เสียงกวาดตะหลิวเหล็กกระทบกับผิวwokเหล็กหล้าดัง *เคร้ง! แคร้ง!* เป็นจังหวะจะโคน ท่ามกลางประกายไฟสีส้มที่พวยพุ่งขึ้นเลียเพดานหินอัคนีของชั้นที่สามสิบเจ็ดอย่างแม่นยำ เมล็ดข้าวหอมมะลิเก่าข้ามปีที่ถูกเคลือบด้วยไข่ไก่สีทองอร่ามจนทั่วทุกอณูเต้นระรำอยู่กลางกระทะ แรงเหวี่ยงข้อมือของผมไม่ได้ใช้เพียงแค่พละกำลัง แต่เป็นทักษะการคำนวณฟิสิกส์และการไหลเวียนมานาขั้นพื้นฐานที่ถูกย่อส่วนลงมาเหลือเพียงศาสตร์แห่งการผัดข้าว
"กลิ่น... กลิ่นนี่มันอะไรกันวะเนี่ย?"
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังมาจากมุมมืดของอุโมงค์หินทางเข้าเขตแดนร้านอาหาร 'ครัวก้นบึ้ง' เสียงนั้นเจือไปด้วยความหวาดระแวงและอาการสั่นเทาของฮันเตอร์มือใหม่ที่เพิ่งก้าวขาพ้นเขตหมอกพิษเข้ามา
ผมชำเลืองสายตาผ่านควันหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวและต้นหอมซอย ขยับมุมปากยิ้มเล็กน้อยตามสัญชาตญาณพ่อค้า ขณะที่เซราฟิน อาจารย์สาวลึกลับสวมเสื้อคลุมคลุมศีรษะซึ่งกำลังนั่งจิบชาสมุนไพรอยู่ที่โต๊ะไม้โอ๊กมุมร้าน ถึงกับวางถ้วยแอนทีคลงอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาสสีม่วงเข้มของเธอกวาดมองไปยังแขกผู้มาเยือนกลุ่มนั้นด้วยความสนใจใคร่รู้
"ระ... ระวังตัวด้วย! เจ้าพวกนั้นมัน... มันคือบอสระดับภัยพิบัติไม่ใช่เรอะ!" เสียงของเด็กหนุ่มสวมเกราะหนังราคาถูกตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก เขากำดาบสั้นในมือแน่นจนข้อ นิ้วซีดขาว ดวงตาเบิกโพ้งจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
ภาพที่ทำให้ฮันเตอร์มือใหม่สามชีวิตขาสั่นพับๆ จนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ไม่ใช่กองซากศพหรือกองสมบัติเกลื่อนกราด แต่เป็น 'ราชาออร์คโลหิต' มอนสเตอร์แรงก์ A ร่างยักษ์สูงสองเมตรครึ่ง กล้ามเนื้อเป็นมัดราวกับก้อนหินอัคนี ที่กำลังนั่งคุกเข่าพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ สีหน้าของมันดุดันน่ากลัว แต่ปัจจุบันกลับเต็มไปด้วยความคาดหวัง นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองตะหลิวในมือผมราวกับเด็กน้อยรอคอยขนมหวานจากแม่
ข้างๆ กันนั้นคือ 'ราชินีแมงมุมเหมันต์' ที่มีขาเรียวยาวแปดข้าง พับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกะกะโต๊ะข้างเคียง มันส่งเสียงร้อง *คริกๆ* เบาๆ ในลำคอคล้ายกับกำลังฮămฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
นี่คือความปกติใหม่ของร้านอาหารในดันเจี้ยนที่ผมสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและข้าวหอมมะลิเกรดพรีเมียมครับ
"ใจเย็นๆ ก่อนครับทุกท่าน ร้านเรายินดีต้อนรับฮันเตอร์ทุกแรงก์... แต่ถ้าจะกรุณา ช่วยยืนต่อแถวหลังราชินีแมงมุมเหมันต์ด้วยนะครับ ตรงนั้นเกะกะทางเดินส่งอาหาร" ผมเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เป็นมิตร และเปี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพ พร้อมกับตักข้าวผัดไข่สีทองอร่ามกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างบรรจง
"คะ... คุยกับมอนสเตอร์?" ฮันเตอร์สาวที่เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมหน้าใหม่ถอยหลังกรูดไปชนผนังหิน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เธอกำคถาเวทมนตร์ในมือสั่นระริก "นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย? ระบบดันเจี้ยนบอกว่าชั้นนี้ไม่มีเขตปลอดภัยนี่นา!"
