เสียงโลหะกระทบกันดัง *เคร้ง!* สนั่นหวั่นไหว ตามด้วยประกายไฟสีส้มวาบขึ้นกลางความมืดมิดของชั้นที่เจ็ดแห่งดันเจี้ยนรกร้าง กลิ่นอายความตายและคราบเลือดแห้งกรังของมอนสเตอร์ระดับสูงยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตากลับไม่ใช่ซากศพเหล่านั้น หากแต่เป็นควันสีขาวนวลที่พวยพุ่งขึ้นมาจากกระทะเหล็กหล่อใบเก่า ซึ่งกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชนิดที่แหวกทะลวงทุกประสาทสัมผัสจนต่อมน้ำลายของสิ่งมีชีวิตในรัศมีร้อยเมตรต้องทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"เจ้าบ้าเอ๊ย... นี่เจ้าจะทำอาหารหรือจะวางระเบิดเวทมนตร์กันแน่ กลิ่นนี่มันรุนแรงเกินไปแล้วนะ!"
เซราฟิน อาจารย์สาวลึกลับผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยและนัยน์ตาสีม่วงเข้มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเจือปนความหงุดหงิดระคนความอยากรู้อยากเห็นอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางของนางขยับปัดป้องควันสีขาวที่ลอยเข้าหาตัว พร้อมกับดึงฮู้ดคลุมศีรษะให้แน่นขึ้นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหิวโหย
ลิน หันมามองนางด้วยหางตา รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างใจเย็น มือข้างหนึ่งถือตะหลิวไม้ไผ่ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน อีกข้างควบคุมระดับเปลวไฟจากเวทมนตร์ธาตุไฟขั้นพื้นฐานที่ถูกประยุกต์ใช้อย่างประณีต
"ถ้าไม่อยากโดนกลิ่นนี่ทรมานจนอกแตกตาย อาจารย์จะถอยไปยืนรอแถวทางเข้าก่อนก็ได้นะครับ แต่ผมเตือนไว้ก่อนนะว่า ข้าวผัดไข่จานนี้... ถ้าพลาดรอบนี้ไป อาจจะต้องรออีกสชาติหนึ่งเลยทีเดียว" ลินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว สถานการณ์ไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้ ประตูหินบานยักษ์ที่กั้นระหว่างชั้นหกและชั้นเจ็ดเพิ่งถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มบุคคลสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกบดบังด้วยหน้ากากโลหะรูปกะโหลกสัตว์อสูร—พวกมันคือ "กลุ่มผู้พิพากษาแห่งความมืด" นอกรีตผู้ฝ่าฝืนกฎศักดิ์สิทธิ์แห่งสมาคมฮันเตอร์ และเป็นเจ้าของเสียงกระซิบที่ทิ้งปมไว้เมื่อตอนที่แล้วว่า *“เจอตัวแล้ว... เจ้าพวกนอกรีตที่บังอาจฝ่าฝืนกฎของพระเจ้า...”*
ทว่า แทนที่ลินจะตื่นตระหนก ชายหนุ่มกลับหยิบไข่ไก่เรืองแสงสีทองออกจากช่องเก็บของมิติ พร้อมกับข้าวสวยพันธุ์โบราณที่หุงด้วยน้ำแร่วิเศษ ไหวพริบและความฉลาดรอบคอบของเขาบอกทันทีว่า การปะทะกันด้วยกำลังในพื้นที่จำกัดและมีมอนสเตอร์เลเวลตันอยู่รอบๆ คือความหายนะ เขาจึงเลือกใช้ "กลิ่นหอม" เป็นอาวุธในการเบี่ยงเบนความสนใจแทน
*ฉู่—!*
เสียงน้ำปลาชั้นดีกระทบกับผิวเหล็กที่ร้อนจัด กลิ่นหอมคาราเมลจากการไหม้เกรียมเล็กน้อยพุ่งกระแทกจมูกของเซราฟินเข้าอย่างจัง จนร่างเพรียวบางถึงกับสะعุ้งเฮือก ดวงตาสีม่วงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ข้าวแต่ละเม็ดเคลือบด้วยไข่แดงสีทองอร่ามจนเปล่งประกายระยิบระยับราวกับอัญมณี มันไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่มันคือ "ศิลปะแห่งการเอาชีวิตรอด" ที่ผสานพลังมานาบริสุทธิ์เข้าไปด้วย
ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนชุดดำที่เดินปรี่เข้ามาหมายจะเข้าประชิดตัวเพื่อจับกุม กลับต้องชะงักฝีเท้าลงทีละคน กลิ่นหอมอันทรงพลังนี้ไม่ได้เพียงแค่กระตุ้นความหิว แต่มันเข้าไปชำระล้างจิตใจที่ถูกครอบงำด้วยคำสาปแห่งความมืด ทำให้สติสัมปชัญญะของพวกมันเริ่มปั่นป่วน หน้ากากกะโหลกสัตว์อสูรถูกถอดออกอย่างไร้การควบคุม เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเซียวและดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาของฮันเตอร์มือใหม่ที่เคยถูกหลอกล่อให้เข้าร่วมลัทธินอกรีต
"นะ... นี่มันกลิ่นอะไรกัน ทำไม... ทำไมฉันถึงรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน?" ฮันเตอร์หนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มนอกรีตพึมพำออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาใสๆ ไหลอาบแก้มอย่างไร้ความละอาย ความทรงจำในวัยเด็กที่เคยนั่งกินข้าวผัดฝีมือมารดาใต้แสงตะเกียงส่องสว่างกลับคืนมาในสมอง ความโกรธแค้น ความโลภ และพลังมืดที่เคยสสุมอยู่ในอกถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นอันน่าประหลาด
ลินปาดเหงื่อบนหน้าผากด้วยหลังมือ ก่อนจะตักข้าวผัดไข่ร้อนๆ ลงในจานเซรามิกเคลือบสีขาวสะอาดอย่างพิถีพิถัน เขาส่งยิ้มสุภาพให้แก่บรรดานอกรีตที่บัดนี้วางอาวุธลงคุกเข่ากับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้
"อาหารน่ะ... มีไว้เพื่อเยียวยาผู้คน ไม่ใช่เพื่อทำลายล้างหรอกนะครับ" ลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ก่อนจะเลื่อนจานข้าวผัดไข่จานแรกไปตรงหน้าฮันเตอร์หนุ่มผู้นั้น "ทานตอนร้อนๆ ระวังลวกปากด้วยล่ะครับ"
ฮันเตอร์หนุ่มรับช้อนสั่นเทา ตักข้าวผัดคำแรกเข้าปาก... ทันทีที่เมล็ดข้าวสัมผัสกับลิ้น รสชาติกลมกล่อมของไข่ ความนุ่มหนุบของข้าว และกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวอ่อนๆ ก็ระเบิดออกในช่องปาก ร่างกายของเขาเปล่งแสงสีทองเรืองรองออกมาวูบหนึ่ง ค่าสถานะที่เคยติดลบถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด ระบบแจ้งเตือนสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าลินอย่างเงียบเชียบ
[ติ๊ง! ผู้เล่นทำภารกิจลับสำเร็จ: "ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์" (ระดับ SSS)]
[เงื่อนไข: สยบจิตใจศัตรูด้วยอาหารระดับตำนานสำเร็จ]
[รางวัล: ปลดล็อกสูตรลับ "ข้าวผัดกระเทียมดำมังกรเพลิง" และแต้มประสบการณ์ +50,000]
เซราฟินมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งงัน นางไม่เคยคิดเลยว่าฮันเตอร์แรงก์ F นอกสายตาคนนี้ จะสามารถสยบภัยคุกคามระดับประเทศได้ด้วยกระทะใบเดียว อาจารย์สาวก้าวเข้าไปใกล้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากเบาๆ "ขอ... ฉันลองชิมสักคำได้ไหม..."
ลินหัวเราะในลำคอเบาๆ กำลังจะยื่นช้อนให้ ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงฉับพลัน พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงหล่นจากเพดานถ้ำ เสียงคำรามต่ำทุศลลึกจากห้วงลึกระดับแปดดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน
*ตูม—!*
กำแพงหินด้านหลังกลุ่มนอกรีตระเบิดออกเป็นจุล เศษหินกระจายเกลื่อน เงาร่างมหึมาของบอสลับประจำดันเจี้ยน "ราชันอสูรเงาพันปี" ค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบย่างออกมาจากความมืดมิด นัยน์ตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่จานข้าวผัดไข่ในมือของลินด้วยความกระหายกระหายที่รุนแรงยิ่งกว่ามนุษย์คนใดในที่นี้!
ติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" เสมอมานะครับ
เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 7
ข้าวผัดไข่สะท้านโลกันตร์
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!