เสียงปรบมือระลอกใหญ่ดังผสมปนเปไปกับเสียงเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ในคาเฟ่ใต้ตึกคณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยไอร้อนจากความกระตือรือร้นและกลิ่นอายของกระดาษโน้ตโพสต์อิตนับร้อยแผ่นที่แปะอยู่เต็มกระจกใส
“ถ้าโปรเจกต์ ‘อาร์ค’ ของนายเป็นแค่โค้ดดิ้งหน้าตาประหลาดบนหน้าจอดำๆ มืดๆ เหมือนที่ผ่านมา... ฉันรับรองได้เลยว่าอีกสัปดาห์เดียว มหาวิทยาลัยได้สั่งรื้อถอนระบบทิ้งโดยที่นายยังไม่ทันได้อธิบายอะไรด้วยซ้ำค่ะ คินน์”
พริมเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางปึกเอกสารงบประมาณลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่น ดวงตากลมโตฉายแววเอาจริงเอาจังจนเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่รวบไว้หลุดลุ่ยลงมาปรกข้างแก้ม เธอไม่ได้กำลังบ่น แต่เธือกำลังเตือนสติชายหนุ่มผู้กำลังจดจ่ออยู่กับการเคาะแป้นพิมพ์แท็บเล็ตด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คินน์ชะงักมือที่กำลังรัวนิ้ว ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสเหลือบมองหน้าจอแสดงผลอัลกอริทึมที่เขากำลังพัฒนาข้ามคืน ค่าพารามิเตอร์ของระบบ ‘อาร์ค’ กำลังกระพริบเตือนสีแดงฉาน บ่งบอกถึงข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และงบประมาณที่ร่อยหรอจนเกือบถึงขีดวิกฤต
“ระบบไม่ได้ผิดพลาด พริม... มันแค่ยังขาดทรัพยากรป้อนเข้า” คินน์ตอบเสียงเรียบ ลมหายใจของเขาเจือความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด “ถ้าเราหาเงินทุนอุดหนุนอีกสามหมื่นบาทภายในสัปดาห์นี้ เซิร์ฟเวอร์ต้นแบบก็จะรอดจากการถูกลบ”
“สามหมื่นบาทในเจ็ดวัน สำหรับนักศึกษาปีสามที่กระเป๋าแฟบเนี่ยนะคะ?” พริมแค่นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะดึงเก้าอี้มานั่งประชิด “นั่นแหละคือเหตุผลที่เราต้องจัดอีเวนต์นี้ไงล่ะคะ ‘ระดมทุนฉบับวัยรุ่น’ แบบฉบับคณะนิเทศฯ ร่วมกับวิศวะคอมฯ ที่นายเกลียดนักเกลียดหนา”
แผนการที่พริมร่างขึ้นมาไม่ใช่แค่การตั้งโต๊ะเรี่ยไรเงินแบบเชยๆ ทั่วไป แต่เป็นการจำลองโลกเสมือนจริงขนาดย่อมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองสัมผัสปฏิสัมพันธ์กับ AI ของคินน์ผ่านเกมไขปริศนาเชิงตรรกะ โดยมีผลตอบแทนเป็นของที่ระลึกสุดน่ารักที่เธอเป็นคนออกแบบเองทั้งหมด
โต๊ะจัดแสดงถูกเนรมิตขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่สะดุดตา ป้ายผ้าแคนวาสเขียนข้อความกวนๆ ว่า *“ร่วมบริจาคให้เด็กวิศวะสมองไหม้ แล้วคุณจะรอดพ้นจากบั๊กในใจ”* เรียกเสียงหัวเราะจากนักศึกษาที่เดินผ่านไปผ่านมาได้เป็นอย่างดี
คินน์ยืนมองความวุ่นวายรอบตัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขามักจะคุ้นชินกับการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตามลำพังในห้องมืดๆ การต้องมายืนยิ้ม ต้อนรับ และอธิบายตรรกะซับซ้อนให้คนทั่วไปฟังด้วยภาษาง่ายๆ เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือฟังก์ชันที่เขาเคยตั้งค่าไว้ แต่ทุกครั้งที่เขาหันไปเห็นรอยยิ้มมั่นใจของพริมที่กำลังเอ่ยปากชักชวนรุ่นน้องปีหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว หัวใจของเขากลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
“นี่ นายอย่าทำหน้าเหมือนหุ่นยนต์กระป๋องใกล้หมดแบตสิคะ ยิ้มหน่อย!” พริมกระซิบรดต้นแขนของเขาเบาๆ เมื่อเห็นกลุ่มนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจกลุ่มใหญ่เดินตรงมาที่บูธ “ลูกค้ารายใหญ่มาแล้วค่ะ ท่านประธานบริษัทอนาคตไกล... เชิญทางนี้เลยค่ะ!”
