"วิถีแห่งเต๋าที่แท้จริง หาใช่การกลืนกินฟ้าดินเพื่อสถาปนาตนเป็นเซียน... แต่เป็นการยอมจำนนต่อความว่างเปล่า แล้วปล่อยให้ฟ้าดินกลืนกินตัวตนต่างหาก"
เสียงทุ้มต่ำแต่กังวานราวกับเสียงระฆังสำริดในอารามร้าง ดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบงันของผืนป่าไผ่อัคคี ใบไผ่สีแดงฉานดั่งโลหิตปลิวว่อนตามแรงลมปราณที่หมุนวนอยู่รอบกายของบุรุษผู้หนึ่ง หลี่มู่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินศิลาสีดำสนิท ดวงตาคมกล้าคู่นั้นปิดสนิท ทว่าจิตสัมผัสกลับแผ่ขยายออกไปไกลนับร้อยลี้ ราวกับกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ซ่อนคมอยู่ในฝักอันลึกเร้น
ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวดอกเหมันต์กำลังยืนประทับนิ่งอยู่บนยอดกิ่งไผ่ เซียนจื่อเวยยลโฉมงามล้ำราวภาพวาด ทว่าแววตาคู่พญาหงส์กลับเยียบเย็นและเต็มไปด้วยความครุ่นคิด นางมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าผู้ใดจะหยั่งถึง เทพธิดาผู้สูงส่งแห่งสำนักจันทร์กระจ่างผู้ไม่เคยชายตาดูลมหายใจของสรรพชีวิต กลับต้องมาหยุดฝีเท้าและร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับจอมยุทธ์นอกรีตผู้ถูกสวรรค์และแผ่นดินทอดทิ้งผู้นี้
"ท่านกำลังพูดจาเพ้อเจ้ออะไรอีกแล้ว หลี่มู่เฉิน"
เสียงหวานใสที่เจือความเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันลง นางก้าวเท้าลงจากยอดไผ่โดยไร้ซึ่งสรรพเสียง ร่างบางเคลื่อนไหวราวนางฟ้าเหินหิ้ว ทว่าไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกลับทำให้หยาดน้ำค้างบนใบไม้รอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา
"เพ้อเจ้ออย่างนั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินลืมตาขึ้น ชั่วพริบตาที่นัยน์ตาทั้งสองประสานกัน ประกายแสงสีนิลกาฬวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง คล้ายดวงดาวที่กำลังดับสลายในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง "จื่อเวย เจ้าลองมองดูวิถีเซียนที่พวกเจ้าไขว่คว้าดูสิ การแย่งชิงแก่นแท้ฟ้าดิน การฝืนชะตากรรมเพื่อต่ออายุขัยให้ยืนยาวออกไปอีกนับร้อยนับพันปี นั่นคือวิถีแห่งเต๋าที่แท้จริง หรือเป็นเพียงความหวาดกลัวต่อความตายของปุถุชนที่สวมอาภรณ์หรูหรากันแน่?"
คำถามนั้นราovคมกระบี่ที่พุ่งตรงเข้าเสียดแทงจิตใจของเซียนจื่อเวย นางชะงักฝีเท้าลง เลือดลมในกายพลุ่งพล่านขึ้นมาวูบหนึ่ง นางเติบโตมาในสำนักจันทร์กระจ่าง ถูกพร่ำสอนให้ยึดมั่นในกฏเกณฑ์ สำเร็จมรรคผล ทะลวงขอบเขตเพื่อปกป้องความสงบสุขของโลกมนุษย์ตามบัญชาสวรรค์ ทว่าไม่เคยมีใคร... แม้แต่อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ นางเคยตั้งคำถามถึงแก่นแท้เบื้องหลังความยิ่งใหญ่นี้เลยสักครั้ง
เซียนจื่อเวยขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตา "โลกใบนี้มีกฏเกณฑ์ของมัน ฟ้าดินกำหนดให้ผู้แข็งแกร่งปกครองผู้อ่อนแอ ผู้บำเพ็ญเพียรต้องฝืนลิขิตฟ้าเพื่อไปให้ถึงฝั่งฝัน หากไม่มีกฏเกณฑ์ โลกหล้าคงไม่ต่างอะไรกับแดนมิคสัญีย์ที่ฝูงอสูรกลืนกินกันเอง ท่านจะบอกว่าวิถีของพวกเราไร้ค่าอย่างนั้นหรือ?"
หลี่มู่เฉินหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะของเขามีความเย้ยหยันต่อโชคชะตาอย่างชัดเจน ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาไม่ได้แผ่ไอพลังปราณที่น่าสะพรึงกลัวออกมาแม้แต่น้อย ทว่ากลับให้ความรู้สึกราวกับภูเขาไท่ซานที่ค้ำจุนฟ้าดิน ทะนงตนและโดดเดี่ยว
"กฏเกณฑ์งั้นหรือ?" หลี่มู่เฉินก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษที่เจือด้วยกลิ่นอายคาวเลือดและกลิ่นอายกระบี่จางๆ ลอยเข้าจมูกของเซียนจื่อเวย ทำให้นางเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "สำนักของเจ้า ศิษย์พี่ศิษย์น้องของเจ้า หรือแม้กระทั่งเบื้องบนที่พวกเจ้ากราบไหว้บูชา แท้จริงแล้วพวกมันต่างหากคือผู้ที่เหยียบย่ำกฏเกณฑ์เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง จื่อเวย... เจ้าเคยใช้ตาสองข้างของตนเองมองดูความเน่าเฟะเบื้องหลังรอยยิ้มอันเมตตาของเหล่าเซียนผู้สูงส่งเหล่านั้นบ้างหรือไม่?"
