมฝีปากของเขาแห้งผาก ชelตรรกะและคารมคมคายที่มักใช้ถกเถียงกับธันวาหรืออาจารย์ในภาควิชาหายวับไปกับตา ในเวลานี้เขากลายเป็นเพียงแค่นักศึกษาปีสามคนหนึ่งที่กำลังประหม่าอย่างที่สุด "ฉัน... หาข้อมูลจากระบบลงทะเบียนหอพักนักศึกษา" คินน์ตอบตามความจริงด้วยน้ำเสียงที่ติดจะตะกุกตะกักเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาเลย "เอ่อ คือ... ขอเข้าไปได้ไหม?" พริมมองหน้าเขาด้วยแววตาซับซ้อน เธอยืนนิ่งลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบี่ยงตัวหลีกทางให้เขาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายเฉพาะตัวของคินน์—กลิ่นกระดาษโน้ตและจางๆ ของกาแฟคั่ว—ลอยเข้ามาแตะจมูก ทำให้หัวใจที่เคยสงบของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องรับแขก สายตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะกลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหญิงสาว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าหาญทั้งหมดในระบบประสาทของตนเอง "เรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน..." คินน์เริ่มต้นพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด ทว่าแววตาไหววับคู่นั้นกลับปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังประหม่า "ฉัน... กลับไปคิดทบทวนมาแล้ว" พริมกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียงของตนเอง "นายจะมาอธิบายเรื่องประสิทธิภาพของอัลกอริทึมอะไรนั่นอีกหรือไง? ถ้าใช่... เชิญกลับไปได้เลยนะ คินน์ ฉันไม่อยากฟัง" "ไม่ใช่เรื่องนั้น" คินน์รีบปฏิเสธเสียง Lร็ว เขายื่นกระดาษในมือออกไปข้างหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ "นี่... คือสิ่งที่ฉันเขียนขึ้นมา" พริมมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยความงุนงง เธอยื่นมือไปรับมันมาคลี่ออกช้าๆ ภายใต้แสงไฟสีส้ม บนกระดาษแผ่นนั้นไม่ใช่ผังงานโค้ดหรือสมการคณิตศาสตร์ที่เธอคาดคิด แต่มันคือรายการข้อผิดพลาด (Error Log) ที่ถูกเขียนด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ละบรรทัดระบุถึงพฤติกรรมและความคิดของเขาเองในอดีตที่ผ่านมา *Error 01: เพิกเฉยต่อความรู้สึกของพริมโดยอ้างเหตุผลทางตรรกะ (ระดับความรุนแรง: สูง)* *Error 02: ดื้อรั้นและไม่ยอมรับฟังมุมมองที่แตกต่างในงานออกแบบ (ระดับความรุนแรง: สูงมาก)* *Error 03: ปล่อยให้ความกลัวที่จะสูญเสียการควบคุมมาบดบังความใส่ใจ (ระดับความรุนแรง: วิกฤต)* ด้านล่างสุดของรายการ มีหัวข้อที่เขียนด้วยลายมือหนักแน่นกว่าจุดอื่น: *Patch Notes / วิธีการแก้ไข:* *1. ขอโทษอย่างจริงใจต่อความผิดพลาดที่ผ่านมา* *2. ยอมรับว่าโลกไม่ได้มีเพียงแค่ชุดคำสั่ง 0 กับ 1 แต่มีความรู้สึกของพริมเป็นตัวแปรสำคัญที่ประเมินค่าไม่ได้* *3. ขอโอกาสเริ่มต้นกระบวนการทำความเข้าใจใหม่อีกครั้ง (Re-Initialize)* พริมอ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ รอยยิ้มบางๆ เผลอผุดขึ้นบนริมฝีปากของเธออย่างไม่อาจห้าม แม้ว่ามันจะเป็นวิธีง้อที่ดูเชยและเต็มไปด้วยความเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์แบบสุดๆ แต่มันกลับสะท้อนความพยายามและความจริงใจของคนตรงหน้าได้อย่างหมดเปลือก "นายเนี่ยนะ..." พริมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่สวยระบายด้วยประกายระยิบระยับที่เจือความขบขัน "เขียนรายงานวิเคราะห์ความผิดพลาดของตัวเองเนี่ยนะ ช่างเป็นวิธีง้อที่สมเป็นนายจริงๆ คินน์" คินน์เม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าของเขาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเห็นได้ชัด ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ก่อนที่เขาจะตัดสินใจพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่จริงจังที่สุดในชีวิต "ฉันรู้ว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง... และมักจะทำพังเสมอเวลาที่ต้องจัดการกับความรู้สึกของคนอื่น" คินน์ก้าวเข้าไปใกล้พริมอีกนิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "แต่ทุกบรรทัดในนั้น... ฉันคิดมันขึ้นมาจากความรู้สึกจริงๆ พริม ฉันขอโทษ" พริมเงียบไป เธอจ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและคาดหวังของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยแข็งกระด้างเริ่มอ่อนยวบลง ทว่าในจังหวะที่เธอก กำลังจะเอ่ยปากอภัยให้ *กริ๊งงงง!* เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกหอพัก หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานดีดตัวขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของทั้งคู่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ตัวอักษรสีเลือดกระพริบเตือนรัวเร็วพร้อมเสียงสังเคราะห์จากระบบ AI ส่วนกลางที่ดังขึ้นอย่างน่าขนลุก [ALERT: ตรวจพบการบุกรุกเครือข่ายระบบโครงงานหลักจากภายนอก!] [แหล่งที่มา: โปรโตคอลนิรนาม - รหัสลับระดับ SSS: "โปรแกรมทลายโครงสร้าง" ถูกเปิดใช้งานโดยบุคคลที่สาม!] [คำเตือน: ข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดของคินน์และพริมกำลังจะถูกลบถาวรภายใน 60 วินาที!] คินน์หน้าถอดสีทันที สัญชาตญาณนักวิศวกรพุ่งพล่าน เขากดเปิดแว่นตาโฮโลแกรมเพื่อตรวจสอบ IP Address ทันทีด้วยความตื่นตระหนก "บ้านน่า... ระบบป้องกันความปลอดภัยระดับนั้นถูกเจาะได้อย่างไร?!" พริมหันขวับมามองเขาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน "ใครเป็นคนทำ? หรือว่าจะเป็น..." ก่อนที่คินน์จะทันได้วิเคราะห์สมมติฐานใด ประตูห้องพักของพริมก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจากด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยارเยาะ ธันวา ประธานชมรมหุ่นยนต์ ยืนขวางทางเข้าออกพ่วงด้วยแท็บเล็ตในมือที่แสดงโค้ดคำสั่งโจมตีเต็มหน้าจอ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่า!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%