โลหิตอุ่นร้อนหยดหนึ่งกระเซ็นต้องพวงแก้มขาวดุจหยกสลักของนาง ทว่าเซียนจื่อเวยมิได้เบี่ยงหลบ สายตาคู่คมปลาบของนางยังคงสะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่ง—หลี่มู่เฉิน
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือโถงหินอัคคีทมิฬ ศพของยอดฝีมือสำนักมารโลหิตนับสิบชีวิตนอนเกลื่อนกลาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนไปกับไอเย็นเยือกของกระบี่จันทร์กระจ่างในมือของหญิงสาว ทว่าศูนย์กลางของความพินาศนี้หาใช่พลังของนางไม่ หากแต่เป็นเงาร่างอันโดดเดี่ยวที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
หลี่มู่เฉินในยามนี้ เสื้อคลุมสีดำสนิทขาดวิ่นจนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นอันเกิดจากทัณฑ์สวรรค์และคมกระบี่นับไม่ถ้วน ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น ทว่าดวงตากลับคมกริบราวนedeคมกระบี่ที่เพิ่งผ่านการลับในน้ำโลหิต มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันฟ้าดิน พลังปราณวิปลาสในตันtian (จุดตันเถียน) ปั่นป่วนจนเกิดเป็นเสียงคำรามต่ำในลำคอคล้ายพยัคฆ์บาดเจ็บ
"เจ้าบ้า… ฝืนใช้เคล็ดกระบี่สลายดาราเช่นนี้ ร่างกายของเจ้าจะแหลกสลายเป็นจุล!"
เสียงของเซียนจื่อเวยหลุดลอดริมฝีปากบางเฉียบ แม้จะพยายามรักษาความเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งบนยอดเขา 10,000 ปีไว้เพียงใด ทว่าปลายนิ้วที่กุมด้ามกระบี่กลับสั่นเทาเล็กน้อย ความกังวลที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังกัดกินหัวใจเซียนผู้สูงส่ง
หลี่มู่เฉินไม่ตอบคำ เขาเพียงปรายตามองนางแวบหนึ่ง แววตานั้นเต็มไปด้วยความทะนงตนและความดื้อรั้นที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด แม้กระทั่งสวรรค์
"จื่อเวยถอยไป" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคงดุจภูผา "พวกมันไม่ได้มาเพื่อล่าข้า... แต่พวกมันมาเพื่อเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของวิถีกระบี่ที่ข้าเชื่อมั่น คนเช่นนี้... สมควรตายใต้คมกระบี่ไร้ลักษณ์ของข้าเท่านั้น"
สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าสีเลือดอีกครา คราวนี้ไม่ใช่เพียงการจู่โจม แต่เป็นการปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งกระบี่วิปลาสสะบั้นดารา! ท้องฟ้าเหนือโถงหินพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน เมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ หยาดฝนสีเลือดเริ่มโปรยปรายลงมา ชะล้างคราบโลหิตบนพื้นดินให้ไหลนองเป็นสายธาร
ผู้อาวุโสพรรคโลหิตผู้หนึ่ง ซึ่งอยู่ในขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ แผดเสียงคำรามลั่นด้วยความหวาดกลัว ยามเผชิญหน้ากับกระบวนท่าที่ไร้ซึ่งรูปแบบและเหตุผลของหลี่มู่เฉิน กระบี่ในมือของจอมยุทธ์หนุ่มไม่ได้วาดไปตามวิถีแห่งเต๋าอันบริสุทธิ์ แต่มันวาดไปตามสัญชาตญาณ ความบ้าคลั่ง และเจตจำนงที่ต้องการฝืนลิขิตสวรรค์
*ฉับ!*
ประกายกระบี่สีโลหิตพาดผ่านความมืดมิด ตัดสินความเป็นความตายในเสี้ยวลมหายใจ ศีรษะของยอดฝีมือพรรคโลหิตลอยละลิ่วท่ามกลางสายฝนสีเลือด ร่างไร้หัวล้มลงกระแทกพื้น เสียงกระดูกหักและเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายดังประสานกับเสียงคำรามของสายฟ้า
หลี่มู่เฉินยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝน หยดน้ำผสมกับโลหิตไหลอาบใบหน้าคมคาย แผ่นหลังของเขายังคงเหยียดตรง ไม่ยอมโค้งคำนับให้แก่ความตายหรือโชคชะตาใดๆ
เซียนจื่อเวยยืนมองภาพนั้น หัวใจที่เคยสงบนิ่งราวน้ำในบึงโบราณกลับกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง นางพบว่าตนเองไม่ได้มองเขาเป็นเพียงสหายร่วมทางชั่วคราวอีกต่อไปแล้ว ภาพของบุรุษผู้ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินด้วยตัวคนเดียวผู้นี้ ได้สลักลึกEลงในห้วงความรู้สึกของเทพธิดาผู้เย็นชาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ความรู้สึกห่วงหาอาทรที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าก้าวล่วงเข้าไป บัดนี้กลับเอ่อล้นทะลักทลายกำแพงแห่งเซียนของนางจนหมดสิ้น
นางก้าวเท้าเข้าไปหาเขาช้าๆ ในมือถือผ้าแพรขาวบริสุทธิ์เตรียมจะเช็ดคราบโลหิตบนใบหน้านั้น ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะทันได้สัมผัสผิวแก้มของเขา แผ่นดินเบื้องล่างกลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น!
รอยแยกขนาดมหึมาปริตัวออกตรงใจกลางโถงหิน ไอพลังมารสีดำสนิทพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานมาจากขุมนรกเบื้องล่าง—เสียงที่ทำให้วิญญาณของยอดฝีมือต้องสั่นสะท้าน
"ฮ่าๆๆๆ... นึกไม่ถึงว่าในดินแดนรกร้างเช่นนี้ จะยังมีทายาทแห่งกระบี่วิปลาสหลงเหลืออยู่... หลี่มู่เฉิน เจ้าคิดว่าสังหารมดปลวกพวกนี้แล้วจะรอดพ้นเงื้อมมือข้าไปได้งั้นหรือ?"
เงาร่างมหึมาในชุดเกราะโบราณขึ้นสนิม ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาจากรอยแยก แววตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่หลี่มู่เฉินและเซียนจื่อเวยด้วยจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนบรรยากาศรอบกายให้กลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา!
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งชะตากรรมมา ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 8
หยาดฝนสีเลือด
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!