“คุณว่าอะไรนะ?”
น้ำเสียงของคินน์ขาดห้วงไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเขม็ง ตัวเลขยอดเงินในบัญชีที่เคยเป็นหลักล้าน ตอนนี้กลับถูกรีเซ็ตจนเหลือศูนย์อย่างสะอาดหมดจด พร้อมกับสัญลักษณ์รูปตัวหนอนสีแดงกระพริบเตือนรัวเป็นจังหวะ *‘System Locked: Unauthorized Access Detected’*
รอยยิ้มมุมปากของธันวาที่ยืนอยู่ไม่ไกล ค่อยๆ เจื่อนลงเมื่อเห็นบรรยากาศรอบตัวของนักศึกษาหนุ่มวิศวะคอมพิวเตอร์เริ่มเปลี่ยนไป อากาศในห้องแล็บหุ่นยนต์ดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลดลงหลายองศาในชั่วพริบตา คินน์ไม่ได้โวยวาย ไม่ได้ทุบโต๊ะ หรือแสดงอาการสติแตกตามแบบฉบับของคนที่เพิ่งถูกปล้นทรัพย์สินทางปัญญาและเงินทุนก้อนสุดท้ายไปจนหมดตัว เขากลับนิ่งเงียบ... นิ่งจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะไม้เป็นจังหวะอัลกอริทึมที่คุ้นเคย สามครั้ง สี่ครั้ง แล้วหยุดลง
“ฝีมือเธอบริหารจัดการระบบความปลอดภัยห่วยเองต่างหาก คินน์” ธันวาหัวเราะในลำคอ พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการกอดอกเชิดหน้า “ในโลกของโค้ด ใครมือไวกว่าย่อมชนะ นายประมาทเกินไปที่เอาฐานข้อมูลทั้งหมดมาไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางอันเดียว”
“ไม่ใช่ฝีมือธันวาหรอกค่ะ”
เสียงหวานใสดังก้องขึ้นจากหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่มุมห้อง ภาพโลโก้รูปหุ่นยนต์กระต่ายสีพาสเทล—สัญลักษณ์ของโปรเจกต์ ‘Heart-Sync’ ที่พริมและคินน์ร่วมกันพัฒนาขึ้นมาตลอดสามเดือน—ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างคอมมานด์ไลน์สีเขียวเข้มที่วิ่งรัวเร็วเป็นพรืด ก่อนที่ภาพวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์จะปรากฏขึ้น ใบหน้าเรียวสวยของพริมปรากฏอยู่บนจอ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความซุกซนและชัยชนะ รอยยิ้มกว้างระบายอยู่บนเรียวปากอิ่ม
“พริม...” คินน์ครางชื่อนั้นออกมาเบาๆ ความตึงเครียดในแววตาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความประหลาดใจระคนโล่งอกที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว “นี่เธอกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คะ? รู้ไหมว่าระบบสำรองข้อมูลทั้งหมดกำลังจะถูกฟอร์แมตถ้าตัวเลขในลูปนี้ผิดพลาดไปแค่นิดเดียว”
“ก็เพราะรู้ไงคะ ฉันถึงต้องลงมือเอง” พริมหัวเราะคิกคัก ยื่นมือเรียวเล็กไปกดปิดการล็อกระบบบนหน้าจอฝั่งเธอ เสียงเตือนภัยสีแดงจึงเปลี่ยนเป็นสีฟ้าใสในที่สุด “ยินดีด้วยนะคะคินน์... ที่บัญชีธนาคารและฐานข้อมูลทั้งหมดของพวกเรา ปลอดภัยจากการถูกแฮกโดยกลุ่มทุนภายนอกแล้วเรียบร้อยค่ะ!”
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง “เธอ... เธอกำลังพูดถึงอะไร? ฉันต่างหากที่เป็นคน...!”