ในฐานะอดีตฮันเตอร์แรงก์ F ที่เคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดมานับครั้งไม่ถ้วน ผมเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดีครับ ความกลัวเกิดจากการไม่รู้ และความไม่รู้มักจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดเสมอ เช่นการชักดาบออกมารemบตีมอนสเตอร์ที่กำลังหิวโซ
ผมวางจานข้าวผัดไข่ลงตรงหน้า 'ราชาออร์คโลหิต' ซึ่งมันส่งเสียงคำรามด้วยความดีใจเบาๆ ก่อนจะหยิบคู่ตะเกียบไม้ไผ่ขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ แต่ทะนุถนอมราวกับมันคือคัมภีร์เวทโบราณ จากนั้นผมจึงหันกลับมาหาแขกผู้ไม่ได้รับเชิญทั้งสามคนที่ยังคงยืนแข็งทื่อเป็นหิน
"สวัสดีครับ ผมลิน เจ้าของร้าน 'ครัวก้นบึ้ง' ยินดีต้อนรับสู่มื้ออาหารที่อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อดันเจี้ยนไปตลอดกาล... ว่าแต่ สนใจรับข้าวผัดไข่สักจานไหมครับ? วันนี้เรามีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับฮันเตอร์มือใหม่ ลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แลกกับการไม่ต้องโดนราชาออร์คกินหัวเป็นของว่าง"
บรรยากาศภายในร้านเงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของซุปกระดูกมังกรเคี่ยวไฟอ่อนๆ จากหม้อหลังร้าน และเสียงกลืนน้ำลายดังเอือกใหญ่ของฮันเตอร์หนุ่มผู้ถือดาบสั้น กลิ่นหอมของเนยแท้ที่ผัดคลุกเคล้ากับข้าวและไข่ไก่สดใหม่เตะเข้าจมูกเต็มแรง จนสมองส่วนควบคุมความหิวเริ่มทำงานอย่างรุนแรงแทนที่ความหวาดกลัว
เซราฟินที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่มุมห้องยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เธอใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังรอคอยดูละครฉากใหญ่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
"คะ... ใครจะไปกินข้าวของแกวะ!" ฮันเตอร์หนุ่มฝืนใจตะโกนกลบเกลื่อนความกลัว พร้อมกับยกดาบชี้หน้าผม "พวกเราเป็นหน่วยสำรวจหน้าใหม่ของกิลด์รุ่งอรุณ ได้รับภารกิจมาสำรวจชั้นนี้... แกเป็นใครกันแน่? เป็นผู้เล่นนอกรีต หรือว่าเป็นบอสลับในร่างมนุษย์!"
ผมถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้ากันเปื้อนสีขาวขึ้นมาเช็ดมืออย่างใจเย็น การคุยกับเด็กใหม่ที่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ของระบบสมาคมฮันเตอร์นั้นต้องใช้ความอดทนสูงครับ เหมือนกับการสอนเด็กอนุบาลให้รู้จักกินผัก
"ผมเป็นแค่พ่อค้าธรรมดาๆ คนหนึ่งครับ... แต่ถ้าคุณยังยืนขวางทางเดินลูกค้ารายอื่นแบบนั้น เกรงว่าผมคงต้องเชิญให้ออกไปคุยกันข้างนอก ซึ่งผมไม่รับประกันนะครับว่าเจ้าตัวข้างหลังคุณจะอารมณ์ดีเหมือนตอนนี้หรือเปล่า" ผมพยักเพยิดหน้าไปยังราชาออร์คที่กำลังตักข้าวผัดเข้าปากคำโตด้วยความเคลิบเคลิ้ม จนเศษข้าวสีทองร่วงพรูลงมาบนคาง
ทันใดนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในอุโมงค์ลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียงหึ่งๆ แปลกประหลาดดังสะท้อนก้องมาจากผนังหินเบื้องล่าง ราวกับมีบางสิ่งกำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
[แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนปริศนา 'ผู้กล้าแห่งความมืด' นอกเหนือจากระบบดันเจี้ยนกำลังเข้าใกล้เป้าหมายในรัศมี 50 เมตร!]
[ภารกิจลับฉุกเฉิน: 'เสิร์ฟอาหารให้ผู้กล้าที่หลงทาง' - จงใช้ข้าวผัดไข่สูตรพิเศษสยบความคลุ้มคลั่งของเป้าหมายก่อนที่ระบบจะทำการรีเซ็ตดันเจี้ยน!]
[คำเตือน: หากล้มเหลว โลกใบนี้จะถูกลบข้อมูลทั้งหมดทันที]
หน้าต่างสีแดงฉานเด้งขึ้นมาขวางหน้าผมทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในหัวจนปวดขมับ ฮันเตอร์ทั้งสามคนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นเมื่อแรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านเข้ามาในร้าน แม้แต่ราชาออร์คยังต้องหยุดตะเกียบในมือและหันขวับไปมองทางปากทางเข้าด้วยแววตาตื่นตระหนก
เงาร่างหนึ่งที่ปกคลุมด้วยความมืดมิดและไอสังหารสีดำสนิทค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดเข้ามาในแสงไฟสลัวของร้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหבריมฝีปากที่เยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบหวิว
"เจอตัวแล้ว... เจ้าพวกนอกรีตที่บังaอาจฝ่าฝืนกฎของพระเจ้า..."
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพ่อค้าคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะครับ
เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 6
แขกไม่速เชิญ: ฮันเตอร์มือใหม่หลงทาง
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!