บรรยากาศรอบกายพลันอึมครึมลงทันที ลมพายุหมุนวนหอบเอาเศษใบไผ่อัคคีปลิวว่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า ดั่งมังกรเพลิงที่กำลังคำราม เซียนจื่อเวยนิ่งงัน คำพูดของหลี่มู่เฉินเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของนาง ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่สำนักจันทร์กระจ่างส่งกองกำลังเข้ากวาดล้างหมู่บ้านผู้บริสุทธิ์เพียงเพราะพวกเขาขวางทางเส้นทางการรวบรวมสมุนไพรวิญญาณ—ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพฉายซ้ำ รอยยิ้มอันเมตตาของเจ้าสำนักในวันนั้น กลับกลายเป็นรอยยิ้มของอสูรกายในสายตาของนางตอนนี้
ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นชาที่เคยใช้ห่อหุ้มตัวตนเริ่มร้าวราน นางเบือนหน้าหนีสายตาที่ลึกซึ้งและอ่านยากของชายหนุ่ม "หุบปากเสีย... ท่านไม่มีสิทธิ์มาพูดจาดูหมิ่นสำนักของข้า!"
"ข้าไม่ได้ดูหมิ่นสำนักของเจ้า แต่ข้ากำลังพูดความจริงที่เจ้าพยายามหลับตาข้างหนึ่งมาตลอดชีวิตต่างหาก" หลี่มู่เฉินหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาว ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและไอเย็นยะเยือกที่ปะทะกันอย่างดุเดือดในอากาศ
เซียนจื่อเวยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยแดงก่ำเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจ นางรู้สึกราวกับว่าเกราะป้องกันที่นางสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตกำลังจะพังทลายลงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำของบุรุษผู้นี้ มือเรียวบางสั่นเทาเผลอยื่นไปแตะที่ด้ามกระบี่วิเศษ "จันทราพเนจร" ที่เหน็บอยู่ข้างเอวโดยอัตโนมัติ
"หากท่านยังกล้าพูดจาเช่นนี้อีก... อย่าหาว่ากระบี่ในมือของข้าไร้ความปรานี" น้ำเสียงของนางแม้จะพยายามทำให้แข็งกร้าวเพียงใด แต่กลับสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังจับสังเกตได้
หลี่มู่เฉินไม่เพียงไม่ถอยหลัง เขากลับยื่นมือขวาออกไปช้าๆ ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการผ่านศึกมาโชกโชน แตะเบาๆ ที่หลังมือเรียวของนางที่กำลังกำด้ามกระบี่แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาตัดผ่านไอเย็นยะเยือกของวิชาจันทร์กระจ่างได้อย่างน่าประหลาด
เซียนจื่อเวยสะดุ้งสุดตัว ร่างกายแข็งทื่อ ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระดูกสันหลัง นางไม่เคยถูกบุรุษใดแตะเนื้อต้องตัวใกล้ชิดเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะบุรุษที่เป็นอริและสหายร่วมทางในเวลาเดียวกัน หัวใจดวงน้อยที่เต้นระรัวในอกเริ่มส่งเสียงดังจนกลบเสียงลมพายุรอบกาย
"หากเจ้าจะชักกระบี่แทงข้า จงใช้มันแทงลงมาที่หัวใจของข้าตรงๆ เสียดีกว่า..." หลี่มู่เฉินกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความเย้ายوانและอำนาจลึกลับที่ไม่อาจต้านทาน "แต่จจำไว้... ต่อให้กระบี่ของเจ้าคมปลาบเพียงใด มันก็ไม่อาจตัดขาดความรู้สึกที่แท้จริงที่เจ้าซ่อนไว้ในส่วนลึกของดวงใจได้หรอก"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่เคยปลอดโปร่งเหนือผืนป่าไผ่อัคคีก็เกิดเสียงคำรามกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม เมฆสีดำทะม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับประกายสายสีม่วงเข้มที่แลบแปลบปลาบอยู่เบื้องบน แรงกดดันมหาศาลจากทัณฑ์สวรรค์พุ่งทะยานลงมาปกคลุมพื้นที่โดยรอบจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าปริแตก
หลี่มู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ในขณะที่เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างสีดำนับสิบสายปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในพริบตา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วป่า
"ฮ่าๆๆๆ... ในที่สุดก็หาพวกเจ้าเจอ หลี่มู่เฉิน วันนี้คือวันตายของเจ้า และเซียนจื่อเวย... เจ้าทรยศต่อสำนัก ต้องมีจุดจบที่ไม่ต่างกัน!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งชะตากรรมมา ณ ที่นี้นะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 6
ปรัชญาเต๋าที่ถูกลืม
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!