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก บังคับกล้ามเนื้อใบหน้าให้ผ่อนคลาย ก่อนจะเริ่มอธิบายระบบจำลองด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบแต่หนักแน่น ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรวดเร็วทำให้เขาสามารถตอบคำถามและโน้มน้าวใจผู้ร่วมงานได้อย่างน่าทึ่ง พริมยืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่งในแววตา เธอไม่เคยปฏิเสธเลยว่าเวลาที่คินน์ตั้งใจทำอะไรสักอย่างโดยใช้ความฉลาดเป็นตัวนำทาง เขามีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างประหลาด
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ยอดบริจาคในกล่องใสค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งตัวเลขทะยานเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ บรรยากาศแห่งความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของคนทั้งคู่ เสียงหัวเราะและคำชื่นชมจากผู้คนทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดสัปดาห์มลายหายไปสิ้น
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังดำเนินไปด้วยดี เงาร่างสูงโปรดของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าบูธ รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลนั้นทำให้เสียงรอบข้างเงียบลงทันที
ธันวา ในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มสะอาดตา ยืนกอดอกมองกล่องรับบริจาคและหน้าจอแสดงผลของโปรเจกต์ ‘อาร์ค’ ด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตาของประธานชมรมหุ่นยนต์กวาดมองคินน์และพริมด้วยความรู้สึกสมเพชระคนดูแคลน
“เรี่ยไรเงินเด็กๆ ไปวันๆ เพื่อต่อลมหายใจให้โปรเจกต์ขยะเนี่ยนะ คินน์?” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังพอให้คนรอบข้างหันมามอง “นายคิดจริงๆ เหรอว่าเศษเงินพวกนี้จะซื้อเวลาให้ระบบกากๆ ของนายรอดพ้นจากการตรวจสอบของคณะกรรมการได้?”
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย ตรรกะในหัวประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วเพื่อหาจุดอ่อน แต่วันนี้เขากลับรู้สึกว่าความอดทนที่มีต่อธันวาได้เดินทางมาถึงขีดจำกัดแล้ว พริมขยับตัวเข้ามาขวางเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างเปิดเผย
“ถ้าโปรเจกต์นี้มันแย่ขนาดนั้น ทำไมคุณธันวาถึงต้องคอยตามมาขัดขวางทุกวิถีทางด้วยล่ะคะ หรือว่ากลัวว่านวัตกรรมที่ล้าสมัยของชมรมหุ่นยนต์จะถูกเขี่ยตกกระดานกันแน่?” พริมสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน
ธันวาหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองเลยผ่านพริมไปสบตากับคินน์ตรงๆ “ฉันไม่ได้กลัวอะไรเด็กกะโปโลหรอกพริม... แต่ที่ฉันมาวันนี้ เพราะอยากจะบอกนายให้รู้ไว้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”
มือหนาของธันวายื่นสมาร์ทโฟนขึ้นมา หน้าจอแสดงผลข้อความแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางของมหาวิทยาลัยที่เป็นทางการอย่างยิ่ง
“คำสั่งระงับการใช้เซิร์ฟเวอร์ถาวร... ถูกอนุมัติลงมาตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว” ธันวาแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม “ต่อให้นายระดมทุนได้อีกสิบล้าน ก็ไม่มีที่ให้รันโค้ดบ้าๆ ของนายอีกต่อไปแล้วล่ะ คินน์”
คินน์นิ่งค้างไปทันที ตัวเลขยอดเงินบริจาคในมือสั่นไหวเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลอย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์ลงชั่วขณะเมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้าย พริมหน้าถอดสี เธอรีบหันไปมองหน้าจอแท็บเล็ตของคินน์ที่ปรากฏข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมกันพอดี
*System Error: Access Denied. All nodes have been forcefully disconnected.*
ก่อนที่ใครจะทันได้เอ่ยคำพูดใดต่อ หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับจัดแสดงงานในคาเฟ่ก็เกิดอาการกระพริบดับวูบลงพร้อมกันทุกจอ ภาพโฆษณาและข้อมูลทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปกะโหลกสีดำสนิท พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบฉุกเฉินดังระรัวก้องไปทั่วตึก คล้ายกับเสียงสัญญาณเตือนภัยในหลุมหลบภัยใต้ดิน
ดวงตาสนเท่ห์ของคินน์เบิกกว้างขึ้นเมื่อโค้ดปริศนาชุดหนึ่งเริ่มรันตัวเองขึ้นบนหน้าจอหลักโดยไม่มีใครควบคุม มันไม่ใช่ฝีมือของมหาวิทยาลัย และแน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือของธันวา...
“นั่นมัน... โค้ดบุกรุกจากภายนอก?” คินน์พึมพำเสียงเบาหวิว
ทันใดนั้น หน้าจอก็ปรากฏข้อความทักทายสั้นๆ พร้อมพิกัดตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันของพวกเขาในคาเฟ่แห่งนี้
*“ยินดีด้วยที่หาเงินได้ครบ... แต่ตอนนี้ บัญชีธนาคารและฐานข้อมูลทั้งหมดของพวกนาย ถูกฉันยึดไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ คินน์”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมลุ้นไปกับก้าวสำคัญของคินน์และพริมในตอนนี้นะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 29
ระดมทุนฉบับวัยรุ่น
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!