เสียงคีย์บอร์ดกลไกสวิตช์สีฟ้ากระทบกันเป็นจังหวะรัวเร็วราวกับเสียงฝนตกบนหลังคากระเบื้อง ในห้องแล็บวิจัยมืดสลัวที่มีเพียงแสงสีฟ้าอมม่วงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาของคินน์
นิ้วเรียวยาวหยุดชะงักลงกลางคัน รหัสโค้ดชุดสุดท้ายที่เพิ่งป้อนเข้าไปเพื่อสกัดกั้นการเจาะระบบ กลับถูกดีดกลับด้วยข้อความเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่บนหน้าจอหลัก
*Access Denied. Error Code: 0x889F.*
ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อย คินน์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขยับ ลมหายใจอุ่นร้อนถูกพ่นออกมาเพื่อกดความหงุดหงิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจากอกซ้าย ไม่ใช่เพราะระบบป้องกันของเขาถูกท้าทายจากแฮกเกอร์เงาปริศนาตัวนั้น แต่มันเป็นเพราะชุดคำสั่งที่อีกฝ่ายใช้... มันมีลายมือที่คุ้นเคยเกินไป คล้ายคลึงกับวิธีคิดของเขาเองเสียจนน่าขนลุก
"นายกำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่ ธันวา..." เสียงพึมพำลอดไรฟันด้วยความเย็นเยียบ
ทว่า ในขณะที่สมองส่วนตรรกะกำลังประมวลผลหาช่องโหว่เพื่อสวนกลับ ความสนใจของเขากลับถูกดึงดูดไปยังหน้าจอย่อยด้านขวา—หน้าจอที่ไม่ได้รันโค้ดโปรแกรม แต่เป็นหน้าจอแสดงผลกล้องวงจรปิดภายในห้องนั่งเล่นของอพาร์ตเมนต์ ที่ซึ่งพริมกำลังขดตัวอยู่บนโซฟาผ้าฝ้ายสีครีม ร่างบางในชุดนอนเสื้อยืดตัวโคร่งกำลังกอดหมอนอิงใบโปรดแน่น ดวงตากลมโตคู่นั้นเหม่อมองเพดานด้วยความกังวล ขณะที่มือเรียวก็ยังคงพิมพ์สมุดบันทึกไอเดียสำหรับโปรเจกต์งานแต่งแฟชั่นโชว์ของคณะนิเทศฯ ไม่ยอมพัก
ภาพนั้น... ทำไมมันถึงรบกวนสมาธิของเขาได้ขนาดนี้กันนะ
คินน์ยกมือขึ้นถอดแว่นตากอบกุมดวงตาที่เริ่มล้า เขานวดสันจมูกแรงๆ เพื่อเรียกสติ โลกของเขามีเพียงแค่ตัวเลข ศูนย์กับหนึ่ง คำสั่งและเงื่อนไข ตรรกะและผลลัพธ์ มันควรจะเป็นระบบปิดที่ไร้ซึ่งความผิดพลาดและไม่มีตัวแปรนอกเหนือการควบคุม แต่ตั้งแต่พริมก้าวเข้ามาในชีวิตเมื่อหลายเดือนก่อน ตัวแปรชิ้นนี้ก็เริ่มแทรกซึมเข้าไปทุกอณูของระบบ จนสมองส่วนที่ทำหน้าที่คำนวณอัลกอริทึมเริ่มรวนเรอย่างไร้สาเหตุ
ทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มสดใสของเธอ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลับกระตุกวูบ ทุกครั้งที่เธอขมวดคิ้วเพราะคิดงานไม่ออก เขากลับรู้สึกหงุดหงิดอยากเข้าไปช่วยแก้ปัญหาเสียเอง และยิ่งตอนนี้... เมื่อรู้ว่าข้อมูลส่วนตัวและตัวตนที่แท้จริงของพริมกำลังตกอยู่ในเป้าหมายของการโจมตีไซเบอร์ ความรู้สึกร้อนรนที่ประเดประดอนเข้ามาในอกมันรุนแรงเสียจนเขาแยกไม่ออกว่านี่คือ "สัญชาตญาณการป้องกันระบบ" หรือเป็นเพราะความหวาดกลัวลึกๆ ที่กลัวว่าเธอจะได้รับอันตรายกันแน่
"บ้าเอ้ย..." คินน์สบถเบาๆ กับความสับสนที่พรั่งพรูเข้ามาจนล้นทะลัก
เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ความรู้สึกที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ว่าจะใช้ตรรกะข้อไหนมาหักล้าง หรือเขียนฟังก์ชันเงื่อนไขซับซ้อนแค่ไหน ก็ไม่สามารถลบภาพดวงตาคู่นั้นออกจากหน่วยความจำในหัวสมองได้เลย มันเป็น บั๊ก (Bug) ร้ายแรงที่ระบบหัวใจของเขาปฏิเสธที่จะแก้ไข เพราะลึกๆ แล้ว เขากลับกลัวว่าถ้าหากล้างบั๊กตัวนี้ทิ้งไป... ตัวเขาเองอาจจะไม่เหลือความรู้สึกหลงเหลืออยู่อีกเลย
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ทำเอาคินน์สะดุ้งเล็กน้อย เขาหันขวับไปมองยังบานประตู ก่อนจะพบร่างบางของคนที่เพิ่งวนเวียนอยู่ในความคิดเมื่อครู่กำลังยืนกุมมือด้วยความลังเล พริมสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนอีกชั้น ใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ดวงตาส่อแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
"คินน์... ยังไม่นอนอีกเหรอคะ" เสียงหวานเอ่ยถามลอดผ่านช่องประตูที่เปิดแง้มไว้
คินน์รีบสวมแว่นตากลับเข้าที่เดิมอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดแว่นตาที่สะท้อนความสับสนในดวงตา เขาปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่นตามความเคยชิน แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตาม
"ยัง... กำลังเคลียร์โค้ดระบบอยู่น่ะ เธอเองก็ควรจะไปนอนได้แล้วนะ ดึกมากแล้ว" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามควบคุมไม่ให้มันสั่นไหว
พริมเม้มริมฝีปากน้อยๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ามาในห้องแลบ ช้าๆ เธอเดินมาหยุดอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอยังคงใช้ลอยแตะจมูกคินน์จนต่อมรับความรู้สึกทำงานอย่างรวดเร็ว พริมมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงรันโค้ดสีแดงเตือนภัยด้วยความไม่เข้าใจ แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเขา
"พริม... นอนไม่หลับค่ะ" เธอยอมรับตามตรงด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "พอคิดถึงเรื่องที่มีคนพยายามเจาะฐานข้อมูล... แล้วก็เรื่องที่เรากำลังเจออยู่ พริมรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินอยู่บนลวดสอดกลางอากาศเลยค่ะ คินน์..." เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเปราะบางและความเชื่อมั่นที่ผสมปนเปกัน "เราจะรอดจากเรื่องนี้ไปได้ใช่ไหมคะ?"
คำถามนั้น... เป็นคำถามธรรมดาที่ไร้ซึ่งชุดคำสั่งซับซ้อน แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้วิศวกรคอมพิวเตอร์ผู้มั่นใจในตรรกะทุกอย่างของโลก ถึงกับพูดไม่ออก
คินน์มองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ในเสี้ยววินาทีนั้น กำแพงป้องกันทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า เขารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก พร้อมๆ กับความกลัวที่จะสูญเสียสิ่งนี้ไปอย่างชัดเจน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว
เขาอยากจะบอกเธอด้วยตรรกะว่า *'ความน่าจะเป็นในการรอดคือ 98.7% หากเราทำตามแผน'* แต่ปากกลับหนักอึ้ง เพราะเขารู้ดีว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง... บางครั้งสมการความรักและความรู้สึกของมนุษย์ ก็ไม่มีสูตรตายตัวที่แน่นอน
คินน์ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งขยับเข้าไปใกล้พริมจนระยะห่างระหว่างเขากลัวจะหายใจรดกันได้ เขาเอื้อมมือออกไป หมายจะแตะลงบนไหล่บางเพื่อปลอบประโลมตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า—
กริ๊งงงง!
เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดดังลั่นสนั่นห้องแลบ หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามจอพร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน รหัสโค้ดร้อยบรรทัดถูกลบหายไปต่อหน้าต่อตา กลายเป็นข้อความตัวอักษรวิ่งผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว พร้อมกับโลโก้รูปหน้ากากหุ่นยนต์ที่ปรากฏขึ้นกลางจอหลัก
*System Breached. Download Completed.*
*เป้าหมาย: ไฟล์ลับ "Project Mirror" ถูกถ่ายโอนสำเร็จ*
คินน์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขารีบหันกลับไปที่หน้าจอเพื่อกดคำสั่งย้อนกลับ แต่ทว่า... หน้าจอทั้งหมดกลับถูกล็อกด้วยรหัสผ่านชุดใหม่ที่เขาไม่รู้จัก และในวินาทีนั้นเอง ลำโพงบลูทูธบนโต๊ะทำงานก็ส่งเสียงสัญญาณเชื่อมต่อเข้าสู่สายเรียกเข้าปริศนาจากภายนอก
ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงหัวhาะทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ดังลอดออกมาจากลำโพง
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมสุดท้ายนะ... คินน์ นายคิดว่านายเป็นคนควบคุมระบบทั้งหมดเหรอ? น่าขันสิ้นดี..."* เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทิ้งท้าย ก่อนที่สายจะตัดไปพร้อมกับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดและเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึกของคนทั้งคู่
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและไขรหัสหัวใจไปกับ "ลูกกวาดสีรุ้ง" นะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 27
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!