“คุณธันวาคะ” พริมหันมามองกล้องด้วยสายตานิ่งสนิท รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป เหลือไว้เพียงความเฉียบ
คมที่ทำให้ประธานชมรมหุ่นยนต์ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ “ระบบป้องกันที่นายคินน์เขียนขึ้นมาน่ะ มีช่องโหว่จริงค่ะ... ช่องโหว่ที่จงใจเปิดไว้ล่อให้แฮกเกอร์เงาจากบริษัทคู่แข่งติดกับดัก และคนที่คอยซ้อนแผนเขียนโค้ดดักจับ IP Address ของพวกเขากลับอีกที ก็คือฉันเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยเป็นตัวล่อชั้นดีให้แผนการของเราสมบูรณ์แบบ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแล็บอีกครั้ง ธันวากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องเหลือเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคลื่นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น
คินน์ถอนหายใจยาวเหยียด ถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มือคลึงขมับเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับภาพของหญิงสาวบนจอโปรเจกต์เตอร์
“เธอเก่งเกินไปแล้วนะคะ พริม” น้ำเสียงของชายหนุ่มเจือแววอ่อนอกอ่อนใจ แต่นัยน์ตากลับทอประกายอบอุ่นอย่างที่หา
ดูได้ยาก “รู้ตัวไหมว่าเธอทำให้ฉันเกือบหัวใจวาย”
“ก็อยากให้คุณเรียนรู้บ้างนี่คะว่า โลกนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยตรรกะและเงื่อนไข ‘ถ้า-มิฉะนั้น’ (If-Else) เสมอไป บางครั้ง... มนุษย์เราก็ต้องอาศัยสัญชาตญาณและความเสี่ยงบ้าง” พริมยิ้มละไม ดวงตาคู่สวยมองทะลุกรอบจอตรงมายังเขา “ตอนนี้ภารกิจของเราสำเร็จลุล่วงแล้วนะคะ นายวิศวกรอัจฉริยะ”
สามสิบนาทีต่อมา ณ ดาดฟ้าอาคารคณะนิเทศศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ยามค่ำคืนราวกับดวงดาวบนพื้นดิน ลมเย็นๆ พัดพาเอาGליิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิมาปะทะผิวกาย พริมยืนกอดอกมองทิวทัศน์ตรงหน้า ขณะที่เสียงฝีเท้าคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายเขา ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกดูผ่อนคลายกว่าทุกวัน มือถือกระป๋องเครื่องดื่มโซดาสองกระป๋อง ยื่นส่งให้เธอหนึ่งกระป๋องโดยไม่พูดอะไร
“คิดไม่ถึงเลยนะคะว่าคนอย่างคินน์จะยอมโดดเรียนคาบสุดท้ายมาที่นี่ได้” พริมรับกระป๋องเครื่องดื่มมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสโดนมือของเขาโดยบังเอิญจนต้องรีบชักมือกลับเบาๆ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้าง แม้ว่าแสงไฟบนดาดฟ้าจะสลัวก็ตามที
“เพราะมีอัลกอริทึมตัวหนึ่งคอยรบกวนการประมวลผลของผมต่างหากค่ะ” คินน์หันมามองหน้าเธอ ดวงตาคมเข้มสะท้อนแสงดาวจากท้องฟ้า “ตั้งแต่รู้จักเธอ... อัตราความผิดพลาดในชีวิตของผมก็พุ่งสูงขึ้นเกินร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดเวลา”
พริมหันขวับมามองค้อน “นี่คุณกำลังชมหรือกำลังต่อว่าฉันกันแน่คะ?”
“กำลังสารภาพต่างหากค่ะ”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังจนทำให้ลมหายใจของพริมสะดุด คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นมิ้นท์จางๆ ลอยมาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่คืบ ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านท่ามกลางสายลมเย็นยามค่ำคืน
“พริม...” เสียงทุ้มต่ำเอաբชื่อเธอแผ่วเบา ราวกับกำลังท่องคาถา “ขอบคุณนะคะที่เข้ามาในระบบชีวิตของผม... และช่วยรื้อถอนกำแพงที่ผมสร้างไว้ทั้งหมด”
พริมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจในอกเต้นรัวแรงราวกับโพรเซสเซอร์ที่กำลังทำงานเกินขีดจำกัด ใบหน้าของคินน์โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนกระทั่งความนุ่มนวลอบอุ่นสัมผัสเข้าที่เรียวปากของเธออย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน มันไม่ใช่จูบที่เร่งรีบหรือเต็มไปด้วยความเร่าร้อน แต่เป็นสัมผัสที่ลึกซึ้ง อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่ชายหนุ่มไม่เคยเอ่ยปากบอกเป็นคำพูด ท่ามกลางแสงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นเบาๆ จากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของคินน์ แต่ทั้งคู่ไม่มีใครสนใจมันอีกต่อไปแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงประตูทางขึ้นดาดฟ้า แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยและรอยยิ้มเย็นเยียบของใครบางคน—บุคคลที่ควรจะอยู่ที่ต่างประเทศ และไม่ควรปรากฏตัวที่นี่ในเวลานี้เด็ดขาด
*“น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ... พี่ชาย”* เสียงหวานเยือกเย็นเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือของเธอกำลังแสดงโค้ดคำสั่งสีเลือดที่พร้อมจะลบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาสร้างขึ้นให้หายวับไปกับตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและคอยสนับสนุน "ลูกกวาดสีรุ้ง" เสมอมานะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 30
จูบแรกใต้แสงดาว
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!